ตั้งใจมานานละครับว่าอยากให้ท่านๆผู้ติดตามอ่านทั้งหลายมีส่วนร่วม ทั้งการส่งผลงานเสียงร้องของตัวท่านเองมาโชว์ หรือ มีส่วนในการวิจารณ์ผลงานของท่านอื่นๆ เพราะผมเชื่อว่าการที่เราร้องเพลงแล้วมีคำวิจารณ์นั้นจะดีกว่าเราร้องแล้วไม่ได้รับเสียงตอบกลับมาเลย เหมือนกระจกที่ส่องน่ะการที่เราทำอะไรแล้วไม่ได้มองเห็นตัวเองอย่างที่คนอื่นมองเห็น เราก็จะไม่สามารถทราบได้เลยว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นดีแล้ว ถูกต้องแล้วหรือยังครับ การเป็นนักร้องที่ดีนั้นเราต้องกล้าที่จะนำเสนอ และรับคำวิจารณ์นำกลับมาแก้ไขปรับปรุงเพื่อพัฒนาตนเองอยู่เสมอ การวิจารณ์ที่ดีนั้นไม่ใช่จะจ้องแต่จะจับผิดอยู่อย่างเดียวครับ เราจะมองหาข้อบกพร่องที่ต้องแก้ไข และชมเชยข้อดีของผู้ถูกวิจารณ์ด้วย ฉะนั้นจงอย่ากลัวที่จะโดนวิจารณ์ครับ แล้วเราจะเก่งเอง หากท่านต้องการส่งผลงานของท่านมาเสนอต่อเพื่อนๆเพื่อรับคำวิจารณ์ แก้ไขสามารถส่งมาได้ที่ toppercool@gmail.com หรือ crazy_in_u@hotmail.com พร้อมแนบ file เสียงร้องของคุณเองมาในแบบ MP3 และประวัติย่อ ของคุณมาได้เลย แล้วผมและเพื่อนๆจะมาช่วยกันแก้ไขและค้นหาสิ่งดีๆในตัวคุณกันครับ…….Sing with me
Song : Better that we breakArtise : Maroon5Album : It won’t be soon 11-maroon_5-better… Lyrics : Maroon 5 Better That We Break I never knew perfection ‘tilI heard you speak, and now it kills me Just to hear you say the simple things Now waking up is hard to do And sleeping’s impossible too Everything’s [...]
เพื่อนๆบางคนเริ่มมี Email มาสอบถามเรื่องปัญหาเรื่องเทคนิคการใช้เสียงกันมาบ้างแล้วนะครับ ผมยินดีนะครับ สำหรับทุกคำถาม ทุกคำขอยกเว้นเรื่อง ตังค์ ครับ 555 สำหรับคำถามที่น่าสนใจและดูเป็นประโยชน์ผมก็จะขอนำขึ้นมาแสดงในบล็อก แห่งนี้นะครับเพราะจะได้เป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆคนอื่นๆด้วย นะครับวันนี้ผมขอนำเมล์จากเพื่อนหนึ่งถามมาว่า ” ถ้าจำเป็นต้องออกงานร้องเพลงในวันที่ไม่ค่อยสบาย และไม่มีเสียง ควรทำอย่างไร “ เป็นคำถามที่น่าสนใจครับ เคยไหมครับบ้างครั้งที่เราจำเป็นต้องแสดงแต่สภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวย ผมก็เคยเป็นนะ อย่างแรก ถ้าหลีกเลี่ยงได้พยายามขอเลื่อนหรืองดจะดีที่สุดนะครับ เพราะลองนึกดูเวลาเราไม่สบายจะสังเกตุไหมว่าเสียงเราจะเปลี่ยนอันนั้นเกิดจากเจ้าเส้นเสียงของเราอักเสบบวมครับ เสียงเราจึงใหญ่ขึ้นไงครับ เมื่อเส้นเสียงบวมเมื่อเราใช้เสียงมากๆจะทำให้เกิดความเสี่ยงมากขึ้นที่จะเสียดสีกันจน เป็นอันตรายครับ ดังนั้นหากหลีกเลี่ยงได้ก็ขอเขาเถอะครับ แต่ถ้ายังไงก็เลี่ยงไม่ได้จริงๆ ให้พยายามหาเพลงที่มี Range เสียงไม่กว้างมาก เพลงที่ต้องโชว์เสียงแบบกระชากคะแนนคนดูก็เลี่ยงไปก่อนละกันนะครับ หาเพลงที่เราร้องสบายๆดีกว่าครับ เพราะเส้นเสียงจะได้ไม่ต้องทำงานหนักมาก หรือหากยังไงก็จำเป็นที่ต้องร้องเพลงนั้นจริงๆ ถ้าร้องกับวงสดก็คุยกับวงนะครับว่าขอเขาปรับ key ลงมาสักครึ่งเสียง หรือ 1 เสียงครับ เพราะถ้า key ต่ำลงเส้นเสียงจะไม่ต้องตึงตัวมากเกินไปจนเกิดการฉีกขาดได้อีกครับ อ้อ เมื่อป่วยไม่ใช่ว่าหลีกเลี่ยงร้องเพลงนะครับ การพูดมากๆ ก็เป็นสิ่งที่ควรระวังด้วยเช่นกันครับ
สืบเนื่องจากบทความก่อนหน้าที่ผมพูดถึงความสำคัญของ “ลมหายใจ” ต่อการปล่อยและควบคุมเสียง และได้ยกตัวอย่างว่าด้วยการ สีไวโอลิน ที่นักเล่นไวโอลิน จะต้องทำการบังคับคันสี เพื่อควบคุม น้ำหนัก ความสั้น,ยาว ของเสียงที่ต้องการเล่น เช่นเดียวกับร่างกายเราก็สามารถเป็นเครื่องดนตรีชิ้นใหญ่ได้เช่นเดียวกับ แต่ก่อนที่ผมจะพูดถึงเรื่องการฝึกบังคับ ควบคุมลมหายใจแห่งชีวิตนี้ เรามาทำความรู้จัก อวัยวะสำคัญๆที่จะประกอบทำงานร่วมกันจนสามารถ สร้างตัวเราให้เป็น เครื่องดนตรี ชิ้นโต ได้เสียก่อน 1. จมูก (Nose) แน่นอนครับทุกคนต้องทราบอยู่แล้วว่าถ้าปราศจากจมูกแล้วเราจะหายใจกันเข้าไปได้อย่างไรล่ะ2. ช่องปาก อย่าลืมครับ ทันทีที่คุณโดนบีบจมูกจนทนไม่ไหวแล้ว ปฏิกริยาอัตโมติที่ไม่ต้องสอนคือคุณจะอ้าปากอย่างกว้างเพื่อขเมิบ อากาศ หรือ Oxygen คำโตๆเข้าไปแทน 3. หลอดลม (Trachea) เป็นส่วนที่ต่ออกมาจากหลอดเสียง ยาวลงไปในทรวงอก ลักษณะรูปร่างของหลอดลมเป็นหลอดกลมๆ ทำหน้าที่เป็นทางเดินของอากาศหรือลมหายใจเรานั่นเอง 4. ปอด (Lung) หน้าที่ของปอดคือ การนำก๊าซ CO2 ออกจากเลือด และนำออกซิเจนเข้าสู่เลือด ปอดจึงมีรูปร่างใหญ่ มีลักษณะยืดหยุ่นคล้ายฟองน้ำ ดังนั้นลมหายใจปกติส่วนใหญ่จึงเข้าสู่ปอดโดยตรง อย่างไม่ต้องสงสัย 5. กระบังลม (Diaphragm) กระบังลมเป็นผนังผังผืดขาดใหญ่ที่กันระหว่างช่องท้องและช่องออก [...]
อ่านจั่วหัวบทความนี้แล้วงงกันไหมครับ เหตุไฉนผมต้องมาบอกให้มารู้จักการหายใจกันอีกทั้งที่ทุกคนน่าจะหายใจได้ตั้งแต่หลุดออกมาจากครรภ์แล้ว ทันทีที่คุณหมอตีก้นให้เราร้องไห้ นั่นหละครับลมหายใจแรกที่ที่เราเรียนรู้ นั่นแปลว่าลมหายใจเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงให้ชีวิตสามารถดำเนินต่อไป เช่นเดียวกับการใช้เสียง ลมหายใจเป็นต้นกำเนิดของการสรพพชีวิต รวมถึงการใช้เสียงหรือการร้องเพลงด้วยเช่นกัน ผมขอถามดื้อๆ 1 ข้อว่า ท่านทราบกันไหมว่าเสียงนั้นเกิดจากอะไร …………..ติ๊กต๊อก……ติ๊กต๊อก…………. หมดเวลาครับ เฉลยละ เสียงเกิดจากวัตถุกระทบกัน ไม่เชื่อลองเอามือ2ข้างของคุณมากระทบกันแรงสิครับ ก็จะได้เสียงตบมือ ไม่ขอใช้คำว่าปรบมือนะครับเพราะนั่นแปลว่าต้องตั้งใจทำหลายๆครั้งติดต่อกัน หรือลองเอามือไปกระทบที่หน้าของท่านกูได้ ก็จะได้เสียงอีกรูปแบบหนึ่งปนกับความรู้สึกชาอย่างช้าๆ……….แล้วเสียงที่เราพูดหรือที่ร้องเพลงล่ะ เกิดจากอะไรล่ะที่ไปกระทบกัน คำตอบก็คือเจ้าเส้นเสียง(Vocal chords) ที่อยู่ในกล่องเสียง (Larynx) ไงล่ะครับ ลองเดาสิครับว่ามันกระทบกันได้ยังไง ในเมื่อเราไม้ได้เอาอะไรไปดีดเหมือนสายกีต้าร์ซะหน่อย หรือคุณทำได้ไม่นะผมไม่คิดว่าอย่างนั้น สิ่งสำคัญที่ทำให้มันเกิดการกระทบกันจนสั่นสะเทือนเกิดเป็นคลื่นความถี่เสียงได้ก็คือลมหายใจที่เราหายใจเข้าไปนั่นเองไงครับ เพราะฉนั้นถ้าหากว่าคุณอยากได้เสียงคุณความยาว สั้น หนัก เบา ขนาดไหนสิ่งที่จะควบคุมสิ่งเหล่านั้นให้เกิดขึ้นได้ก็คือลมหายใจนั่นเอง หาก นึกไม่ออกลองดูนักไวโอลินดูสิครับ ความยาวหรือสั้นของเสียงไวโอลินที่แสดงอยู่นั้นเกิดจากการที่นักไวโอลินควบคุมคันสีนั่นเอง สำหรับการควบคุมคันสีที่ควบคุมเสียงของเรานั้น ผมขอพูดในบทต่อไปนะครับ