บทก่อนหน้านี้ คุณได้ รู้แล้วว่าทำไมต้อง Personal Branding ได้ วิเคราะห์ค้นหาตัวเอง ก่อนที่จะเริ่มขายตัว และก็ได้ผ่านการวางแผนมาเรียบร้อยแล้ว จำได้ไหม ครับ คราวนี้ ลองมารู้จัก ผู้ช่วย หรือ เครื่องมือ ที่ จะช่วยให้เราขายตัวอันได้อย่างเป็นมืออาชีพ
ลองมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า การขายตัวหรือการทำ Personal branding ที่ดีนั้นต้องทำอย่างต่อเนื่องและ สม่ำเสมอ ก็เหมือนสินค้าทั่วไปต้องพยายามทำให้ภาพ ให้ชื่อ ของสินค้านั้นๆติดอยู่กับผู้บริโภคอยู่เสมอ แต่ผมไม่ได้หมายความว่าจะให้ใครมาบริโภคคุณหรอกนะครับ เพียง แต่จะบอกว่าจงทำตัวดั่งเช่นการขายสินค้า ต้องต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ซึ่งเราก็ต้องใช้เครื่องมือ และผู้ช่วย ครับ
Online หรือ Offline ดี ?
จริงๆแล้ว ควรทำควบคู่กันครับ ใช้ทั้ง2 อย่างให้ สอดคล้องประสานกัน เริ่มจาก สื่อออนไลน์ก่อน
1. Avatar
ไม่ได้พูดถึงภาพยนต์ชื่อดังหรอกนะครับ Avatar คือรูปภาพเล็กๆเป็นตัวแทนของคุณ เป็นสิ่งแรกที่ผู้คนรู้จักในตัวคุณ เคยได้ยินใช่ไหมครับว่า 30 วินาทีแรก เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่คุณจะต้องทำให้ผู้คนชอบและอยากรู้จักในตัวคุณ ดังนั้นสิ่งที่จะทำได้ดีที่สุดคือ Avatar ของคุณเองไงครับ ซึ่งคุณจะต้องใช้มันกับทุกๆ Network ไม่ว่าจะเป็น twitter ,Facebook, My Spec , หรือ LinkedIN และอีกหลายๆที่ ดังนั้นจึงควรสื่อถึงความเป็นตัวคุณ ความเป็นมืออาชีพในสิ่งที่คุณทำอยู่
2. Personal Bloging
ผมเชื่อว่าตอนนี้หลายๆคนเคยเขียน Blog และ มี Blog เป็นชื่อที่จดทะเบียนเป็นของตัวคุณเอง Blog คือ พื้นที่ๆคุณจะสามารถแสดงความสามารถ เปิดเผยสิ่งหรืองานที่คุณทำ สิ่งที่คุณสนใจ คือพื้นทีๆผู้คนจะรู้ว่าคุณเก่งและชำนาญในด้านไหน ปัจจุบัน HR. หลายๆแห่งให้ความสนใจและน้ำหนักกับคนที่มี Blog เป็นของตัวเอง ดังนั้นคุณสมควรที่จะเริ่มเขียน Blog ของตัวคุณเองได้แล้ว พื้นที่เขียน Blog Free ดีๆมีให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น www.wordpress.com , www.Blogger.com , www.Bloggang.com ,www.Oknation.net เป็นต้น หรือถ้าคุณต้องการความเป็นมืออาชีพมากกว่านั้น ผมแนะนำ จดทะเบียนเว็บ URL เป็นชื่อของคุณเองดีกว่าครับ แล้วพื้่นที่ Host สักที่นึงซึ่งส่วนใหญ่ก็จะมีบริการติดตั้ง Software Blog ยอดนิยม อย่าง WordPress ให้ด้วย เพราะเป็น Free ware เพียงแต่คุณต้องแจ้ง เจ้าหน้าที่เค้าด้วยนะครับตอนเช่า
3. Social Media
Social media คือเครื่องมือมีสุดยอดของการสร้าง Personal Branding บนโลกออนไลน์ จุดเด่นที่สำคัญบน Social media คือ
การสร้างสังคมเครือข่าย (Communities Builder) ให้คุณสร้างปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนๆและผู้ติดตามของคุณ
ถ่ายทอดเรื่องราวสิ่งที่คุณกำลังทำ (Life Streaming) Social media จะช่วยถ่ายทอด สิ่งที่คุณพูดถึง รวมถึง ทัศนะคติของคุณ ผู้ที่ติดตามของคุณจะรับรู้ว่าทำไมเค้าถึงต้อติดตามคุณเพราะเค้าเชื่อและชื่นชอบในสิ่งที่คุณพูดนั่นเอง
บอกถึงและส่งต่อ (Share able) จุดเด่นที่สำคัญของ Social media คือสังคมแห่งการแบ่งปัน บอกต่อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวดีๆ เรื่องน่าสนใจ เรื่องร้าย เรื่องแย่ๆ ล้วนเป็นเรื่องให้ชวนบอกต่อและส่งเตือนได้ทั้งนั้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่คุณทำสิ่งที่คุณถ่ายทอดออกมา มันพร้อมที่จะถ่ายทอดสู่ สาธารณะในวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว
แล้วเราควรเลือกใช้ Social media ตัวไหนดี ?
1. LinkedIn
LinkedIn เสมือนการผสมผสาน ของ Online Resume + Social networking จนกลายเป็น Professional networking ที่เป็นที่นิยมที่สุดในโลก คุณสามารถสร้าง Profile แสดงความเป็นมืออาชีพได้ที่นี่ เพราะเป็นแหล่งชุมนุมชนของมืออาชีพ เราจะพบผู้ที่มีความถนัดในสายงานที่เราสนใจ และเราควรใส่ LinkedIn Profile ของเรานี้ในเว็บไซต์ หรือ Blog ของเรา รวมถึง ใน Resume หรือในทุกๆที่ที่เราเผยแพร่ความคิดเห็นของเราออกไป
2. Facebook
Social networking ยอดนิยม แค่เฉพาะในประเทศไทยมีจำนวน ผู้ใช้งานส่วนบุุคคลมากกว่า 1.6 ล้านคน (ตรวจสอบจำนวนล่าสุดที่นี่ครับ) Facebook จึงกลายเป็นเหมือนชุมชนขนาดใหญ่ของผู้คน และเหมือน ขุมทอง สินค้า และบริษัทต่างๆ เพราะ คุณสามารถสร้าง Page เพื่อสื่อสารกับลูกค้า และเพื่อน ผู้ติดตามของคุณได้ฟรีๆ รวมถึงการเผยแพร่ ข้อมูลข่าวสาร VDO รวมถึงรูปภาพได้อีกด้วย แจ่มมากๆ ดังนั้น Facebook จึงเป็นแหล่งที่เสมือนช่วยเปิดโอกาสให้คุณเปิดเผยลักษณะ ความเป็นตัวคุณ สิ่งที่คุณกำลังทำ กับคนอยู่มากได้อย่างเป็นกันเอง โดยไม่เคอะเขิน และอย่างลืมทำ Link Facebook Profile ของคุณใส่ใน Blog หรือเว็บไซต์ของคุณแต่ คงไม่เหมาะที่จะในไปใส่ใน Resume ล่ะทีนี้
3. Twitter
Tweet tweet Twitter 1 ใน Social media ที่มีผู้นิยมใช้มากและมีอัตตราการเติบโตเร็วมากที่สุดตัวหนึ่งในโลก twitter เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์และทรงพลังมากในการทำ Branding ไม่ว่าจะสำหรับ Product ,Corporate, Personal เพราะความเรียบง่ายในการใช้งายและส่งต่อ ความรวดเร็วในการส่งสาร และมี Application ที่ออกแบบมาให้ Twitter มีความสามารถมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการ ส่งภาพ ส่ง File VDO หรือ การย่อลิ้งค์ URL พร้อมการวัดผลทางการทำการตลาด
เทคนิคการปรับแต่ง เพื่อสร้าง Personal Branding
1. Claim Twitter username บางครั้งการชิง Username หรือ ชื่อ URL เป็นชื่อของตัวเองก็เหมือนศึกครั้งใหญ่เหมือนกันถ้าชื่อที่เราต้องการโดนชิงไปก่อนแล้ว ดังนั้นรีบสมัครแล้วตั้ง User Name ที่เราต้องการโดยไว ก่อนที่คุณจะพลาดไป เพราะชื่อนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการที่ ผู้คนจะจดจำและเอ่ยถึงคุณ
2 คุณควรสร้าง Twitter Profile ให้ ชัดเจน เขียนแนะนำตัวคุณเองให้กระชับและเข้าใจมากที่สุด เพราะผู้ติดตามของคุณจะได้รับรู้ว่า ทำไมเขาควรที่จะติดตามคุณ เพื่ออะไร
3. ควรใช้ Avatar เดียวกับทุกๆ Social Network ที่คุณมีไม่ว่าจะเป็น Facebook ,My space,YouTube ,Hi5 , หรือเว็บไซต์และ Blog ของคุณเอง
4 . ทำ Custom Twitter back ground ของตัวเองซะ ปรับแต่งภาพหลังให้ประทับใจให้ผู้ที่เข้ามาแล้วรับรู้ว่าคุณคือใคร สร้างความเป็นมืออาชีพและน่าเชื่อถือให้คุณอีกด้วย แนะนำลองใช้บริการที่ http://twitpaper.com มีBackground สวยๆ เพียบ หรือถ้าใครมีความสามารถ ด้าน Photoshop สักหน่อย ลองโหลด Twitter-BG-Template.psd ตัวนี้ไปทำเองได้เลย ครับ หรือ ง่ายอีกวิธี ลองดูที่นี่ครับ แนวเลย Create twitter Background usesing Powerpoint
5. เข้าสู่วงทวีต อย่าตั้งหน้าตั้งตา ทวีตเรื่องของคุณอย่างเดียวครับ ติดตามและมีส่วนร่วมกับ Follower ของคุณด้วย อันนี้สำคัญมากๆมีหลายคนที่ใช้ ทวิตเตอร์แล้วล้มเหลวเพราะไม่มีการปฏิสัมพันธ์ และมีส่วนร่วมกับวงทวีตนั่นเอง
4 Youtube
Youtube นับว่าเป็น Search engine ทางด้าน VDO ขนาดไหนเชื่อว่าหากคุณต้องการหาวีดีโออะไร สักอย่าง แน่นอน ที่แรกที่คุณนึกถึงคงต้องเป็น Youtube ใช่ไหมครับ Youtube อนุญาตให้คุณส่ง VDO ของคุณเข้าระบบ รวมถึงอนุญาตให้คุณสร้างช่องรายการของคุณเองได้ มีหลายตัวอย่างที่ Youtube เปลี่ยนคนธรรมดาให้เป็น Super star ได้ในชั่วข้ามคืน Youtube ยังมีเครื่องมือช่วยในการทำ การตลาดด้วยอย่างการใส่ Annotations เพื่อเพิ่มข้อความของเรา และ Link ไปยังเนื้อหาที่เราต้องการได้อีกด้วย และก็ยังมีระบบวัดผลว่า VDO ของเรามีสถิติ การรับชมเป็นอย่างไรอีกด้วย
4. Online Resume
สร้าง Resume Online ของคุณซะ เพื่อที่ใครที่สนใจติดตาม ต้องการติดต่อคุณเค้าสามารถเข้าไปค้นหาคุณได้ทันที คล้ายๆกับ LinkedIn Profile ที่บางคนก็ใช้แทน Online Resume ไปในตัวได้เหมือนกัน ลองดูตัวอย่างที่นี่ครับ How to use LinkedIn Profile as a Resume แต่ถ้าต้องการสร้าง Online Resume แบบมืออาชีพดีๆผมแนะนำให้ลองที่นี่ครับ www.Visualcv.com ลองดูตัวอย่าง ของผมได้ที่นี่ว่าหน้า ตาเป็นอย่างไร Suthathorn Sutthison CV
Branding your Personal Brand
เมื่อเราทำการสร้าง Personal Profile บนโลกออนไลน์ไว้แล้ว อย่าลืม ทำการเผยแพร่มันด้วยนะครับ ทุกสื่อออนไลน์ ของคุณไม่ว่าจะเป็น Blog , Website , Email Signature , Comment Signature , หรือแม้แต่ ใน Social media Profile ของคุณเอง
สำหรับ Offline Tools
Offline Tools นั้นเป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้ Online Tools เป็นเครื่องมือที่ช่วยยืนยันการมีตัวตนจริงๆของคุณซึ่งมันเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ที่สนิทใจมากขึ้น ความน่าเชื่อถือนั่นเอง ซึ่งคุณเองก็ไม่ควรลืมที่จะสร้าง Personal Branding ชื่อของคุณให้ติดปากและน่าจดจำไว้ด้วย
1. ภาพลักษณ์ บุคลิกภาพ
ใช่ครับ เป็นอย่างแรกเลยที่บ่งบอกถึงตัวคุณ ต้องดูดี และน่าจดจำไม่เพียงแค่เสื้อผ้า หน้า ผม เท่านั้น แต่สิ่งที่คุณพูดก็บ่งบอกความเป็นตัวคุณเองด้วยครับ ซึ่งคนส่วนใหญ่จะลืมตัวไป แต่ไม่ได้แปลว่าให้สร้างภาพนะครับ คนละเรื่องกัน
2. นามบัตร
เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คุณสามารถหยิบยื่นให้ผู้คนได้อย่างไม่ยากและเป็น ธรรมเนียนปฏิบัติที่ผู้คนทำกัน ดังนั้นถ้าทำได้อย่าลืมใส่ ชื่อที่คุณต้องการ Branding ออกไป และ ก็อย่าลืม ใส่ Social media Profile ของคุณลงไปด้วยเพื่อที่ผู้ติดต่อของคุณจะสามารถติดตามคุณต่อในโลกออนไลน์ได้ด้วยเช่นกัน
3. Custom Printing
ขายมันไปทุกที่ครับชื่อตัวคุณเองน่ะ ไม่ว่าจะเป็น ใบปลิว, Portfolio , หรือจะสั่งทำ Custom T-Shirt ชื่อคุณกับ Tee weet แบบนี้ก็ได้ ครับ ไม่ว่ากัน
4. เขียนหนังสือ
ลองหาว่าคุณถนัดอะไรแล้วลอง เขียนหนังสือสักเล่มนึงถ้าทำได้ หนังสือเป็นเครื่องมือที่ดี สร้างความน่าเชื่อถือของคุณได้อีกเยอะเลยครับ
เห็นไหมครับ ว่าเครื่องมือ หรือผู้ช่วยที่ช่วยเราในการสร้าง Personal Branding นั้นมีอยู่มากมายใกล้ๆตัว ทั้งฟรีและต้องจ่ายเงินบ้างเล็กน้อย แต่ผมเชื่อว่าผลที่ได้รับกลับมานั้นจะคุ้มค่ากับสิ่งที่คุณตั้งใจจะทำอย่างแน่นอน แล้วจะมา Update เรื่องการทำ Personal Branding ต่อเรื่อยๆ รอติดตามครับ
















No comments yet.