Line Marketing สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก (SME) ในมุมของนักการตลาดดิจิตัล
Apr11

Line Marketing สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก (SME) ในมุมของนักการตลาดดิจิตัล

LINE  มันคือ อัลline   ถ้าถามคนไทยเดี๋ยวนี้แทบไม่มีใครรู้จัก  Application  ตัวนี้ กันแล้ว  ไปไหนทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ ตั้งแต่แม่ค้าร้านเล็กๆ จนถึง Corporate ใหญ่ๆ ล้วนใช้ LINE application กันทั้งนั้น ทั้งแค่ เพื่อสื่อสาร เม้าส์มอย เล่นเกมส์แข่งกับเพื่อน  ใช้โทรหากัน หรือ VDO Call ก็ยังได้ แม้แต่การใช้เป็นเครื่องมือในการทำธุรกิจ  LINE ก็ยังตอบโจทย์ตรงนี้ได้ จึงไม่แปลกใจที่ใครๆ ก็หันมาใช้ LINE กัน ด้วยความนิยมและ อัตราการเติบโตของสมาชิก ที่จนวันนี้ กว่า 400 ล้าน บัญชี  ปัจจุบันผมมองว่า LINE ไม่ใช่ แค่ Chat application อีกต่อไป  มันคือ Social Business Platform  ที่เรียกว่า Platform  เพราะมันมี feature และเครื่องมือต่างๆช่วยให้ธุรกิจสามารถต่อยอดได้มากมาย ซึ่งแน่นอน อยากที่ทราบ ต้นทุนของเข้าใช้ Platform อย่างเต็มรูปแบบนี้ ไม่ถูก ดังนั้น SME หรือ ธุรกิจขนาดเล็ก อาจจะไม่สามารถเข้าถึง feature  ที่ใช้ในเชิง Business ได้อย่างเต็มที่ได้นั่นเอง  อ้างอิงบทความของครูบอย Maximumboy  เรื่องของราคาการเปิดบัญชี  LINE Official account  หรือบัญชีสำหรับ Brand และ ธุรกิจ  นั้นไม่ใช่ถูกๆครับ ระดับ  7 หลัก และไม่ใช่แค่ 7 หลัก ธรรมดา Package ที่คนนิยมใช้กันก็คือเปิด Official account พร้อม Sponsor sticker  ซึ่งราคาแยกเป็น 2 ส่วนดังนี้ครับ ราคาเปิด LINE Official account  ราคา LINE Sponsor Sticker  ซึ่งถ้ารวมๆกันแล้ว เปิด Official Account 1 ปี ปล่อย Sticker สัก 2 ชุด ค่าใช้จ่ายต่ำๆ อยู่ที่ประมาณ 10 -11 ล้าน  เท่านั้น ยังไม่รวม Offline Campaign และ และสื่อ Below the line ที่จะต้องออกมาเพื่อ support อีก ผมเชื่อว่าไม่ต่ำกว่า 5 ล้าน หรือมากกว่านั้น  ตลอดทั้งปี  ดังนั้น LINE  Marketing แบบเต็มรูปแบบจึงเหมาะ สำหรับ Brand ที่มีงบการตลาดระดับปีนึงไม่ต่ำกว่า 20 ล้าน เป็นที่แน่ๆ   และในมุมมองของผม เชื่อว่า ไม่ใช่ว่าธุรกิจจะสามารถทุ่มเงินขนาดนี้แล้วเกิดความคุ้มค่า  Product ที่ เหมาะกับ LINE Marketing ผมยังรู้สึกว่ามันต้องเป็น Retail ที่คนกลุ่มมากสามารถเข้าถึงสินค้าหรือบริการได้  หรือ ใช้เพื่อเปิดตัวสินค้าใหม่ ให้เกิดการรับรู้ สนใจ และจดจำในสินค้าถึงแม้จะมีราคาสูงแต่ก็ยังรู้สึกคุ้มค่าและมีเหตุผลเพียงพอสำหรับการลงทุน ยกตัวอย่างกรณีของ Nissan Juke  และ Yamaha Tricity แล้วในมุมของธุรกิจขนาดเล็ก หรือ SME ล่ะ แน่นอน เงินทุนขนาดนั้นไม่สามารถขอเปิด LINE Official account ได้ หรือหากมีเงินก็ใช่ว่า LINE จะพิจารณาเปิด Official account ให้ทุกรายครับ เข้าใจว่า LINE เองยังมีการพิจารณาความเหมาะสมของ Official account อยู่ในขณะนี้  แต่กระนั้น ก็ใช่ว่า ธุรกิจขนาดเล็ก ไม่สามารถใช้ LINE เพื่อการตลาดได้  ซึ่งจริงๆแล้ว มันก็ใช่ครับ ผมมองว่า LINE  นั้นเป็นแค่ Tools ชนิดหนึ่งของ การทำ Digital marketing integration สำหรับธุรกิจ SME LINE ช่วย SME อย่างไรบ้าง  ด้วย feature ที่ LINE application มีอยู่มากมายที่ช่วยให้เราทำธุรกิจได้ง่ายขึ้น อย่างเช่น CHAT  =  คุณสามารถใช้ LINE เพื่อสื่อสารกับลูกค้า ส่งภาพสินค้า ถ่ายรูปส่งหากันได้ทันที ผมเชื่อว่าทุกคนทำกันอยู่แล้ว แต่ที่แน่ๆคือตอนนี้ คนที่ทำเว็บไซต์ ไม่มีใครวิ่งหา Online Chat ที่อยู่บนเว็บไซต์กันเลย เพราะด้วยยุค Mobile commerce ทั้งคุณและลูกค้า อยู่บน Mobile Platform กันหมด ดังนั้น Online Chat บนเว็บจึงไม่มี ความจำเป็นอีกต่อไป ถึงมีแล้วก็ไม่มีใครใช้อยู่ดี  LINE จึงตอบโจทย์ข้อนี้ได้ ในยุค Mobile commerce Voice และ Video Call  ในบางกรณี ความสำคัญของบริการหลังการขายเมื่อลูกค้ามีปัญหาภาพถ่ายไม่สามารถสื่อสารกันได้เข้าใจทั้งหมด Video call จึงเป็นอีก 1 feature ที่ช่วยให้คุณเห็นว่าลูกค้าคุณกำลังใช้งานแล้วเกิดปัญหาอะไร อันนี้เหมาะมากกับสินค้าที่ต้องมีความเข้าใจในการใช้งาน เช่นอุปกรณ์ Electronic เป็นต้น LINE Call โทรศัพท์ผ่าน LINE Call  สำหรับการติดต่อธุรกิจทางไกล เช่นโทรเข้าเบอร์ Landline  หรือ เบอร์บ้าน ด้วยค่าบริการราคาที่ถูกมาก เพราะเป็นการโทรผ่าน VOIP  เหมือน skype นั่นแหละครับ  โดยมี Package แบบผ่านบัตรเครดิต หรือ ซื้อ เครดิต ผ่าน LINE Store และยังรองรับหลายประเทศมากๆ ทั้งในกลุ่ม AEC , จีน , อเมริกา , ยุโรป  ที่เราหลายๆคนติดต่อธุรกิจเป็นประจำ แบบนี้ พ่อค้าแม่ค้าที่รับ Pre Order สินค้าสบายแล้ว ราคาค่าบริการ LINE Call Time Line  LINE ปรับตัวเป็น Mobile Social  network มากขึ้น หลังจากเปิดตัว Timeline ขึ้นมา ซึ่งไม่ต่างอะไรจาก Facebook และ Instagram  เลย แต่ซึ่ง SME สามารถใช้ความสามารถและความคุ้นเคยของตัวเองที่เคยขายของบน social network ของตัวเอง ซึ่งส่วนมากกลุ่ม Contact ของเรานอกจากจะเป็นเพื่อนแล้ว ก็ยังมีผู้ที่เราติดต่อหรือทำธุรกิจอยู่ในนั้นด้วย การนำเสนอสินค้า หรือ บริการ หรือ Promotion ใหม่ๆก็จะทำให้ผู้คนที่อยู่ใน Contact ของเรา รับทราบไปด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งเท่าที่เข้าใจคือ ณ. ตอนนี้ LINE ยังไม่มี algorithm โหดๆเหมือน Facebook ที่ทำให้ผู้ติดตามเรามองเห็น Post แค่ 1 %   ดังนั้น เมื่อเราโพสต์ไปโอกาสในการไปปรากฏยังมีมากกว่า  แต่การแค่ Post รูปภาพ หรือ Link Video จาก  Youtube นั้น อาจจะยังไม่ปิดการขายที่ดีเท่าไร  สิ่งที่เราควรทำต่อคือ การสร้าง Digital Integration  ระหว่าง  LINE และ Website  คือการ Post รูปหรือ Status update  พร้อม ลิ้งค์  กลับมาที่เว็บไซต์เรา เพื่อให้ลูกค้าเห็นข้อมูลแบบเต็มๆ หรือ สามารถสั่งซื้อสินค้าระบบตะกร้าเพื่อปิดการขายได้ทันที ประเด็นสำคัญที่ต้องทำให้ได้ก็คือ  1. เว็บไซต์ E-Commerce ของคุณต้องรองรับ Mobile commerce คือการใช้งานบน Mobile Device smartphone หรือ Tablet ได้ 2. ต้องใช้ Short URL เพื่อวัดผล  อย่างการใช้  www.bitly.com  เพื่อย่อ url ยาว ซึ่งนอกจากจะวัดผลได้ว่ามีคน Click แค่ไหน แล้วยังทำให้ข้อความสวยงาม ดูเป็นมืออาชีพมากขึ้นด้วย 3. Call to action  เขียนคำโปรยข้อความให้น่าสนใจ และ อย่าลืม Call to action บางอย่างเช่น Click เลย โทรมาสอบถาม , โทรเลย  เป็นต้น เพื่อให้ลูกค้าคุณ เกิดความเข้าใจว่าถ้าสนใจแล้วควรทำอย่างไรต่อ LINE...

Read More
Anatomy of BKK 1st time โดนคนไทยด่าครั้งแรก ทำไมจึงดัง
Apr10

Anatomy of BKK 1st time โดนคนไทยด่าครั้งแรก ทำไมจึงดัง

ผมเชื่อว่า ณ. เวลานี้ น้อยคนที่ยังไม่ได้ดูคลิป  “โดยคนไทยด่าครั้งแรก”  คลิปที่เปิดตัว Series short film BKK 1st Time  ผมก็ยังเชื่อว่าหลายคนก็ยังไม่รู้ว่านี่คือแผนของการ Promote หนังสือ เล่มหนึ่งอย่างแยบคาย ของคุณ ธนชาติ ศิริภัทราชัย ที่ชื่อ Newyork 1st Time   ด้วยเทคนิคการนำเสนอ และเล่าเรื่องด้วย Content ที่คนไทยเข้าใจง่าย และมีจุด Wow คือฝรั่ง Newyorker ชาวอเมริกัน ที่มี Character สนุกสนานดำเนินเรื่อง จึงทำให้เรารู้สึกสนุกไปกับ VDO Clip Project ชิ้นนี้ Anatomy ของ Viral Content  ที่คนอยากแชร์  มีอะไรบ้าง 1  ตลก ตกเก้าอี้   เอาง่ายๆ คือ ตลกแบบโดนใจสุดๆ 2 แปลก ชวนประหลาดใจ ,ตื่นเต้น หวาดเสียว 3. ลึกซึ้งถึงอารมณ์ส่วนลึกๆ เช่น ชวนประทับใจ , สลดใจ , ซึ้ง เป็นต้น 4. Content ที่ชวนตระหนัก ให้เราหยุดคิด ว่า จริง(เหรอวะ)  ,อ๋ออย่างนี้นี่เอง 5. Sexy  ที่ไม่ใช่โป๊ โจ่งครึ้ม 6. ดราม่า กอสซิป  คอนเท้นต์แบบนี้ ค่อนข้างเสี่ยงที่จะทำแต่คน อยากแชร์ 7. น่ารัก ทำให้ยิ้มได้ 8. มีประโยชน์ เช่น DIY. Tips . How to เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยของการที่ผู้ชม อยากที่จะแชร์ แต่สิ่งที่น่าสนใจของ ไวรัล คอนเท้นต์ มาร์เก็ตติ้ง  เหล่านี้คือ การเล่าเรื่อง (Story telling) และ คุณภาพของงาน production  สำหรับงานของ BKK 1st Time นี้ องค์ประกอบสำคัญการเป็น  Viral คือ  Story telling   ความสนุกของเนื้อหา และความรู้สึกถึงเป็นเรื่อง ใกล้ตัว Wow factor ของ Bkk 1st Time  1. ตัวละครดำเนินเรื่อง คุณลุงฝรั่ง  เนลสัน ฮาวอ์   ถ้าการโปรโมทหนังสือครั้งนี้ ใช้ คนไทยมาเล่าเรื่องเมืองฝรั่ง คงไม่ Wow เท่าไร เพราะความรู้สึกว่า ตัวละคร คือคนไทย ที่ใครๆ ก็เอามานั่งคุยได้  และต้องชมการแสดงที่ดูธรรมชาติมากๆ จนอาจจะรู้สึกได้ว่านี่คือการแสดง  นี่คือเรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆ 2.  Story  เนื้อหาเล่าถึงชีวิต เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองไทย โดยฝรั่ง ที่เนื้อหาใกล้ชิดกับสิ่งที่คนไทยคุ้นเคยก็คือ การเล่นล้อชื่อพ่อแม่ที่ เด็กๆชอบเล่นกันทั้งนั้น แน่นอน มาอยู่คู่กับเด็กไทยมาช้านาน มันทำให้เราหวนระลึกถึงความหลัง อารมณ์เดียวกับหนังเรื่องแฟนฉัน ที่เอาชีวิตสมัยเรียน มาเล่า ให้เรารุ้สึกใกล้ชิดและคิดถึง ว่าเออใช่ว่ะ แบบนี้เลย กรูก็เป็น คำด่าภาษาไทย ที่เราคุ้นเคย มันดูน่ารักและตลก ขึ้นทันทีที่เรา ได้ยิน เพราะนี่คือ ฝรั่งเป็นคนด่า มันจึงเกิด Wow factor ของความตลกและ ฉงน ว่าฝรั่งรู้จักคำด่าพวกนี้ด้วยเหรอ   ซึ่งแน่นอน ถ้าเป็นคนไทยมาพูดแบบนี้ เราจะรู้สึกคนละขั้วกันเลยทีเดียว เล่นกับความตลกที่เราเองก็ไม่เข้าใจ ว่าเออ จะทำไปเพื่ออะไร อย่าง #เช็ดเป็ด ปกติเราจะกลัวโดนโยนให้เป็ดกินซะมากกว่า  #เช็ดเหรี้ย  เหรี้ยแล้วยังจะไปเช็ดมันอีก  #เช็ดครก ซึ่งมันน่าแปลกใจเหมือนกัน ว่ามันจะเช็ดไปทำไม ไม่กลัวแสบพริกเหรอ  ซึ่งคำพูดเล่นๆพวกนี้ หลายๆคนคุ้นหูกันดี ตั้งแต่สมัยเรียน และยังหาคำตอบไม่ได้ ว่า จะเช็ดไปเพื่อ?   3. Timing   การใช้เวลาในเนื้อหาสั้นๆ ไม่เกิน 5 นาที ช่วยให้เกิด การอยากที่จะแชร์ และ ติดตามได้ดีกว่า Clip แบบยาว ทั้งในเรื่องของเนื้อหาที่ กระชับ จบในตอนเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว อยากที่จะติดตามตอนต่อ รวมถึง ระยะเวลาในการ Load content เพื่อรับชมด้วย เกิดขึ้นได้ง่าย  ดังนั้นถ้าจะทำ Viral Clip ไม่ต้องยาวจะดีกว่า 4. Parody  drive more virality  การถูกทำคลิปล้อเลียน หรือ Parody clip นั้น ช่วยให้เกิด Viral ทางอ้อม เพราะส่วนมากคนอยากกลับมาดู Origial Content มาเป็นอย่างไร ซึ่ง BKK 1st Time นี้ ก็ไม่รอดเพียงไม่กี่วันถูกมือดังอย่างทีมงาน เสือร้องไห้ เจ้าพ่อ Parody Clip เมืองไทยจับไป ทำ Clip ที่เรียกเสียงฮาได้ ไม่แพ้กัน และยังมีอีกหลายคน พยายามทำ Parody Clip แต่ก็ออกแนวแป๊ก ซะเยอะ     Organics Viral Content ของ Bkk 1st Time ส่วนตัวผมชื่นชมไอเดียการวาง Story เล่าเรื่องราวและขมวดกลับไปโยงเนื้อหาของหนังสืออย่างแยบคายในตอนท้ายของคลิป ซึ่งเทปนี้ดูแล้ว เราไม่ได้รู้สึกถึงการยัดเยียดความตลก และ ยัดเยียดการขายของ  ดูแล้วยิ้มได้และอยากที่จะแชร์ให้คนอื่นรับรู้ไปด้วย แน่นอน ถึงเวลานี้ มีแฟนคลับ รอติดตามชมคลิปต่อๆไปแน่นอน ถึงแม้ว่าเค้าจะไม่ได้เป็นแฟนคลับที่ตามไปซื้อหนังสือเล่มนี้ก็ตาม    ...

Read More
ทิปส์เล็กๆปิดโฆษณากวนใจที่ไม่พึงประสงค์
Jan30

ทิปส์เล็กๆปิดโฆษณากวนใจที่ไม่พึงประสงค์

การลงโฆษณาลักษณะ  Display network  ซึ่งผู้ลงโฆษณา นั้นสามารถเลือกระบุกลุ่มเป้าหมายของผู้ชมโฆษณาได้ ซึ่งเป็นผลดีกับผู้เสียเงินลงโฆษณา  แต่ในมุมของผู้ชมบางครั้งการที่ต้องเปิดเว็บไซต์มา แล้วเจอโฆษณาที่ไม่พึงประสงค์ หรือ รบกวนสายตาและจิตใจ อาจจะทำให้สมาธิการทำงานและการหาข้อมูลเสียได้  บางท่านอาจจะรู้สึกหงุดหงิดและรำคาญกับโฆษณาเหล่านี้ แต่จะทำอย่างไรดีเว็บเค้าก็ต้องการหาเงิน เราก็ดันอยากมาเสพข้อมูลบนเว็บเค้าซะด้วย แต่เรื่องง่ายๆ แบบนี้มีวิธีจัดการได้ง่ายมากครับ เมื่อเราเจอป้ายโฆษณาไม่ถึงประสงค์ สังเกตุมุมบนขวา จะมาปุ่มเล็กๆดังรูป  เมื่อเราเอาเม้าส์ ไปวางดู ก็จะมีคำแนะนำเพิ่มว่าสามารถปิดโฆษณาไม่พึงประสงค์ได้  อย่าแสดงโฆษณานี้อีก เป็นนัยยะว่า ชั้นไม่ใช่ Target  แก เมื่อปิดแล้ว จะมีคำแนะนำจาก Google ว่า ต้องการยกเลิกการสั่งปิดโฆษณานี้มั้ย ซึ่งส่วนใหญ่คงตอบไม่  สังเกตุได้ว่า  Google translate  แปลผิดอยู่นะ  และเรายังช่วยGoogle ตั้งค่าการลงโฆษณาให้ถูกกลุ่มได้อีก  แบบนี้ถือว่าช่วยเหลือผู้ลงโฆษณาไปอีกทางจะได้ไม่เสียเงินฟรีๆ ง่ายๆแค่นี้เอง เราก็สามารถปิดการรับรู้ และมองเห็นโฆษณาไม่พึงประสงค์เหล่านี้ได้อีก  และยังเป็นการทำดีที่ช่วยเหลือผู้ลงโฆษณาไม่ต้องเสียเงินโดยสิ้นเปลืองกับการเลือกลงโฆษณาไม่ถูก  Target อีกด้วย ปล. ไม่ได้ต้องการดราม่าการเมืองใดๆทั้งสิ้น  นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า  Google ad  Target  Demographic  เราได้ แต่ไม่สามารถ  Target...

Read More
นักการตลาดดิจิตัล สายพันธุ์ใหม่ต้องมี Skill อะไรบ้าง
Jan29

นักการตลาดดิจิตัล สายพันธุ์ใหม่ต้องมี Skill อะไรบ้าง

  น้องๆจบใหม่ๆเดี๋ยวนี้อยากมาทำงานเป็นนักการตลาดดิจิตัล กันเยอะเลย หรือแม้แต่นักการตลาดเดิมเองก็หันมาให้ความสนใจงานด้านดิจิตัล มาร์เก็ตติ้งกันมาก เพราะตลาดแรงงานปัจจุบันเป็นตำแหน่งงานใหม่ที่ดู Cool และ มีความต้องการสูงและก็ยังขาดคนที่เข้าใจอย่างแท้จริงน้อยมากเมื่อเทียบกับความต้องการแรงงานในปัจจุบัน บ้างครั้งก็เกิดความสับสนเหมือนกันว่าการตลาดออนไลน์ การตลาดบนโซเชี่ยล หรือการตลาดดิจิตัล มันเหมือนกันมั้ย มีหน้าที่เหมือนกัน หรือต้องเก่งอะไรบ้าง แม้แต่แบรนด์เองที่จะรับแรงงานบางทีก็ยังสับสน เลยอยากจะแนะนำการตลาดแบบต่างๆ และถ้าใครคิดอยากจะเข้ามาทำงานวงการนี้แล้ว ต้องพัฒนาทักษะหรือ Skill อะไรบ้าง Digital marketing หรือ Internet marketing  ถ้าจะพูดไปมันก็มีทั้งความเหมือนและแตกต่างกันเล็กน้อยมันก็ไม่ได้มี กฏหรือคำบัญญัติ ที่ตายตัวหรอก แต่ถ้าถาม Digital marketing อาจจะต้องเข้าใจในเครื่องมือหลายๆอย่างมากกว่า แม้กระทั่ง พวก Mobile   ส่วน Internet marketing  นั้น อาจจะเข้าใจงานที่อยู่บน Internet เพียงอย่างเดียวก็ได้   สำหรับผม ธุรกิจใหม่ๆไม่สามารถทำการตลาดได้แค่บน Internet แล้ว ดังนั้น Digital marketing น่าจะต้องให้ความสำคัญมากกว่า ถ้าคุณอยากจะทำงานด้านดิจิตัลมาร์เก็ตติ้งด้วยแล้ว ลองสำรวจตัวเองว่าเข้าใจหรือมีทักษะเหล่านี้ครบรึยัง สิ่งที่นักการตลาด Digital ยุคใหม่ต้องมี Digital advertising  รู้จักการโฆษณา Online ประเภทต่างๆ เช่น    Search advertising , Adwords  เหมือนกันคือคิด Keywords โฆษณาให้ตรงกับคำค้นหาของกลุ่มเป้าหมาย    Affiliate ลงโฆษณาแบบนายหน้า แนะนำ ฝากขาย  หรือ  referral   Pay per click Advertising  ลงโฆษณาแบบจ่ายเป็นครั้งตามจำนวน Click   Display  Advertising   อาจจะเป็น Banner หรือ Interactive board ตามสถานที่ต่างๆก็เป็นได้  Social media Advertising  ที่ สามารถกำหนด Target กลุ่มความสนใจของ กลุ่มเป้าหมายได้ เป็นต้น Email marketing   เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ไม่เคยตาย แต่อาจจะถูกลืมและความเชื่อว่ามันไม่ได้ผล เป็นสแปม แต่มีงานวิจัยจาก McKinsey survey บอกว่ามันได้ผลดีกว่า พวก facebook หรือ  Twitter  กว่า 40 เท่า ในการใช้งานเชิงธุรกิจ  แน่นอน การส่ง Email เพื่อการตลาดต้องหาเครื่องมือที่วัดผลได้ อย่างเช่น พวก Mailchimp เป็นต้น  ซึ่งคุณก็ต้องเข้าใจค่าตัวเลขที่สำคัญๆต่างๆเช่น  Open rate , Click rate , Bounce rate เป็นต้น Social media marketing  เรื่องนี้เด็กๆรุ่นใหม่อาจจะถนัด  เพราะมาโตมาในยุคเว็บ 2.0  Social integration มาเรียบร้อยแล้วในชีวิต แต่สิ่งที่สำคัญไม่ได้อยู่ที่ใช้ Social เป็นมั้ย มันอยู่ที่ ใช้อย่างไร สื่อสารอย่างไร Integrate เข้าไปกับ เครื่องมืออื่นๆอย่างไรมากกว่า  ซึ่งอันนี้เป็นหัวใจของมันเลย  Video Marketing  การถ่าย คลิป อัพ โหลดขึ้น Youtube จบ แค่นั้นมันไม่ถือว่าเป็น Video marketing สิ่งสำคัญคือ การวางแผนของเนื้อหา , การเล่าเรื่องด้วยภาพเคลื่อนไหว ถ้าสามารถใช้ VDO เพื่อนำเสนอได้ดี ก็จะมีกลุ่มคนติดตาม และมีแฟนคลับของแบรนด์หรือผลิตภัณฑ์รอชมเสมอ ยิ่งถ้าเราสามารถถ่ายและตัดต่อเองได้ด้วย เจ๋งแน่ รับรองไม่ตกงาน SEO search engine optimization  หรือการปรับแต่งเว็บไซต์เพื่อผลของการค้นหาที่ดีขึ้น มีช่วงหนึ่งคนเลิกให้ความสนใจมุ่งไปทำกันแต่ social media ทำ Facebook page กัน แต่ลืมคิดว่า พฤติกรรม ของคนยังไงก็ต้องค้นหาก่อนเสมอเวลาต้องการอะไร แน่นอน Google คือสิ่งแรกที่คนไทยเข้าไปเพื่อค้นหา ดังนั้น คุณควรจะรู้ว่า เราทำอะไรยังไงได้บ้างเพื่อผลค้นหาที่ดีขึ้น ไม่ต้องถึงกับทำเองเป็นทั้งหมด เพราะมันต้องอาศัยความรู้ ความชำนาญอย่างสูง แต่เรารู้และสามารถจ้างคนทำ SEO ได้ และสื่อสารกับเค้าเป็น และไม่โดนคนทำพวกนี้หลอก  ต้องรู้อะไรบ้างล่ะ สายของการทำ SEO  สายขาว สายดำ สายเทา เพื่อรู้หลักและนำไปปรับใช้ให้เหมาะกับสถานะการ On page , Off page Optimization Inbound marketing Algorithm ของ Google ตอนนี้คืออะไร และ การให้น้ำหนักและคะแนน เกณฑ์คืออะไร  Blogging   เขียน B log และรู้จักการสร้าง Blog Content เพื่อคุยกับพวก Blogger หรือ เขียน Content เพื่อสนับสนุนเนื้อหาของสิ่งที่แบรนด์ต้องการนำเสนอ ได้ กำหนดกลยุทธ์ได้ UX และ UI  เข้าใจเรื่อง Ux – User experience และ UI  User Interface   เป็นสิ่งที่สำคัญมากเป็นออกแบบ Service หรือ Campaign ซึ่งคุณต้องเข้าใจสิ่งที่ลูกค้าจะต้องพบและเจอในการใช้งาน หรือ เข้าดูบริการ เดิมเองผมก็คิดว่า UI เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ต้องสวย ต้องเนียบ แต่มาเข้าใจที่หลังว่า ถึงสวยเนี้ยบอย่างไร ถ้า UX ไม่ดีแล้ว ผู้ใช้มีประสบการณ์ที่ไม่ดี ลูกค้าก็หนีอยู่ดี  ดังนั้น 2 สิ่งนี้ต้องไปด้วยกัน  เมื่อคุณเข้าใจก็จะคิดแทนลูกค้า และ ตรวจงาน เอเจนซี่ได้ ไม่โดนหลอก และก็จะทำให้ลูกค้าประจำใจและส่งผลให้ Campaign สำเร็จได้ Coding  หลายคนร้อง ห๊ะ ชั้นจบ Marketing ไม่ใช่ โปรแกรมเม่อร์นะ ต้องให้เขียน Coding เองเลยเหรอ  จริงๆไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกครับ แค่รู้ว่า ภาษาโปรแกรมแบบไหนที่เหมาะกับงานอะไร มีทางเลือกในการใช้งานได้อย่างไร เช่น Ajax , Flash , PHP , Html5 , FBML , ซึ่งถ้าเราเข้าใจก็จะรู้ว่างานที่จะทำควรพัฒนาด้วยอะไร  แต่ถ้าใครสามารถ ออกแบบ เว็บไซต์ด้วยตัวเองได้ก็ยิ่งถือว่าเจ๋ง Graphic design  สามาถออกแบบงาน Graphic ด้วยตัวเองได้ สามารถใช้ Photoshop , Illustrator เองได้ สามารถออกแบบ แบนเนอร์ต่างๆ ปรับภาพ ทำ EDM เองได้ นี่ก็เจ๋งเลย ไม่ตกงานชัวร์ คอนเฟิร์ม หรืออาจจะเพิ่มมูลค่าตัวคุณเองด้วยการฝึกถ่ายรูปด้วยยิ่งแจ่ม  Communication skill  ทักษะการสื่อสารต้องดี เพราะการใช้ภาษาบน Social media หรือ บน Online media ประเภทต่างๆ การเลือกใช้คำและระดับภาษา เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ คำบางคำตีความหมายได้หลายมุม หรือความหมายเดียวมีคำให้เลือกใช้ได้หลายระดับภาษา เพื่อบอกถึงอารมณ์และความรู้สึกได้  ดังนั้น ต้องระวังอย่างมาก Mobile marketing   ต้องรู้จักพื้นฐานของ Mobile tools ประเภทต่างๆเช่น  Operating System คืออะไร iOS , Android , Window phone , Application design Mobile advertising Mobile site  Mobile marketing Tools ต่างๆ Mobile feature , Location service , Augmented Reality , Scanning , Mobile search SMS marketing   Content creating  นักการตลาดที่ดีต้องคิดสร้างคอนเท้นต์ด้วยตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็น Image , infographic ,VDO , Blog post , รู้จักการเลือกใช้ หรือ ผสมผสาน เพื่อผลของงานที่ดีขึ้น Presentation skill  บ่อยครั้งที่เราต้องนำเสนอแผนของเราให้ทั้ง Marketing head หรือ ผู้บริหาร  เพื่อให้รู้ว่าเราจะทำอะไร (เพื่อขอเงิน) หรือ present ผลของ campaign (ว่ากรุใช้เงินคุ้มค่านะ ) เหล่านี้ล้วนต้องอาศัยทักษะในการนำเสนอและเตรียมข้องมูล คุณต้องวางแผนการพูดและ สรุปย่อ เป็น อย่าลืมว่า คนอื่นๆเค้าอาจจะไม่มีความชำนาญและเข้าใจภาษาของคนดิจิตัล มากนัก โดยเฉพาะผู้บริหาร คุณจะต้องทำ Presentation อย่างไรให้เข้าใจง่าย...

Read More
พาชม ไอวี่ ปิ่นเกล้า แล้วเที่ยวสวนสัตว์พาต้า กับมุมที่คุณยังไม่รู้
Jan23

พาชม ไอวี่ ปิ่นเกล้า แล้วเที่ยวสวนสัตว์พาต้า กับมุมที่คุณยังไม่รู้

ได้มีโอกาสไปชมโครงการ ivy condo pinklao resident เลย แวะไปเยี่ยม คิงคอง ที่น่าสงสาร ที่มีข่าวว่าถูกทรมาน น่าเวทนา บนสวนสัตว์พาต้า ที่อยู่ข้างๆ โครงการ ไอวี่ ปิ่นเกล้า ด้วยกันซะเลย  อยากเห็นกับตาว่าเป็นอย่างที่คนเค้าพูดกันหรือเปล่า โครงการไอวี่ คอนโด ปิ่นเกล้า เรสซิเด้น   เป็นโปรเจ็คสุดอลังการ เมื่อ 3-4 ปีก่อนในย่านปิ่นเกล้านี้เลยทีเดียว  ด้วยความหรูหรา และ รสนิยมในการเลือกวัสดุ และ การออกแบบ ตามแบบฉบับของโครงการ iVY Condo  ด้วยราคา 90,000 ต่อ ตรม. ในสมัยนั้น ถือว่าแพงเอาเรื่อง หรูเอาการ แต่ที่เก๋ของโครงการนี้คือ เจ้าของห้อง ได้ที่ดินบนที่จอดรถไปด้วย ซึ่งหายากแล้วในสมัยนี้ เรียกง่ายๆคือ ซื้อห้องพร้อมที่จอดรถ แบบ Fix ไม่ต้องตีกันเลย    ตอนนี้ ทางโครงการขายเกือบหมดแล้ว เหลือห้อง แบบ 2 Bed อีกเพียงแค่ 3  Unit  เท่านั้นเอง ซึ่งราคา ก็ยังเดิมๆ ปรับขึ้นมาบ้างเล็กน้อยตามราคาประเมินที่ปรับขึ้นมาเท่านั้น เฉลี่ยแล้ว เท่าที่คุย ก็ยังไม่ถึงแสน ถ้าเทียบกับทำเลคุณภาพ ที่ติดถนนใหญ่ ใกล้ทางขึ้นสะพานทั้งสองสาย ปิ่นเกล้า และ พระราม8  แถมอีกไม่กี่ปี ก็จะมีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ตัดผ่านตรงแยกสิรินธร ไม่กี่ร้อยเมตรจาก คอนโดเลย สบายสุดๆ  มาดูห้องที่ยังเปิดขายกันบ้าง  ตอนนี้ที่เหลือเป็นแบบ C Type 2  ห้องนอน    ซึ่งเหมาะกับ ครอบครัวขนาดกลาง 3-4 คน  2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ  1 ห้องนั่งเล่น พร้อมครัว เหมาะกับการประกอบอาหารได้ด้วยตัวเอง เท่าที่ดูกว้างมาก พร้อมเค้าเตอร์ขนาดใหญ่ ไม่ว่าเป็นเชฟ ระดับไหนก็สบาย ส่วนของห้องนั่งเล่นก็มีการจัดวางชุดโซฟา และ ตั้งโต๊ะรับประทานอาหารให้ด้วย เหมาะที่จะเป็นมุมพักผ่อนของครอบครัว  ไม่อึดอัดดี ในห้อง Master Bedroom มีห้องน้ำในตัวที่ออกจะ Sexy เล็กๆเป็นกระจกใส มองทะลุได้ แอบเขิลเล็กน้อยถ้ามิใช่สามีภรรยากันนี่คงต้องหาม่านมาปิดไว้หน่อยจะดีกว่า แต่เอ๊ะถ้าไม่ใช่สามีภรรยา อาจจะแยกไปที่ห้องนอนเล็กก็คงได้ สำหรับส่วนกลาง ของที่นี่ ก็จะมี Fitness, สระว่ายน้ำ และ Souna อยู่ที่ชั้น ดาดฟ้า ถึงแม้วิวจะไม่สวยเท่า Infinity edge pool ของ Urbano Absolute  แต่ก็ได้วิว สะพานพระราม 8 ไกลๆ ลมแรงและงามไม่แพ้กัน   และก็ยังมีสวนหย่อมพักผ่อน และ โซนอ่านหนังสือ จะเรียกห้องสมุดก็อาจจะไม่ใช่นัก แต่มีหนังสือให้นั่งชิล อ่านรับแดด กินลมสบายๆ บริเวณนี้ก็สงบไปอีกแบบครับ  เป็นอีก 1 โครงการหรู และ คุณภาพของ ไอวี่คอนโดที่เหลือเพียง 3 ยูนิตเท่านั้น เท่าที่สอบถามและหาข้อมูลดู ที่นี่เป็นกลุ่มคนซื้อเพื่อพักอาศัยจริงๆ จึงไม่ค่อยเห็นมีการขายต่อตามท้องตลาดมากนัก  เหมาะสำหรับการอยู่อาศัยพักผ่อนอย่างสงบ รับรองคุ้มค่ามากๆ  เดินทางสะดวกติดถนนใหญ่ ตอนนี้ก็ถือว่าราคา ไม่แรงเกินไป เพราะ โครงการใหม่ๆ ระดับแต่กลางๆ ยังเหยียบแสนกันแล้วทีเดียว เมื่อมาถึง ไอวี่ ปิ่นเกล้า ก็นึกถึง เจ้าคิงคองตัวน้อยๆที่เคยเป็นข่าวกันเกรียวกราวว่าอยู่อย่างทรมานบนสวนสัตว์พาต้า ก็เลยอยากขอไปเยี่ยมและพิสูจน์ด้วยตาตัวเองว่า จริงอย่างข่าวว่าหรือเปล่า ซึ่งเดินจากโครงการ iVY Condo ไปแค่ไปถึง 2 นาที ประมาณ 200  เมตร เท่านั้น สวนสัตว์พาต้า อยู่บริเวณชั้น 6 และ 7  ครับ  ซึ่งเปิดดำเนินการมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2526  ตั้งแต่เรายังเด็กๆเลยทีเดียว ซึ่งจำความได้ว่าสมัยก่อนดังมากๆ ฮิตมากๆ มีงาน Event ทุกสัปดาห์ ที่จำแม่นเพราะมีประกวดแฟนต้ายุวฑูต ด้วย มีละครลิง”ศิษย์พระกาฬละครลิง” ที่เรารู้จักกันคือ คุณประกิตย์ นั่นเอง ปัจจุบัน สวนสัตว์พาต้า ผมเชื่อว่า ทำแบบไม่มีกำไรแน่นอน แต่ที่ยังอยู่ทุกวันนี้ เพราะด้วยความรัก ของเจ้าของ คือคุณ วินัย เสริมศิริมงคล นั่นเอง  ขนาดมีข่าวขอให้ขาย หรือ บริจาค สัตว์เหล่านี้ไป คุณวินัยเอง ก็ยังยืนยันที่จะดูแลต่อไป  จากเดิมที่สวนสัตว์แห่งนี้ เปิดให้ชมฟรี เพราะคุณวินัยต้องการคืนกำไรให้สังคม และด้วยเป็นคนรักสัตว์ จึงเปิดสวนสัตว์แห่งนี้ขึ้นมาให้พนักงานและเด็กๆเข้ามาใช้พักผ่อน  ต่อมาจึงเริ่มเก็บค่าบริการที่ผู้ใหญ่ 60 เด็ก 30 บาท ผ่านมาเกือบ 30 ปี บัตรค่าเข้าปัจจุบัน ผู้ใหญ่ 70 บาาท  เด็ก 40 บาทครับ ซื้อตั๋วบริเวณชั้น 5 แล้วเดินขึ้นบันได้ ไปชั้น 6 ได้เลย ชั้น 6  เป็นโซนสัตว์เลื้อยคลาน มีทั้ง งู  ซึ่งเยอะมากๆ แยกแบ่งตู้ไว้ ไม่อันตรายแน่นอน ซึ่งพวกที่อยู่ด้านในห้องแอร์ ค่อนข้างนอนกันสบาย แต่พวกอยู่ริมทางเดือนด้านนอก ออกแนว Hyper  นิดหน่อย  เลื้อย ฉกกาปก เอร้ย ฉกตู้อยู่ตลอดเวลาก็มี โดยเฉพาะเวลา เดินผ่านหรือจ้องตู้ ทำให้หวาดเสียวเล็กน้อย ที่ชั้น 6 จะเป็น โซนที่อยู่ด้านในบริเวณห้าง ติดแอร์ ซึ่งมี สัตว์เลื้อยคลานมากมาย รวมถึงสัตว์น้ำด้วย บางชนิด  แม้จะดูแล้วเหมือนไม่เคย Renovate มานานมาก แต่เท่าที่ดูสัตว์เหล่านี้ได้รับการดูแล อย่างดีครับ ไม่ได้อดอยากเลย มีตารางการให้อาหารเป็นเวลา และ การรักษาความสะอาดภายในกรงอย่างเสมอ หลายๆกรงหรือตู้ที่ดู บางทีก็มีการติดป้ายว่า ย้ายไปเพื่อฆ่าเชื้อทำควาามสะอาดภายในกรง  ซึ่งอันนี้ผมว่าสำคัญมากไม่ใช่ปล่อยให้อยู่ตามมีตามเกิด  และ ทุกๆวัน ประมาณ 5 โมงเย็น เจ้าหน้าที่ ก็จะทำการระบายอากาศภายในชั้น 6 เพื่อโยการเปิดหน้าต่าง ให้อากาศถ่ายเท และ ลดกลิ่นภายในอาคารด้วย   ที่บริเวณชั้น 6 นี้ก็ยังมีเวทีการแสดงและโซนขายของที่ระลึกพร้อมขนมอยู่ ก็ยังเห็นป้ายว่ามีโชว์ทุกบ่าย 2 โมงของวันหยุดนะครับ ถ้าใครสนใจยังแวะมาชมได้ สำหรับที่ชั้น 7 นั้น คือสวรรค์ของสรรพสัตว์ เลยครับ เพราะบริเวณนี้คือส่วนจัดแสดงสัตว์บกและนกนานาชนิด รวมถึงสวนสัตว์เด็กด้วย จุดนี้เด็กๆน่าจะชอบเพราะมีสัตว์ที่ไม่เป็นอันตรายและน่ารักๆ อย่างพวกกระต่ายและแกะแพะ ให้หนูๆได้มาสัมผัสอย่างใกล้ชิด และยังสามารถซื้ออาหารมาป้อนได้อีก ประมาณ 20 บาท ต่อกำไม่แพงจนเกินไป ก็สามารถช่วยเหลือรายได้ทางสวนสัตว์ได้อีกทาง     บนชั้น 7 นี้ มีสัตว์บกและลิงเป็นจำนวนมากรวมถึงนางเอกของเราเจ้าคิงคอง ที่จริงๆมันคือ กอริล่า แต่ทางห้างเรียก คิงคอง เพราะ สมัยนั้นหนังดังมากและเป็นชื่อที่ชาวบ้านรู้จักกันดี ซึ่งเดิมมี 2 ตัวคือ บัวหน้า ปัจจุบันเสียชีวิตไปแล้ว และ บัวน้อย คือกอลิร่าสาว ตัวปัจจุบัน ที่อยู่ในกรงปรับอากาศ และ ปลอดเชื้อ ซึ่งจริงๆการดูแลถือว่าดีเอามากๆ ถึงจะมีคนเถียงว่าขัดกับวิถีชีวิตของ กอลิร่า ที่ต้องอยู่ในป่า  แต่ทางห้างไม่เคยปล่อยให้กอลิร่า บัวน้อยอดอยากเลย ถึงแม้จะดำเนินงาน ขาดทุนมาตลอด  ถ้าคุณสนใจและเป็นห่วงมันจริงๆ แวะมาเที่ยวเยี่ยมชมกันได้ครับ ถือว่าเป็นการสนับสนุนค่าใช้จ่ายของสวนสัตว์ ไม่แพงด้วย  ถ้าเทียบกับแพนด้าไฮโซ แล้ว เชื่อว่า บัวน้อยน่ารักไม่แพ้กัน ตอนไปดู นางก็สนุกกับการเล่นใบตอง และ ดื่มโฟโมสต์ อันนี้ ไม่ Tie-in สินค้านะ นางชอบกินจริงๆ       นอกจากนี้ก็ยังมีสัตว์พวกเสือ และ หมี เม่น เพียบเลย รวมถึงนกประเภทต่างๆและมีมุมถ่ายรูปด้วย   ในสวนสัตว์ไม่ได้เลวร้ายอยาก Forward เมล์ที่เราได้อ่านกันไปซะทั้งหมด ถึงแม้มันจะเก่าและดูเหมือนขาดการ renovate ทั้งห้างทั้งสวนสัตว์มานาน แต่คุณภาพชีวิต การดูแลสัตว์ต่างๆของเจ้าของสวนสัตว์ไม่ได้เลวร้ายเลย  มีคนตั้งคำถามเป็นจำนวนมากว่าทำไมถึงไปปล่อยให้สัตว์เหล่านี้ ไปอยู่ตามธรรมชาติ  ส่วนหนึ่งเพราะสัตว์พวกนี้ ถูกเลี้ยงดูมานาน ด้วยความผูกพันธ์และความรัก และ ด้วยสัญชาตญาณ หลายๆอย่างเปลี่ยนไปจนไม่อาจจะกลับไปเลี้ยงดูอยู่รอดตาม ธรรมชาติได้อีกก็อาจจะเป็นอันตรายต่อมันได้  โดยเฉพาะเจ้ากอลิร่าที่ไม่สามารถอยู่ตามธรรมชาติแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ เพราะดินแถบนี้มีแบคทีเรียที่เป็นอันตรายต่อชีวิตมันได้  สวนสัตว์แห่งนี้ จึงเป็นเหมือนสถานที่พักผ่อนของครอบครัวที่อาจจะถูกลืมไปแล้ว ผมเชื่อว่าทุกวันนี้ สวนสัตว์แห่งนี้ ขาดทุนแน่ๆ เพราะเท่าที่ดู คนมาเที่ยวแทบจะไม่มี รายได้เมื่อเทียบกับค่าดูแลสัตว์เหล่านี้ ไม่มีทางคุ้มแน่นอน การเดินทางมาเยี่ยม โครงการ ไอวี่ ปิ่นเกล้า ครั้งนี้คุ้มมาก ได้มาเห็นคอนโดคุณภาพ ทำเลดีที่ยังเหลือห้องใหม่อยู่อีก 3 ยูนิตสุดท้าย ที่ตอนนี้ ถ้าใครสนใจสามารถ พาเพื่อนหรือคนรู้จักมาแนะนำได้ ทางโครงการมีค่าแนะนำให้ 20000 บาท ทีเดียว  และวันนี้ผมก็ยังได้มีโอกาสตะลุยเดี่ยว เที่ยวสวนสัตว์พาต้าในตำนาน ที่เดินจากคอนโด ไปไม่กี่ร้อยเมตร  และได้พบว่ามันยังเป็นสวนสัตว์ที่สามารถเข้าไปชมพักผ่อน ในวันหยุดกับเพื่อน หรือ...

Read More

Plugin by Social Author Bio