VDO Marketing น่าศึกษาจาก Nuvo love story series
Feb25

VDO Marketing น่าศึกษาจาก Nuvo love story series

ถ้าเอ่ยถึงวง นูโว  วัยรุ่นยุค 90 เรียกว่าไม่มีใครไม่รู้จักแน่นอน มาในวันนี้ผ่านไปกว่า 25 ปี หลายๆบทเพลง ผ่านช่วงเวลาของช่วงชีวิตใครหลายๆคนในวันนั้น  ได้หวนกลับมาให้เราได้รำลึกความหลังอีกครั้งใน Concert  NUVO Love Story  ที่จะมีขึ้นวันที่ 7 และ 8 มีนาคม นี้ Concert NUVO  Love Story  ครั้งนี้เรียกได้ว่า แทบไม่ต้อง PR บัตรก็แทบจะเต็มแล้ว จากเดิมตั้งใจจัดเพียงรอบเดียว ก็มีแถลงข่าวเพิ่มรอบกระทันหัน จากเสียงตอบรับของวัยรุ่นยุค 90 และแฟนๆที่ยังคิดถึงเพลงของนูโว แต่สิ่งที่น่าสนใจคือการ Promote Concert ครั้งนี้ มีตั้งแต่การ Surprise แฟนๆ ด้วยการเปิด มินิ คอนเสิร์ต กลางถนนสีลม จาก Nuvo เต็มวง   เล่นเอาทั้งถนนสีลมเป็นอัมพาตทั้งบนถนนทั้งบน ทางเท้า แน่นอน กระแส Viral ทั้งบอกกันปากต่อปาก เรียกเพื่อนๆออกมาดู และ บน Social media ก็แชร์กันล้นหลามว่าทำไม จู่ๆ นูโว  ถึงมาเล่นคอนเสิร์ต กลางสีลมแบบนี้ Mini Concert ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การสร้างกระแส Viral บน สื่อ Online เพียงเท่านั้น  แต่มันเป็น 1 ในฉาก ของการถ่ายทำ ภาพยนต์สั้น  NUVO Love Story Signature short film  ที่เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการทำ  Marketing  ของ Concert ครั้งนี้   ที่ผ่านมา เราได้เห็นหลายๆ Brand  ทำ VDO  Marketing   กันมาก็เยอะ แต่สำหรับ Concert เพิ่งจะเห็นงานนี้แหละที่ดู เป็นเรื่องเป็นราว  ส่วนตัวผมเชื่อว่า ทางทีมงาน ไม่ได้ตั้งใจว่า  หนังสั้นชุดนี้ ที่มีด้วยกัน 5 ตอน  จะเป็นเครื่องมือช่วยขายเท่าไร เพราะด้วยพลังและความขลังค์ของความเป็นนูโว ก็เรียกได้ว่ายังคงมีเสน่ห์และแฟนคลับ ติดตามแย่งกันจองบัตรกันล้นหลามแล้ว ดังจะเห็นได้จาก การต้องประกาศเพิ่มรอบแบบกระทันหัน นั่นเอง  แต่แล้วทำไมต้องเป็น VDO Marketing ด้วยล่ะ ? ภาพยนต์สั้น Nuvo love story Signature Short film  นี้ มีด้วยกัน 5 ตอน ที่สร้างสรรค์โดยผู้กำกับที่เรียกว่าหน้าใหม่แต่มากด้วยประสบการณ์อย่างคุณ โดนัท มนัสนันท์   เนื้อหาของภาพยนต์สั้น ชุดนี้ องค์ประกอบหลักคือการ นำเพลง ที่เป็น  Signature  อยู่ในความทรงจำของแฟนเพลง มาถ่ายทอด ร้อยเรียงเป็นเรื่องราว  เพราะกลุ่มเป้าหมายหลักของ ผู้เข้าชม Concert ครั้งนี้ คือหนุ่มสาวยุค 90 ที่เติบโต และ ผ่านเรื่องราวความรัก มาพร้อมกับบทเพลงของ นูโว  นั่นเอง   จาก Infographic นี้  บอกเราว่า  ใน 1 นาที ของ  Video  นั้น แทนคำพูดมากกว่า 1.8 ล้านคำ  การดู Video นั้นช่วยให้ผู้ชมจดจำเรื่องราวและเข้าถึงข้อมูลเพิ่มขึ้นกว่า 95%   (อ้างอิงข้อมูล)    เราจึงได้เห็น Trend ของการทำการตลาดยุคนี้ ใช้ VDO กันมากขึ้น  ที่น่าสนใจคือ เริ่มมีคนสังเกตุได้ว่า บน Facebook เอง  VDO Content  นั้น Organic reach สูงกว่า พวก รูปภาพไปแล้ว    อ้างอิงจากข้อมูลของ  PRDaily.com    Clip VDO ถ้าเราอัพโหลดขึ้นไปตรงๆบน Facebook จะมี Reach อยู่ที่ 8.71% แต่ถ้าเอาลิ้งค์จากที่อื่นมาแชร์ จะเหลือ 5.29% เท่่านั้น  ส่วนรูปภาพนั้น จะอยู่แค่ 3.73 %  เอ๊ะ หรือนี่คือ สัญญาณที่บ่งบอกว่า  Facebook ต้องการกระตุ้นให้เรา ทำ VDO Content  มากขึ้นด้วย เพราะ กำลังจะเปิดตัว Facebook vdo Channel ใหม่ที่พร้อมชนกับ Youtube     นักการตลาดอย่างเราจึงแปลได้ว่า การทำ VDO Marketing  นั้นจะกลายเป็นอีกเครื่องมือที่ มองข้ามไปไม่ได้ เพราะปัจจุบัน ผู้ชมสามารถคลิ๊กชม  VDO  กันมากขึ้น เพราะ infrastructure มันดีขึ้น 3G, 4G  มันเข้าถึง User ทั่วไปง่ายขึ้น การชม VDO จึงไม่จำเป็นต้องนั่งหน้า คอมพิวเตอร์อีกต่อไป  และตัวเลขการรับชม VDO  บน Facebook ผ่านมือถือก็มีสูงถึง 65% ทีเดียว  นักการตลาดจึงต้องชั่งใจดูว่าสมควรใช้ VDO  Marketing หรือไม่ เพราะค่า Production  นั้น ถือว่าสูงกว่าเครื่องมืออื่นๆทีเดียว กลับมาที่ Nuvo Love story  Signature Short Film  ได้ Media Partner อย่าง Sanook.com  ช่วยในการ เผยแพร่เนื้อหา ซึ่งแน่นอน จะช่วยกระจายเนื้อหาไปยังกลุ่มเป้าหมายในวงกว้างได้เป็นอย่างดี เพราะนอกจาก Page view ของ Sanook เองจะเยอะแล้ว แต่ละ Social media ของ Sanook นั้นก็สามารถ Reach ได้ สูงเช่นกัน จึงทำให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ใช่ ในวงกว้างด้วย  ซึ่งอันนี้สำคัญมาก ถ้า Content ดี แต่ไม่มีช่องทางที่ดี ก็เสียโอกาสในการนำเสนอไปเลยทีเดียว   ถึงแม้จะไม่ใช่เครื่องมือช่วยขายหลัก  แต่การร้อยเรียงเรื่องราวผ่านบทเพลงของ นูโว ช่วยให้ผู้ที่เคยมีความทรงจำในช่วงชีวิต และ ผู้ที่กำลังมีความรักที่ได้รับชม เกิดความรู้สึก เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวนี้ และ เชื่อมโยงไปสู่เนื้อหาในบทเพลงของนูโว ทำให้เกิดความรู้สึก อยากที่จะเข้าไปชม คอนเสิร์ตของนูโว ครั้งนี้ด้วยก็อาจจะเป็นไปได้   ถ้าใครอยากไปเป็นส่วนหนึ่งของการ ฉลอง 25 ปีนูโว  จองบัตรได้ทาง Thai ticket Major  ที่นี่เลยครับ  บทสรุป   การใช้ Video  Marketing นั้น  นักการตลาดควรเข้าใจว่า ช่วยถ่ายทอดเนื้อหาให้เกิดความเข้าใจได้ครบถ้วนมากภาพเพียงภาพเดียว ช่วยกระตุ้นอารมณ์ ความรู้สึกของผู้ชม ได้ลึกซึ้งมากขึ้น Algorithm ของ Facebook  ให้ความสำคัญกับ VDO Content มากกว่ารูปภาพ และ Text ไม่จำเป็นต้องทำ Clip ยาวๆ ผู้ชมนิยมดูอะไรสั้นๆมากกว่า ถ้าเนื้อหายาว ให้แบ่งเรื่องเป็นตอนๆ ไม่ควรเกิน 5 นาที ต่อ 1 Clip ปัจจุบันมีคนชม VDO ผ่าน Mobile device มากกว่าบน Desktop  เนื่องด้วยการเข้ามาของ 3G และ 4G การทำ VDO Marketing  นั้นมีค่าใช้จ่ายสูงมากกว่าการใช้เครื่องมืออื่นๆอยู่มาก กำหนดของวัตถุประสงค์ของงานให้ชัดเจน  เพื่อการตั้ง KPI ให้บรรลุเป้าหมาย VDO Content ถึงดีแค่ไหน Media Channel  ก็สำคัญไม่แพ้กันต้องพิจารณาเลือกช่องทางในการเผยแพร่ที่ดีด้วยเช่นกัน สำหรับ Nuvo Love Story Signature short film   Series ชุดนี้ เผยแพร่ทุกวันจันทร์ของสัปดาห์ จนถึงงาน Concert จบพอดี สำหรับใครที่คิดถึง เพลงรักเพราะๆ ของนูโว ร่วมชมและรำลึกความทรงจำช่วงเวลาอินเลิฟ กันได้ที่  Sanook.com  เลยครับ  และเจอกันที่งาน Concert นูโวนะครับ  ครั้งนี้ผมไม่พลาดชัวร์ จองบัตรเรียบร้อยแล้ว ...

Read More
ไปดูกันเถอะ The Palace and friends Restage
Jan05

ไปดูกันเถอะ The Palace and friends Restage

ถ้าลองให้เอ่ยชื่อวงดนตรีในตำนานเมืองไทย ยุคที่ Disco และ วงดนตรีป๊อป  เฟื่องฟู พร้อมๆไปกับ Night club และ ลานโลกดนตรี เชื่อว่าพี่ๆ น้าๆหลายๆคนคงต้องคิดถึง The innocent , ชาตรี , The Royal sprite , Mcintosh  , Grand X , คีรีบูน,พลอย  ซึ่งนับได้ว่าช่วงสมัยนั้นเป็นยุคทองของ วงดนตรี เลยก็ว่าได้ และบทเพลงหลายบทยังคงติดหูและตรึงอยู่ในความทรงจำ เมื่อใดที่ได้ยินเรายังสามารถร้องตามได้โดยที่ไม่ต้องนึกเนื้อเพลงเลยที่เดียว  ในวันนี้ พี่ๆเค้ากลับมารวมตัวกัน ไม่ใช่แค่เฉพาะกิจ แต่เค้ากลับมาพร้อมกับการนำกลิ่นอาย ของ Night club  The Palace มาเขย่า ฟลอร์เต้นรำให้เร่าร้อนกว่าเดิมในนามวงดนตรี The Palace ที่มี Concert ใหญ่ ไปเมื่อ กันยายน ปีที่แล้ว และ คราวนี้จะหวนมา Restage กันอีกรอบ บอกได้คำเดียวว่า พลาดไม่ได้ เมื่อกันยายน ปีที่แล้ว วงดนตรี The Palace  ที่เป็นวงดนตรีเหมือนว่าจะเฉพาะกิจ ได้รวมตัวกันเพื่อนำบทเพลงที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ต้องย้ำว่าอย่างสูงและท่วมท้นจริงๆในยุคสมัยนั้น กลับมาเล่นสด ให้แฟนคลับได้หายคิดถึงกัน ปรากฏการณ์ บัตรเข้าชมงาน 7000 ใบ ขายหมดไปในเวลารวดเร็วจนทั้งทีมงานเองก็ตกใจอย่างมาก เพราะเวลาผ่านมาเป็นสิบๆปี แฟนคลับไม่ได้เสื่อมความรักและยังคงเหนียวแน่่นไม่เสื่อมคลาย  ผมเองได้มีโอกาสรับเชิญจากทีมงาน ได้เข้าไปชมรอบแฟนคลับ ซ้อมใหญ่ของ พี่ๆวง  The Palace เมื่อครั้งก่อน ความรู้สึกจริงๆครั้งนั้นคือ เฮ้ยทำไมกรุ ร้องตามเต้นตามได้ทุกเพลงเลยฟร๊ะ  ทุกๆบทเพลงที่พี่ๆเค้าคัดมาเล่น ล้วนแต่เป็นเพลง TOP Chart  ทุกคลื่นหน้าปัด ในสมัยนั้นที่เราฟังกันจนติดหู แบบไม่ต้องจำร้องตามได้ทันที แบบ  อย่าง เจงกีสข่าน , วันวานยังหวานอยู่ ,เขิน  และอีกมากมาย   จากรอบ Fan club  ครั้งที่แล้ว บอกเลยว่า มันสุดๆ เวลา 1 ชั่วโมง ผ่านไป รวดเร็วทุกๆบทเพลงเหล่าแฟนคลับทั้งร้องทั้งเต้นกันอย่างลืมแก่ #ห๊ะ  อันนี้จริงครับ อย่างกับอายุสิบสี่อีกครั้ง  เลยทีเดียว A photo posted by suthathorn sutthison (@toppercool) on Sep 9, 2014 at 4:45am PDT A photo posted by suthathorn sutthison (@toppercool) on Sep 9, 2014 at 4:20am PDT   ด้วยความสำเร็จอย่างท่วมท้นในวันนั้น ทำให้ แฟนคลับ รุ่นเดอะ หลายๆท่านที่พลาดโอกาสการจองตั๋วครั้งก่อน เรียกร้องให้ The Palace จัด Concert ใหญ่อีกครั้ง จึงเป็นที่มาของ The Palace & Friends ReStage  ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 17 มกราคม 2558  นี้ที่  อิมแพค อารีน่า เมืองทอง ธานี ที่เดิมครับ   สิ่งที่น่าตื่นเต้นในครั้งนี้ ทาง iWave ผู้จัดงาน ได้ยก Dance floor มาไว้ให้ด้วยแต่คุณต้องซื้อบัตร 4000 นะครับ ถึงจะสามารถลงมาที่ Dace floor เต้นให้ใกล้ชิดกับศิลปินแบบสุดๆ     และงานในครั้งนี้ก็ยังมีน้องๆและเพื่อนๆศิลปินที่จะมาเป็นแขกรับเชิญอย่างแชมป์ The Voice Thailand  น้องนนท์ และ น้องหนุ่ม จาก ซีซั่น 1 และ 3  , พี่ดำ ฟอเรเว่่อร์ , พี่ปุ๊ อัญชลี หนึ่งเดียวคนนี้  พี่แหม่ม พี่ปุ้มวง สาว สาว สาว  และ1 โค้ชน์ The voice ที่ยังไม่สามารถเปิดตัวตอนนี้ได้ เรียกว่าแต่ละคนจะกลับมาปลุกความเป็นวัยรุ่นยุค 80 ในตัวคุณให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้งเลยทีเดียว สำหรับผมคอนเสิร์ตครั้งนี้ ไม่น่าพลาดเพราะ 1. ได้ชมสดความเก๋าของศิลปินเพลงระดับตำนานของเมืองไทย 2. ได้ฟังเพลงที่ติดหู ดนตรีที่ติดตรึงในใจตลอดทั้งคอนเสิร์ตแน่นอน 3. แขกรับเชิญ ก็เจ๋งไม่แพ้กัน เรียกว่าคุ้มครับ 4. ถ้ามีตังค์บัตร 4000 น่าสนมาก เพราะติด Dance Floor เต้น เล่นกับพี่ๆ ศิลปินแบบใกล้ชิด ซึ่งผมได้ไปชมรอบ แฟนคลับ เพื่อครั้งก่อนบอกเลย เต้นมันมาก 5. Concert มันเจ๋งจริง ไม่อย่างงั้นแฟนคลับคงไม่เรียกร้องให้จัด Restage กันแบบรวดเร็วแบบนี้   แน่นอนรอบจริงครั้งนี้ผมไปแน่ๆครับ แล้วเจอกันนะวัยรุ่น ส่วนพี่ๆที่อยากติดตาม The Palace แบบใกล้ชิด ตามพี่ๆ The Palace เค้ากันได้เลยที่ Facebook page  The Palace Band  ...

Read More
LINE Official account และ Sticker 7 ล้าน แพงจริงหรือเปล่า ?
Dec17

LINE Official account และ Sticker 7 ล้าน แพงจริงหรือเปล่า ?

  กระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ถึงการประกาศมอบของขวัญปีใหม่จากกระทรวงไอซีที ที่จะกลายเป็นกระทรวงดิจิตัล ในไม่ช้า ในการแจก LINE sticker  ค่านิยม 12 ประการ เพื่อเผยแพร่แนวคิดที่ปลูกฝังค่านิยมให้คนไทยมีความเป็นไทยมากขึ้น  สิ่งที่กลายเป็นประเด็นก็คือ เอกสารราคาการจัดซื้อจัดจ้างที่เปิดเผยออกมาสู่สาธารณะนั้นเป็นตัวเลขถึง 7.1 ล้านบาท  ซึ่งทำให้หลายคนตกใจหรือไม่ไว้วางใจต่อการจัดจ้างครั้งนี้และมองว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระแน่ๆที่ใช้เงินขนาดนี้ มองในมุมการตลาด ทำไมกระทรวง ไอซีที  ถึงเลือกใช้ LINE  ในการเป็นสื่อครั้งนี้ ถ้าหากเรามามองถึงเรื่องของสถิติจำนวนผู้ใช้ LINE ในประเทศไทย ขณะนี้อยู่ที่ ประมาณ 33 ล้านคน   หรือประมาณ 53 % ของประชากรในประเทศ อันนี้เป็นตัวเลขที่ LINE แจ้งมาล่าสุดเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งอาจจะเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย และที่สำคัญ LINE นับจาก Active User  ครับ  LINE ปัจจุบันกลายเป็น App สามัญประจำเครื่องไปซะแล้ว เรียกได้ว่ามันกลายเป็นเครื่องมือที่สามารถเข้าถึงคนได้ในวงกว้าง และเกือบทุกระดับ จึงไม่แปลกใจที่กระทรวง ไอซีที จะมองว่านี่คือ ช่องทางในการสื่อสารกับคนในทุกรุ่น ทุกวัย เนื่องจาก LINE  มี Feature สำหรับใช้ในเชิงการตลาด อย่างบริการ Official account ที่เป็นบริการที่ให้ Brand หรือ องค์กร ใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย  แต่แน่นอน ทำอย่างไรที่จะให้คนเข้ามาติดตาม Official account เหล่านี้ มันจึงต้องใช้เครื่องมือที่เป็น Incentive  base จูงใจอย่าง Sticker หรือ Gift ต่างๆมาล่อเพื่อให้ติดตาม account เหล่านี้  ถ้าหากถามว่า 7.1 ล้านที่จัดซื้อจัดจ้างครั้งนี้แพงมั้ย ลองเปรียบเทียบราคา ดูครับ   ราคา Official account นั้นจริงๆมีหลายแบบแต่เลือกแบบ Standard มาให้ดู ซึ่งแบบ Standard  นี้สามารถสื่อสารกับผู้ติดตามได้ ด้วยสื่อแบบต่างๆ ทั้งรูปภาพ , ข้อความและ VDO   ซึ่งราคานั้น จะแตกต่างกันตามระยะเวลาของการเป็น LINE Official account เริ่มต้นที่ 1 เดือน  1.29 ล้าน จน ถึง 12 เดือน ที่ 3.24 ล้าน โดยประมาณ  ซึ่งเฉลี่ย  Official account โดยทั่วไป มีคนติดตามอยู่ประมาณ 6-7 ล้านคน แต่อย่างที่บอกการที่จะทำให้มีคนติดตาม Official Account นั้น ก็ต้องมีของมาล่อ กระแสการทำ LINE Sticker จึงเป็นสิ่งที่หลายๆ Brand เลือกที่จะนำมาใช้ เนื่องด้วย Sticker ต่างๆแฝงไปด้วยความน่ารัก และ ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกแทนคำพูดได้ และยังแทรกความเป็น Brand ลงไปได้อย่างไม่ขัดใจผู้ใช้งานมากนัก  ยิ่งการมาของ LINE Sticker creater นั้น ยิ่งทำให้การใช้ LINE Sticker มีความนิยมกันมากขึ้น ซึ่งราคาของการทำ Sponsor Sticker ที่มาจาก Official Account ต่างๆนั้น มีประมาณนี้ครับ    Sponsor Sticker ใน 1 Set นั้น มีอายุโหลดได้ภายใน 1 เดือนหลัง Public แต่มีอายุให้ใช้งานได้ 3 เดือน ราคาเริ่มต้นนั้น อยู่ที่ 3.5 ล้าน ราคานี้คือราคาที่เรา จ้าง Creative Graphic designer ของเราเองทำทั้งหมด ส่วนถ้า มีตัวละครอยู่แล้ว แต่ให้นักวาดการ์ตูนของทาง LINE วาดให้ จะอยู่ที่ 3.8 ล้าน และถ้าให้ LINE จัดการให้ทั้งหมดเลย จะอยู่ที่ 4 ล้านครับ  ซึ่งนักวาดของทาง LINE จะเป็นชาวญี่ปุ่นครับ  สถิติ Block rate ในประเทศไทย LINE เปิดเผยว่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 50% นะครับ คือ Block official account ทันทีหลังโหลด Sticker จากกระแสข่าวของการทำ LINE Sticker  เพื่อเผยแพร่ค่านิยม 12 ประการครั้งนี้ ส่วนตัวผมคิดว่า ไม่แพงหรอกครับ (แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดว่า มี Feature หรือ Service อะไรบ้าง เพราะแหล่งข่าวไม่ได้เปิดเผย)  แต่สิ่งที่ต้องหันกลับมามองกันต่อว่า หากกระทรวง ไอซีที นั้นต้องการเผยแพร่ค่านิยม 12 ประการ ผ่านสื่อที่เชื่อว่าเข้าถึงคนรุ้่นใหม่ และ ทำให้คนมองว่ากระทรวงไอซีที นั้นทันสมัยนิยม เป็นสิ่งที่เหมาะสมหรือเปล่า ข้อความที่จะสื่อสารใน Official Account จะเป็นอย่างไร คุ้มค่ากับการนำงบประมาณจากภาษีของประชาชน มาใช้หรือไม่ หัวใจสำคัญมันไม่ได้อยู่ที่ Sticker หากแต่อยู่ที่สาร ที่จะเผยแพร่และปลูกฝังค่านิยมอันดีนี้ ได้อย่างมีประสิทธิผลที่สุด   ขอบคุณข้อมูลจาก LINE ในงาน LINE Open house  เมื่อเเดือนพฤศจิกายน...

Read More
ทดลองปลูกหญ้าให้หมากิน ด้วยตัวเอง
Nov10

ทดลองปลูกหญ้าให้หมากิน ด้วยตัวเอง

เลี้ยงหมาในเมือง ก็ลำบากหน่อยเรื่องการดูแลสมดุลย์ของสัตว์เลี้ยง  ถึงแม้สุนัขจะไม่ใช่วัวหรือควาย แต่ถ้าเรารู้ดีจะเคยเห็นว่าสุนัขนั้นชอบเดินหาหญ้ากินเอง เมื่อรู้สึกไม่สบาย ซึ่งหญ้าพวกนี้จะช่วยไปพันในลำคอทำให้น้องหมาสำรอกออกมา เพื่อบรรเทาอาการไม่สบาย แต่น้องหมาในเมืองหรือน้องหมาที่อยู่ตามคอนโดล่ะ จะวิ่งไปหาหญ้ากินที่ไหนได้ล่ะ  โชคดีเดี๋ยวนี้มีคนคิดค้น ชุดปลูกหญ้า ซึ่งจริงๆคือต้นข้าวสาลีอ่อน มาขายเพื่อคนที่รักสัตว์เลี้ยงไม่ว่าหมา แมว หนู กระต่าย กินได้หมดเลย วิธีการปลูกยากมั้ยมาทดลองกัน ก่อนหน้านี้ผมเคยไปซื้อแบบกึ่งสำเร็จรูป ไม่ใช่มาม่านะ แต่แม่ค้าเค้าขายแบบเพาะเป็นกระถางเล็กๆมาพองอกประมาณนึงแล้ว เราแค่เอามารดน้ำต่อสักสองวันยาวพอดีตัดกินได้เลย แต่ กระถางเล็กๆอันนึงก็  50 บาทไปแล้ว คราวนี้ไปเจอใน  PET Shop  ขายแบบชุด  DIY  ประมาณนี้ ซึ่งเมื่อเราแกะออกมาก็จะมีชุดดิน และ  เมล็ดพันธุ์ ที่แบ่งปลูกได้ สองรอซึ่งผมทดลองปลูกแล้ว ซองนึงนี่จริงๆยังแบ่งปลูกได้เลยถึงสองรอบ ถ้าน้องหมาเราตัวเล็ก และมีตัวเเดียวแบบลีโอ้                               ขั้นตอนแรกไม่ยุ่งยากมาก ทำตามวิธีทำที่บอกในคู่มือการปลูกเลย อันดับแรก นำเมล็ดพันธุ์ไปล้างและแช่น้ำทิ้งไว้ 6 – 8  ชั่วโมง เดาว่าคล้ายกับการปลูกพืชทั่วไปคือให้เมล็ดพันธุ์นั้นอมน้ำ เพื่อให้ชุ่มชื้นก่อนนำไปปลูกจะขึ้นง่ายกว่า ใส่ถ้วยง่ายๆแบบนี้เลย  เสร็จแล้ว เทน้ำออกให้หมาด แล้วห่อปิดแสงไว้ ผมใช้หนังสือพืมพ์นี่แหละง่ายดี                                     เมื่อครบตามกำหนดก็ถึงเวลาจัดเตรียมอุปกรณ์เพื่อปลูกได้แล้ว เย้ๆ ขั้นแรก เตรียมดินลงถาดให้พร้อม  เราใส่ถุงอีกรอบกันน้ำซึมเวลารดน้ำ เปื้อนแน่ๆเพราะใต้ถาดมีรู ขั้นที่2  โรยเมล็ดพันธุ์ ลงหน้าดินให้ทั่วๆเกลี่ยให้เรียบเสมอๆกัน มี ลีโอ้คอยให้กำลังใจด้วยวุ้ย                                     เสร็จแล้วก็รดน้ำให้ชุ่ม แล้วพยายามหาที่วางให้โดนแดดบ้าง รดน้ำเช้าเย็น ที่เหลือก็สบายแล้ว ได้แต่รอครับ   ซึ่งจริงๆ ประมาณวันที่สี่ นี่ก็พอแบ่งตัดให้เจ้าตัวเล็กกินได้แล้วครับ เริ่มเห็นเป็นต้นเขียวๆยาวๆแล้ว แต่เค้าว่ากันว่าให้ดีควรกินที่ 7 วัน เรียกว่าวางแผนสัปดาห์นี้ กินสัปดาห์หน้าเลย  แต่ผลที่ได้ก็น่าพอใจดีครับ น้องหมาชอบกัน เพราะว่ามันน่าจะหวานมั้ง  ก็ถือว่าเป็นอีกทางเลือกของคนเมืองที่ไม่ค่อยมีโอกาสหาหญ้าให้สุนัขกินเหมือนหญ้าธรรมชาตินะครับ ต้องชื่นชมคนคิดผลิตภัณฑ์นี้ออกมาจริงๆ ตอนนี้มีหลายยี่ห้อแล้วซะด้วยสิ ถ้ามีโอกาสลองกันดูครับ ลีโอ้ชอบมาก   แถมท้ายถ้าหลายๆท่านถามว่า จำเป็นมั้ยที่ต้องให้สุนัขหรือสัตว์เลี้ยงกินหญ้า อันนี้ต้องตัดสินใจดูครับ สำหรับผมคิดว่าไม่ถึงกับจำเป็นแต่หญ้าอ่อนนี้จะช่วยสร้างสมดุลย์ในร่างกายสุนัข – สุนัขป่วยมักจะกินหญ้าเพื่อปรับสมดุลย์ความเป็นกรดในกระเพาะอาหาร กินหญ้าไปเพื่อให้สำรอกออกมา – บางครั้งช่วยขจัดขน หรือ Hair ball  ที่ไปติดในลำคอจากการเกา ใช่ครับน้องหมาบางตัวจะใช้ปากกัดหรือดึงขนให้หายคันบางครั้งมันก็เข้าไปในคอพอเยอะๆเข้าก็กินอาหารไปถนัดรำคาญการกินหญ้าจะช่วยให้ไปพันขนเหล่านี้ให้หลุดออกจากการสำรอกหรือกลืนลงไปด้วย – ในหญ้ามีไฟเบอร์และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อสัตว์เลี้ยงช่วยเรื่องระบบขับถ่ายให้สมดุลย์ดีขึ้น คุณประโยชน์ฟังแล้วน่าสนใจขนาดนี้ลองปลูกกันดูนะครับ...

Read More
รู้จักและเข้าใจการบริหารพนักงาน Gen Z จากงาน Unboxing Gen Z โดย Adecco Thailand
Oct17

รู้จักและเข้าใจการบริหารพนักงาน Gen Z จากงาน Unboxing Gen Z โดย Adecco Thailand

ใครหลายๆคนที่มีโอกาสได้คุยได้ทำงาน หรือสัมภาษณ์น้องๆที่เพิ่งจบใหม่ๆ หรือที่เราเรียกกันว่า เด็กยุค Gen Z แล้ว บางครั้งอาจจะปวดหัวหรือไม่ค่อยเข้าใจคนกลุ่มนี้มากนักเท่าไร จนอาจจะคิดไปว่าเด็กสมัยนี้มันช่างคิดอะไรไม่ได้เรื่อง หรือ ความสำรวมคารวะ ซึ่งจริงๆแล้ว หากเราลองมอง ลองทำความเข้าใจเด็กกลุ่ม Gen  Z นี้แล้วล่ะก็จะสัมผัสได้ว่าคนกลุ่มนี้ เค้ามีอะไรดีๆในตัวอยู่มากทำอย่างไรที่องค์กร จะดึงศักยภาพของแรงงานกลุ่ม Gen Z นั้นออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผมได้มีโอกาสไปร่วมงาน Unboxing Gen Z The workforce of The Future in Thailand  จัดขึ้นโดย Adecco Thailand  ซึ่งเป็นงานประจำปีที่ทาง Adecco จะเชิญกลุ่มลูกค้ามาร่วมพบปะพบเจอกัน งานนี้มีแต่ HR Professional ทั้งนั้นนักการตลาดอย่างผมไปจะเข้าใจมั้ย แต่เมื่อได้ฟังก็รู้เลยว่า ทุกคนควรจะฟังงานนี้และทำความเข้าใจ เพื่อที่จะรับมือกับแรงงานคลื่นลูกใหม่หลังจากวันนี้ มาทำความรู้จักกับกลุ่ม Gen Z กันก่อน   กลุ่ม Gen Z  นั้น หากจะนับง่ายๆคือเด็กที่เกิดหลังจากปี 1995  เป็นต้นมา หรือประมาณปี 2538  หากเทียบ ณ เวลานี้ ก็ใกล้ที่จะประมาณอายุ 20 ปีแล้ว ซึ่งมองกันว่าอีกไม่เกิน 2 ปี จบมหาวิทยาลัย ก็เริ่มเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างเต็มตัว  เด็กกลุ่มนี้ ชอบอะไร มีพฤติกรรมอย่างไรล่ะ Digital Native  เด็กกลุ่มนี้คล้ายกับ Gen Y  คือ เกิดมาโตมาพร้อมกับ Technology ,internet ,Smartphone ,Tablet   เด็กกลุ่ม Gen Z ใจร้อนขึ้น มากตามยุค 4G ชอบอะไรที่ Short cut  Process มากๆ อย่าได้หวังว่าจะถูกใจ หลายคนมองว่า Gen Z นั้นเห็นแก่ตัว นึกถึงตัวเองก่อน  Selfie and Selfish  ส่วนตัวผมมองว่าค่อนข้างจริง เค้าต้องการการยอมรับ จากสังคม ดังจะเห็นว่า เด็กกลุ่มนี้มีความกล้าแสดงออก ชอบโชว์ มีความมั่นใจสูง ชีวิตวนเวียนอยู่บน Social network จนโลกเสมือนผสานเป็นหนึ่งเดียวกับโลกความเป็นจริง มองว่าโลกออนไลน์และโลกจริงๆคือสิ่งเดียวกัน  นั่นเป็นสาเหตุที่ทำไม ไม่ว่าจะดีใจ เสียใจ โมโห เค้าถึงระบายทุกอย่างบน Social network  และไม่ค่อยสนใจ Digital footprint  ซึ่งผมมองว่าจุดนี้อันตรายมากๆ  และอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่เริ่มมองเห็นได้คือ ทักษะการสื่อสารในชีวิตจริง แย่ลง มากๆ Gen Z ถูกเรียกอีกชื่อว่า Gen Why  เพราะด้วยความช่างสงสัยว่า ทำไมต้องเป็นแบบนี้ ทำไมต้องทำแบบโน้น แบบนี้ไม่ดีกว่าเหรอ  จุดนี้เองทำให้ผู้ใหญ่ อย่างกลุ่ม Traditionalist หรือ Baby boomer  เข้าใจว่าชอบเถียง และไม่เชื่อฟังไม่เคารพกล้าที่จะทำตัวแปลกแยก ทำให้เกิดช่องว่าง สูญญากาศ ของวัย  Gen Z ในประเทศไทยตอนนี้ 97% ยังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย และมีเพียง 2 % ที่ทำงานเวลา หากลองนั่งวิเคราะห์ลักษณะ ของเด็ก Gen Z แล้ว หลายๆคนอาจจะคิดว่า มันก็ไม่ต่างอะไรกับ Gen Y นี่นา ใช่ครับ จะว่าไปค่อนข้างใกล้เคียงจนเราอาจจะไม่รู้สึกว่าต่างกัน แต่คุณหมอ  อาจารย์แพทย์หญิง จิราภรณ์ อรุณากูร ได้ช่วยวิเคราะห์ได้น่าสนใจว่า กลุ่ม Gen Z นี้จะชอบมองอะไรที่ Realistic กว่า มองความเป็นไปได้สูงกว่า กลุ่ม Gen Y อ่าวแปลเป็นบ้านๆว่า กลุ่ม Gen Y นั้น เป็นนักฝัน ชอบมโนมากกว่านั่นเอง  ไม่แปลกครับ เราได้เห็น ธุรกิจใหม่ๆ ที่เด็ก Gen Y สร้างขึ้นมาประสบความสำเร็จเป็น วัยรุ่นพันล้าน มากมายที่ผ่านมา ตรงกับข้อมูลตรงนี้มากๆ   แต่ข้อมูลนึงที่ผมแปลกใจ จาก Survey  ของทาง Adecco แสดงให้เห็นว่าเด็ก Gen Z หันกลับมาอยากทำงานในองค์กรใหญ่ๆ กันมากขึ้น ต่างจาก Gen Y สิ้นเชิงที่อยากทำธุรกิจ Startup ของตัวเอง  โดยเฉพาะ องค์กรของรัฐบาล   แล้วองค์กรจะปรับตัว  Multi Generation  Organization ยังไงล่ะ  องค์กรใหญ่อย่าง Dtac ที่มีพนักงาน กว่า 4000 คน 48%คือกลุ่ม Gen X (เหมือนผม) และ Gen Y 15%   ถ้าจะมองไป Dtac คือองค์กรที่ดูมีความทันสมัย คน Gen Y และ Z ให้ความสนใจอยากร่วมงานด้วย องค์กรเองก็มีการปรับตัว เพืื่อลดความต่างของช่วงวัย โดยการสร้าง Fun Corporate Culture ให้ชีวิตการทำงานมีแต่เรื่องสนุก และ ตอบรับคนรุ่นใหม่ให้ร่วมนำเสนอแนวคิดในการพัฒนาองค์กร  มีมุมมองนึงที่น่าสนใจคือ Gen Z เค้าไม่ได้ต้องการหัวหน้าสั่งลูกน้อง แต่ต้องการ iDol ในการทำงาน  ดังนั้นถ้าอยากใช้งานคนกลุ่มนี้ ระบบพี่เลี้ยงสำคัญมากทำให้เค้าเห็นและยอมรับ จะช่วยให้การทำงานราบรื่นกว่าการสั่งแบบหัวหน้าลูกน้อง  และ ลดช่องว่างของระดับตำแหน่งการทำงานโดยการสร้าง LINE กรุ๊ปให้สื่อสารกัน ในมุมของ SCG องค์กรเก่าแก่คู่เมืองไทยมา 100 ปีแน่นอน ผ่านมาตั้งแต่ Traditional จนถึง Gen Y ได้มองเห็นว่า ปัจจุบันบริษัทไม่ใช่ผู้ถูกเลือกอีกต่อไป  Candidate ต่างหากที่เลือกว่าอยากทำงานในองค์กรนั้นๆได้มั้ย  และทำอย่างไรให้คนเก่งๆอยู่กับองค์กร นานที่สุด มีการทำ Exit interview เพื่อเก็บข้อมูล เหตุผลอันดับต้นๆที่คนออกจากงานคือ ไม่ชอบเนื้องาน จึงต้องการมาให้ความสำคัญตั้งแต่กระบวนการ interview recruit เลยทีเดียว  เด็กรุ่นตั้งแต่ Gen Y และ Gen Z นั้นมองในเรื่องของลักษณะการทำงาน Work life balance การทำงานต้องสนุก เหมือนกับการทำ Hobby เลยทีเดียว เมื่อเลือกคนไม่ตรงกับเนื้องาน ก็อาจจะทำให้เสียเวลาทั้งองค์กร และ Candidate นั่นเอง เมื่อเรารู้อย่างนี้แล้ว การทำงานร่วมกันในองค์กร จะราบรื่นมากขึ้น ผู้ใหญ่หัวหน้ารุ่น Baby boomer หรือ Gen X  ถ้าคุณเข้าใจพฤติกรรม รู้จักวิธีเข้าถึงหัวใจเด็กรุ่นใหม่ๆแล้ว ไม่ยากที่จะทำงานร่วมกันให้บรรลุเป้าหลายของ องค์กร  หมดยุคแล้วที่คุณจะมองหาและให้รางวัลพนักงานที่ไม่เคยลา ไม่เคยสาย  เด็กรุ่นใหม่ๆมองที่ Result  ของการทำงาน ตั้งเป้าหมาย และไปให้ถึงตาม Plan ไม่ว่าจะวีธีใด แล้วมาวัดผลกัน  เหล่านี้คือการบริหารคนให้ทำงานอย่างมีเป้าหมายและความสุขในองค์กร แบบ Multi...

Read More