เก็บตกสถิติบน Social media ปี 2014 ที่น่าสนใจจาก Socialnomic 2014
Apr24

เก็บตกสถิติบน Social media ปี 2014 ที่น่าสนใจจาก Socialnomic 2014

ผ่านมาแล้วกว่าสี่เดือนของปี 2014  ทุกๆนาทีบนโลกออนไลน์ มีสถิติใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย และก็เช่นเคย  Erik Qualman เจ้าของผลงานหนังสือขายดี Socialnomic  ก็ได้สรุปสถิติต่างๆบน Social media มาเป็น Video ที่นักการตลาดดิจิตัล  หลายคนเฝ้าติดตาม รวมถึงผมเองด้วย และปีนี้ถึงจะมาช้าแต่ก็ยังน่าสนใจเหมือนเดิม       มีหลายๆสถิติที่น่าสนใจที่เรา อาทิ เช่น เมื่อเทียบ Member ของ Social Media กับ จำนวนประชากรบนโลก  Facebook  มีประชากรเป็นอันดับ 3 และ  Whatsapp เป็น อันดับ 5 จำนวนคนที่มีมือถือ มีมากกว่าจำนวนคนมีแปรงสีฟันบนโลกนี้ซะอีก               1 ใน 5 ของคู่รักสมัยนี้ พบกันบน Online  และ 1 ใน 5 ของคู่หย่าเพราะเจอปัญหา บน Social Media   Real time marketing เป็นเครื่องมือและ ลูกเล่นที่สำคัญมาก สำหรับแบรนด์ที่เล่นอยู่บน Digital (ส่วนตัวผมชอบ  Oreo , Nokia , Coca Cola , Pepsi  พวกนี้ ไวและเจ๋งมา) 53 %  ของผู้ใช้ Twitter เคยแนะนำสินค้าที่ตัวเองใช้งาน ผ่าน Tweet   อาจจะรวมถึงด่าแบรนด์ด้วย  และกลุ่มที่มีอัตราเติบโตมากสุดบน Twitter นั้นคือกลุ่ม สว. หรือ กลุ่มผู้สูงวัยนั่นเอง นี่ก็ตรงกับ Profile ของ คนใช้ Twitter อยู่แล้ว ที่ไม่ค่อยมีเด็กๆ 6 วินาที ของ VINE  กำลังเป็น Trends ใหม่ของ Brand ที่มา ทดแทนการทำ Video Ad แบบ 30 วินาที ดั้งเดิม ผมก็ชอบนะ สนุกและ สร้างสรรค์ ในทุกๆวัน จะมีคำค้นหาใหม่ๆ บน Google ที่ไม่เคยถูกพิมพ์ค้นหาเข้ามาก่อนเลย นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่บอกว่า Social media มันกลายเป็นส่วนหนึ่งเป็น วัฒนธรรม  และวิถีชีวิตของมวลมนุษย์ชาติไปแล้ว ไม่ว่าจะทำอะไร คุณก็ต้องไปผูกพันธ์กับ Social media อยู่เสมอ   ยังมีอีกหลายสถิติที่น่าสนใจใน Video เชิญชมและเก็บเกี่ยวกันไปเต็มที่  ...

Read More
ทำไม Content Marketing  จึงสำคัญในการตลาดดิจิตัล
Apr22

ทำไม Content Marketing จึงสำคัญในการตลาดดิจิตัล

ใน Traditional marketing ใครยึดหน้าสื่อ ยึดเวลาบนทีวีได้นั้นคือผู้ครองอำนาจ แต่ในมุมของ Digital marketing ใครยึดพื้นที่บน Google ได้นั้นคือผู้ครองอำนาจบน ออนไลน์  แต่ใครที่สามารถครองและยึดพื้นที่ได้ทั้งบน Offline และ  Online นั้นคือผู้ชนะอย่างแท้จริง นี่คือการตลาดแบบผสมผสาน ที่ Content marketing  จะช่วยเชื่อมโยง และ ต่อยอด ของ Campaign marketing ระหว่าง Online และ Offline เข้าด้วยกัน ด้วยพฤติกรรม ของ Prosumers  หรือผู้บริโภคยุคใหม่ที่หาข้อมูลเชิงรุกมากขึ้น การเข้าถึงข้อมูลของสิ่งที่กำลังสนใจ กำลังต้องการ โดยการค้นหาบน Internet  และแน่นอนที่แรกที่จะเข้าไปนั่นคือ Google ผมเชื่อว่าคนไทยยังไม่ค้นหาตรงๆจากใน Pantip  หรือ Facebook สักเท่าไร   นี่คือสิ่งที่ Google พยายามให้ทุกคนพยายามใส่ใจกับ ZMOT หรือ  Zero Moment Of  Truth  หรือ จุดที่ผู้บริโภคกำลังจะตัดสินใจว่าจะเข้าไปทดลอง หรือเข้าไปที่จุดขาย เพื่อมีประสบการณ์ ทดลองกับสินค้า หรือ แบรนด์นั้นๆ หรือไม่  ดังนั้น Content Marketing  จึงตอบโจทย์ของการทำ ZMOT นี่เอง     อะไร คือสิ่งที่ลูกค้าค้นหา ?  พฤติกรรมของลูกค้า ไม่ได้หาแต่บทความ การทำ Content marketing ควรครอบคลุมทุกองศา ดักทาง ดักความต้องการ ของลูกค้า  ไม่ว่าจะเป็น บทความวิชาการ , Blog content , รูปภาพ , Video รีวิว , กระทู้  , Q&A   ซึ่งแต่ละเครื่องมือมีหน้าที่ของมัน แต่จุดเด่นที่ต่างการ   อย่างเช่น บทความวิชาการ เป็นเรื่องข้อมูลข้อเท็จจริง เป็น Fact ที่สร้างความน่าเชื่อถือ อาจจะอยู่บทเว็บไซต์ของเราเอง หรือ Wiki ได้เช่นกัน Blog post  เป็น  Influences เพิ่มความรู้สึกในการตัดสินใจอยากใช้ อยากลองสินค้า Video review  ช่วยในความเข้าใจ ในสิ่งที่ซับซ้อน และ กระตุ้น ความรู้สึกได้มากเพราะได้เห็นวิธีการ และ การใช้งานจริงของสินค้า กระทู้ เป็น เสียงจากลูกค้าด้วยกันเอง จึงทำให้ลูกค้ารู้สึกสบายใจที่จะเข้ามาแลกเปลี่ยนข้อเท็จจริงกับผู้ใช้งานด้วยกัน Q&A  อย่าง guru.google , Yahoo answer , Quara  แต่จุดที่สำคัญคือ Targeting Keywords  ทุกๆ Content Network ที่แบรนด์ สร้างขึ้นมานั้นจะต้องมีองค์ประกอป ของ คีเวิร์ด  หรือ คำค้นหาหลักๆ ที่แบรนด์ หรือ สินค้านั้นๆจะกำหนดขึ้น มา  เพราะไม่ว่า ลูกค้าจะ Search แบบไหน ก็พบเนื้อหา ที่คุณสร้างขึ้นมาดัก แทบทั้งนั้น เทคนิคการสร้าง Keywords  ค้นหา  ผมและคุณอาจจะไม่ใช่เทพด้าน SEO  แต่เราเป็น Prosumers  นักการตลาดที่ดี ต้องคิดแบบลูกค้า หรือ ตำรวจที่เก่ง ก็ต้องคิดแบบโจร  อย่างไรอย่างนั้น กันทีเดียว  แล้วลูกค้าคิดอย่างไร ง่ายสุดคือ มองตัวเอง เวลาคุณต้องการซื้ออะไรสักชิ้นนึง คุณกำลังหาข้อมูลแบบไหน  Keywords  แบบ Branding  ตรงๆ ส่วนใหญ่ ไม่ค่อยต่าง คนค้นหาชื่อ Brands ยังไงก็เจออยู่แล้ว  แต่อาจจะลองคิดถึง คีเวิร์ด ที่เชื่อมโยง เกี่ยวเนื่องกัน เช่น Promotion , ราคา , ปัญหาของคนที่ใช้ สินค้านั้นๆ , ประโยชน์ของสินค้า หรือ ส่วนประกอบของสินค้า นั้นๆ เป็นต้น เพื่อเป็นการดักทางของ คนที่กำลังค้นหา มากกว่า ชื่อ Brand  การทำ SEO  Content  ผมไม่นิยมการดักชื่อคู่แข่ง ซะเท่าไร แต่ก็สามารถทำได้ ถ้าคิดว่าของเรามีจุดดี ที่แตกต่าง และ เหนือการคู่แข่ง ก็เป็นการชี้นำความสนใจ Offline and Online Integration การสร้าง Campaign แบบผสมผสาน คือเป้าหมายสำคัญของการทำการตลาดสำหรับ brand  เนื่องด้วยสื่อ Traditional นั้น มีราคาแพง , มีพื้นที่จำกัด และหากพยายามยัดเยียด ข้อมูลลงไปมากๆ ความสวยงามก็ไม่บังเกิด ดังนั้นการออกแบบสื่อ ควรมี Keyword ให้คนที่ดูสามารถไปค้นหาข้อมูลต่อได้  ส่วนตัวผมยังเชื่อว่าการพยายาม Promote Keywords ให้ชัดเจนยังน่าจะได้ผลดีมากกว่าการใช้ QR Code เพื่อให้เกิด การ Conversion ไปที่ content เป้าหมายของเราบนออนไลน์เสียอีก อย่าลืมว่าลูกค้ายุคใหม่ใช้ Mobile ในการเข้าถึง Content อยู่แล้ว  ดังนั้น อย่าลืมดูว่า Content ของเรา ออกแบบมาให้รองรับ Mobile search ด้วยหรือไม่ เมื่อคุณพยายามออกแบบคำค้นหาและ Promote keyword นั้นแล้ว จงมั่นใจว่า คุณสร้าง Content และ Promote Content นั้นมากพอที่จะรองรับผล Search  มีคำกล่าวไว้ว่า ชะตาชีวิตของ Brand ถูกตัดสินที่ หน้าแรก Google  ถ้าไม่ติดก็จบเห่ แต่อันดับที่มีผลที่ดีคือ 1-5  นะครับ ต้องพยายามทำให้ได้ บังเอิญว่าผม ได้เห็น Ads ตัวนึงบน BTS  ซึ่งสะดุดตา ในความขาวววววว ของน้องใหม่ ดาวิกา  จนแทบจะลืมสนใจไปเลยว่าคือสินค้าอะไร แต่มาสะดุดตอนท้าย ที่มี Keyword คำนึงว่า ไลโคปีน   ชื่อ มันสะดุดหู และ ภาพที่ ชี้นำให้เราเข้าไปค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม  จึงเข้าใจว่า คำนี้แหละ คือ Keyword ที่สินค้านี้ พยายามเน้น   จึงพยายาม search คีเวิร์ดนี้ แต่สิ่งที่เจอ คือ ไม่เจอ Content  ของ Brand นี้เลย กลายเป็นเจอ Content ที่ขายสินค้าที่มีส่วนผสมของ ไลโคปีน  ยี่ห้ออื่น เต็มไปหมด     ทั้งบน Mobile และ Desktop search  ก็ให้ผลแบบเดียวกัน   ดังนั้น ลงโฆษณา และ Promote  keyword แบบนี้ ถือว่าช่วย โฆษณา  keyword ให้คู่แข่งทางอ้อม ไปเลยทีเดียว   แปลได้ว่า  Brand ต้องสร้าง Content network เพื่อรองรับ ผล Search ของ promote keyword ให้มากกว่านี้ และ พยายามดัน ให้ติด Search ranking ให้ได้ด้วย การยึดพื้นที่บน Google ด้วยการสร้าง Content network ขึ้นมารองรับ การค้นหา และ Keyword ที่โปรโมท จึงเป็นสิ่งที่ Brand ต้องให้ความสำคัญ Content Marketing  ในการทำ Digital marketing...

Read More
Line Marketing สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก (SME) ในมุมของนักการตลาดดิจิตัล
Apr11

Line Marketing สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก (SME) ในมุมของนักการตลาดดิจิตัล

LINE  มันคือ อัลline   ถ้าถามคนไทยเดี๋ยวนี้แทบไม่มีใครรู้จัก  Application  ตัวนี้ กันแล้ว  ไปไหนทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ ตั้งแต่แม่ค้าร้านเล็กๆ จนถึง Corporate ใหญ่ๆ ล้วนใช้ LINE application กันทั้งนั้น ทั้งแค่ เพื่อสื่อสาร เม้าส์มอย เล่นเกมส์แข่งกับเพื่อน  ใช้โทรหากัน หรือ VDO Call ก็ยังได้ แม้แต่การใช้เป็นเครื่องมือในการทำธุรกิจ  LINE ก็ยังตอบโจทย์ตรงนี้ได้ จึงไม่แปลกใจที่ใครๆ ก็หันมาใช้ LINE กัน ด้วยความนิยมและ อัตราการเติบโตของสมาชิก ที่จนวันนี้ กว่า 400 ล้าน บัญชี  ปัจจุบันผมมองว่า LINE ไม่ใช่ แค่ Chat application อีกต่อไป  มันคือ Social Business Platform  ที่เรียกว่า Platform  เพราะมันมี feature และเครื่องมือต่างๆช่วยให้ธุรกิจสามารถต่อยอดได้มากมาย ซึ่งแน่นอน อยากที่ทราบ ต้นทุนของเข้าใช้ Platform อย่างเต็มรูปแบบนี้ ไม่ถูก ดังนั้น SME หรือ ธุรกิจขนาดเล็ก อาจจะไม่สามารถเข้าถึง feature  ที่ใช้ในเชิง Business ได้อย่างเต็มที่ได้นั่นเอง  อ้างอิงบทความของครูบอย Maximumboy  เรื่องของราคาการเปิดบัญชี  LINE Official account  หรือบัญชีสำหรับ Brand และ ธุรกิจ  นั้นไม่ใช่ถูกๆครับ ระดับ  7 หลัก และไม่ใช่แค่ 7 หลัก ธรรมดา Package ที่คนนิยมใช้กันก็คือเปิด Official account พร้อม Sponsor sticker  ซึ่งราคาแยกเป็น 2 ส่วนดังนี้ครับ ราคาเปิด LINE Official account  ราคา LINE Sponsor Sticker  ซึ่งถ้ารวมๆกันแล้ว เปิด Official Account 1 ปี ปล่อย Sticker สัก 2 ชุด ค่าใช้จ่ายต่ำๆ อยู่ที่ประมาณ 10 -11 ล้าน  เท่านั้น ยังไม่รวม Offline Campaign และ และสื่อ Below the line ที่จะต้องออกมาเพื่อ support อีก ผมเชื่อว่าไม่ต่ำกว่า 5 ล้าน หรือมากกว่านั้น  ตลอดทั้งปี  ดังนั้น LINE  Marketing แบบเต็มรูปแบบจึงเหมาะ สำหรับ Brand ที่มีงบการตลาดระดับปีนึงไม่ต่ำกว่า 20 ล้าน เป็นที่แน่ๆ   และในมุมมองของผม เชื่อว่า ไม่ใช่ว่าธุรกิจจะสามารถทุ่มเงินขนาดนี้แล้วเกิดความคุ้มค่า  Product ที่ เหมาะกับ LINE Marketing ผมยังรู้สึกว่ามันต้องเป็น Retail ที่คนกลุ่มมากสามารถเข้าถึงสินค้าหรือบริการได้  หรือ ใช้เพื่อเปิดตัวสินค้าใหม่ ให้เกิดการรับรู้ สนใจ และจดจำในสินค้าถึงแม้จะมีราคาสูงแต่ก็ยังรู้สึกคุ้มค่าและมีเหตุผลเพียงพอสำหรับการลงทุน ยกตัวอย่างกรณีของ Nissan Juke  และ Yamaha Tricity แล้วในมุมของธุรกิจขนาดเล็ก หรือ SME ล่ะ แน่นอน เงินทุนขนาดนั้นไม่สามารถขอเปิด LINE Official account ได้ หรือหากมีเงินก็ใช่ว่า LINE จะพิจารณาเปิด Official account ให้ทุกรายครับ เข้าใจว่า LINE เองยังมีการพิจารณาความเหมาะสมของ Official account อยู่ในขณะนี้  แต่กระนั้น ก็ใช่ว่า ธุรกิจขนาดเล็ก ไม่สามารถใช้ LINE เพื่อการตลาดได้  ซึ่งจริงๆแล้ว มันก็ใช่ครับ ผมมองว่า LINE  นั้นเป็นแค่ Tools ชนิดหนึ่งของ การทำ Digital marketing integration สำหรับธุรกิจ SME LINE ช่วย SME อย่างไรบ้าง  ด้วย feature ที่ LINE application มีอยู่มากมายที่ช่วยให้เราทำธุรกิจได้ง่ายขึ้น อย่างเช่น CHAT  =  คุณสามารถใช้ LINE เพื่อสื่อสารกับลูกค้า ส่งภาพสินค้า ถ่ายรูปส่งหากันได้ทันที ผมเชื่อว่าทุกคนทำกันอยู่แล้ว แต่ที่แน่ๆคือตอนนี้ คนที่ทำเว็บไซต์ ไม่มีใครวิ่งหา Online Chat ที่อยู่บนเว็บไซต์กันเลย เพราะด้วยยุค Mobile commerce ทั้งคุณและลูกค้า อยู่บน Mobile Platform กันหมด ดังนั้น Online Chat บนเว็บจึงไม่มี ความจำเป็นอีกต่อไป ถึงมีแล้วก็ไม่มีใครใช้อยู่ดี  LINE จึงตอบโจทย์ข้อนี้ได้ ในยุค Mobile commerce Voice และ Video Call  ในบางกรณี ความสำคัญของบริการหลังการขายเมื่อลูกค้ามีปัญหาภาพถ่ายไม่สามารถสื่อสารกันได้เข้าใจทั้งหมด Video call จึงเป็นอีก 1 feature ที่ช่วยให้คุณเห็นว่าลูกค้าคุณกำลังใช้งานแล้วเกิดปัญหาอะไร อันนี้เหมาะมากกับสินค้าที่ต้องมีความเข้าใจในการใช้งาน เช่นอุปกรณ์ Electronic เป็นต้น LINE Call โทรศัพท์ผ่าน LINE Call  สำหรับการติดต่อธุรกิจทางไกล เช่นโทรเข้าเบอร์ Landline  หรือ เบอร์บ้าน ด้วยค่าบริการราคาที่ถูกมาก เพราะเป็นการโทรผ่าน VOIP  เหมือน skype นั่นแหละครับ  โดยมี Package แบบผ่านบัตรเครดิต หรือ ซื้อ เครดิต ผ่าน LINE Store และยังรองรับหลายประเทศมากๆ ทั้งในกลุ่ม AEC , จีน , อเมริกา , ยุโรป  ที่เราหลายๆคนติดต่อธุรกิจเป็นประจำ แบบนี้ พ่อค้าแม่ค้าที่รับ Pre Order สินค้าสบายแล้ว ราคาค่าบริการ LINE Call Time Line  LINE ปรับตัวเป็น Mobile Social  network มากขึ้น หลังจากเปิดตัว Timeline ขึ้นมา ซึ่งไม่ต่างอะไรจาก Facebook และ Instagram  เลย แต่ซึ่ง SME สามารถใช้ความสามารถและความคุ้นเคยของตัวเองที่เคยขายของบน social network ของตัวเอง ซึ่งส่วนมากกลุ่ม Contact ของเรานอกจากจะเป็นเพื่อนแล้ว ก็ยังมีผู้ที่เราติดต่อหรือทำธุรกิจอยู่ในนั้นด้วย การนำเสนอสินค้า หรือ บริการ หรือ Promotion ใหม่ๆก็จะทำให้ผู้คนที่อยู่ใน Contact ของเรา รับทราบไปด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งเท่าที่เข้าใจคือ ณ. ตอนนี้ LINE ยังไม่มี algorithm โหดๆเหมือน Facebook ที่ทำให้ผู้ติดตามเรามองเห็น Post แค่ 1 %   ดังนั้น เมื่อเราโพสต์ไปโอกาสในการไปปรากฏยังมีมากกว่า  แต่การแค่ Post รูปภาพ หรือ Link Video จาก  Youtube นั้น อาจจะยังไม่ปิดการขายที่ดีเท่าไร  สิ่งที่เราควรทำต่อคือ การสร้าง Digital Integration  ระหว่าง  LINE และ Website  คือการ Post รูปหรือ Status update  พร้อม ลิ้งค์  กลับมาที่เว็บไซต์เรา เพื่อให้ลูกค้าเห็นข้อมูลแบบเต็มๆ หรือ สามารถสั่งซื้อสินค้าระบบตะกร้าเพื่อปิดการขายได้ทันที ประเด็นสำคัญที่ต้องทำให้ได้ก็คือ  1. เว็บไซต์ E-Commerce ของคุณต้องรองรับ Mobile commerce คือการใช้งานบน Mobile Device smartphone หรือ Tablet ได้ 2. ต้องใช้ Short URL เพื่อวัดผล  อย่างการใช้  www.bitly.com  เพื่อย่อ url ยาว ซึ่งนอกจากจะวัดผลได้ว่ามีคน Click แค่ไหน แล้วยังทำให้ข้อความสวยงาม ดูเป็นมืออาชีพมากขึ้นด้วย 3. Call to action  เขียนคำโปรยข้อความให้น่าสนใจ และ อย่าลืม Call to action บางอย่างเช่น Click เลย โทรมาสอบถาม , โทรเลย  เป็นต้น เพื่อให้ลูกค้าคุณ เกิดความเข้าใจว่าถ้าสนใจแล้วควรทำอย่างไรต่อ LINE...

Read More
Anatomy of BKK 1st time โดนคนไทยด่าครั้งแรก ทำไมจึงดัง
Apr10

Anatomy of BKK 1st time โดนคนไทยด่าครั้งแรก ทำไมจึงดัง

ผมเชื่อว่า ณ. เวลานี้ น้อยคนที่ยังไม่ได้ดูคลิป  “โดยคนไทยด่าครั้งแรก”  คลิปที่เปิดตัว Series short film BKK 1st Time  ผมก็ยังเชื่อว่าหลายคนก็ยังไม่รู้ว่านี่คือแผนของการ Promote หนังสือ เล่มหนึ่งอย่างแยบคาย ของคุณ ธนชาติ ศิริภัทราชัย ที่ชื่อ Newyork 1st Time   ด้วยเทคนิคการนำเสนอ และเล่าเรื่องด้วย Content ที่คนไทยเข้าใจง่าย และมีจุด Wow คือฝรั่ง Newyorker ชาวอเมริกัน ที่มี Character สนุกสนานดำเนินเรื่อง จึงทำให้เรารู้สึกสนุกไปกับ VDO Clip Project ชิ้นนี้ Anatomy ของ Viral Content  ที่คนอยากแชร์  มีอะไรบ้าง 1  ตลก ตกเก้าอี้   เอาง่ายๆ คือ ตลกแบบโดนใจสุดๆ 2 แปลก ชวนประหลาดใจ ,ตื่นเต้น หวาดเสียว 3. ลึกซึ้งถึงอารมณ์ส่วนลึกๆ เช่น ชวนประทับใจ , สลดใจ , ซึ้ง เป็นต้น 4. Content ที่ชวนตระหนัก ให้เราหยุดคิด ว่า จริง(เหรอวะ)  ,อ๋ออย่างนี้นี่เอง 5. Sexy  ที่ไม่ใช่โป๊ โจ่งครึ้ม 6. ดราม่า กอสซิป  คอนเท้นต์แบบนี้ ค่อนข้างเสี่ยงที่จะทำแต่คน อยากแชร์ 7. น่ารัก ทำให้ยิ้มได้ 8. มีประโยชน์ เช่น DIY. Tips . How to เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยของการที่ผู้ชม อยากที่จะแชร์ แต่สิ่งที่น่าสนใจของ ไวรัล คอนเท้นต์ มาร์เก็ตติ้ง  เหล่านี้คือ การเล่าเรื่อง (Story telling) และ คุณภาพของงาน production  สำหรับงานของ BKK 1st Time นี้ องค์ประกอบสำคัญการเป็น  Viral คือ  Story telling   ความสนุกของเนื้อหา และความรู้สึกถึงเป็นเรื่อง ใกล้ตัว Wow factor ของ Bkk 1st Time  1. ตัวละครดำเนินเรื่อง คุณลุงฝรั่ง  เนลสัน ฮาวอ์   ถ้าการโปรโมทหนังสือครั้งนี้ ใช้ คนไทยมาเล่าเรื่องเมืองฝรั่ง คงไม่ Wow เท่าไร เพราะความรู้สึกว่า ตัวละคร คือคนไทย ที่ใครๆ ก็เอามานั่งคุยได้  และต้องชมการแสดงที่ดูธรรมชาติมากๆ จนอาจจะรู้สึกได้ว่านี่คือการแสดง  นี่คือเรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆ 2.  Story  เนื้อหาเล่าถึงชีวิต เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองไทย โดยฝรั่ง ที่เนื้อหาใกล้ชิดกับสิ่งที่คนไทยคุ้นเคยก็คือ การเล่นล้อชื่อพ่อแม่ที่ เด็กๆชอบเล่นกันทั้งนั้น แน่นอน มาอยู่คู่กับเด็กไทยมาช้านาน มันทำให้เราหวนระลึกถึงความหลัง อารมณ์เดียวกับหนังเรื่องแฟนฉัน ที่เอาชีวิตสมัยเรียน มาเล่า ให้เรารุ้สึกใกล้ชิดและคิดถึง ว่าเออใช่ว่ะ แบบนี้เลย กรูก็เป็น คำด่าภาษาไทย ที่เราคุ้นเคย มันดูน่ารักและตลก ขึ้นทันทีที่เรา ได้ยิน เพราะนี่คือ ฝรั่งเป็นคนด่า มันจึงเกิด Wow factor ของความตลกและ ฉงน ว่าฝรั่งรู้จักคำด่าพวกนี้ด้วยเหรอ   ซึ่งแน่นอน ถ้าเป็นคนไทยมาพูดแบบนี้ เราจะรู้สึกคนละขั้วกันเลยทีเดียว เล่นกับความตลกที่เราเองก็ไม่เข้าใจ ว่าเออ จะทำไปเพื่ออะไร อย่าง #เช็ดเป็ด ปกติเราจะกลัวโดนโยนให้เป็ดกินซะมากกว่า  #เช็ดเหรี้ย  เหรี้ยแล้วยังจะไปเช็ดมันอีก  #เช็ดครก ซึ่งมันน่าแปลกใจเหมือนกัน ว่ามันจะเช็ดไปทำไม ไม่กลัวแสบพริกเหรอ  ซึ่งคำพูดเล่นๆพวกนี้ หลายๆคนคุ้นหูกันดี ตั้งแต่สมัยเรียน และยังหาคำตอบไม่ได้ ว่า จะเช็ดไปเพื่อ?   3. Timing   การใช้เวลาในเนื้อหาสั้นๆ ไม่เกิน 5 นาที ช่วยให้เกิด การอยากที่จะแชร์ และ ติดตามได้ดีกว่า Clip แบบยาว ทั้งในเรื่องของเนื้อหาที่ กระชับ จบในตอนเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว อยากที่จะติดตามตอนต่อ รวมถึง ระยะเวลาในการ Load content เพื่อรับชมด้วย เกิดขึ้นได้ง่าย  ดังนั้นถ้าจะทำ Viral Clip ไม่ต้องยาวจะดีกว่า 4. Parody  drive more virality  การถูกทำคลิปล้อเลียน หรือ Parody clip นั้น ช่วยให้เกิด Viral ทางอ้อม เพราะส่วนมากคนอยากกลับมาดู Origial Content มาเป็นอย่างไร ซึ่ง BKK 1st Time นี้ ก็ไม่รอดเพียงไม่กี่วันถูกมือดังอย่างทีมงาน เสือร้องไห้ เจ้าพ่อ Parody Clip เมืองไทยจับไป ทำ Clip ที่เรียกเสียงฮาได้ ไม่แพ้กัน และยังมีอีกหลายคน พยายามทำ Parody Clip แต่ก็ออกแนวแป๊ก ซะเยอะ     Organics Viral Content ของ Bkk 1st Time ส่วนตัวผมชื่นชมไอเดียการวาง Story เล่าเรื่องราวและขมวดกลับไปโยงเนื้อหาของหนังสืออย่างแยบคายในตอนท้ายของคลิป ซึ่งเทปนี้ดูแล้ว เราไม่ได้รู้สึกถึงการยัดเยียดความตลก และ ยัดเยียดการขายของ  ดูแล้วยิ้มได้และอยากที่จะแชร์ให้คนอื่นรับรู้ไปด้วย แน่นอน ถึงเวลานี้ มีแฟนคลับ รอติดตามชมคลิปต่อๆไปแน่นอน ถึงแม้ว่าเค้าจะไม่ได้เป็นแฟนคลับที่ตามไปซื้อหนังสือเล่มนี้ก็ตาม    ...

Read More