VDO Marketing น่าศึกษาจาก Nuvo love story series
Feb25

VDO Marketing น่าศึกษาจาก Nuvo love story series

ถ้าเอ่ยถึงวง นูโว  วัยรุ่นยุค 90 เรียกว่าไม่มีใครไม่รู้จักแน่นอน มาในวันนี้ผ่านไปกว่า 25 ปี หลายๆบทเพลง ผ่านช่วงเวลาของช่วงชีวิตใครหลายๆคนในวันนั้น  ได้หวนกลับมาให้เราได้รำลึกความหลังอีกครั้งใน Concert  NUVO Love Story  ที่จะมีขึ้นวันที่ 7 และ 8 มีนาคม นี้ Concert NUVO  Love Story  ครั้งนี้เรียกได้ว่า แทบไม่ต้อง PR บัตรก็แทบจะเต็มแล้ว จากเดิมตั้งใจจัดเพียงรอบเดียว ก็มีแถลงข่าวเพิ่มรอบกระทันหัน จากเสียงตอบรับของวัยรุ่นยุค 90 และแฟนๆที่ยังคิดถึงเพลงของนูโว แต่สิ่งที่น่าสนใจคือการ Promote Concert ครั้งนี้ มีตั้งแต่การ Surprise แฟนๆ ด้วยการเปิด มินิ คอนเสิร์ต กลางถนนสีลม จาก Nuvo เต็มวง   เล่นเอาทั้งถนนสีลมเป็นอัมพาตทั้งบนถนนทั้งบน ทางเท้า แน่นอน กระแส Viral ทั้งบอกกันปากต่อปาก เรียกเพื่อนๆออกมาดู และ บน Social media ก็แชร์กันล้นหลามว่าทำไม จู่ๆ นูโว  ถึงมาเล่นคอนเสิร์ต กลางสีลมแบบนี้ Mini Concert ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การสร้างกระแส Viral บน สื่อ Online เพียงเท่านั้น  แต่มันเป็น 1 ในฉาก ของการถ่ายทำ ภาพยนต์สั้น  NUVO Love Story Signature short film  ที่เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการทำ  Marketing  ของ Concert ครั้งนี้   ที่ผ่านมา เราได้เห็นหลายๆ Brand  ทำ VDO  Marketing   กันมาก็เยอะ แต่สำหรับ Concert เพิ่งจะเห็นงานนี้แหละที่ดู เป็นเรื่องเป็นราว  ส่วนตัวผมเชื่อว่า ทางทีมงาน ไม่ได้ตั้งใจว่า  หนังสั้นชุดนี้ ที่มีด้วยกัน 5 ตอน  จะเป็นเครื่องมือช่วยขายเท่าไร เพราะด้วยพลังและความขลังค์ของความเป็นนูโว ก็เรียกได้ว่ายังคงมีเสน่ห์และแฟนคลับ ติดตามแย่งกันจองบัตรกันล้นหลามแล้ว ดังจะเห็นได้จาก การต้องประกาศเพิ่มรอบแบบกระทันหัน นั่นเอง  แต่แล้วทำไมต้องเป็น VDO Marketing ด้วยล่ะ ? ภาพยนต์สั้น Nuvo love story Signature Short film  นี้ มีด้วยกัน 5 ตอน ที่สร้างสรรค์โดยผู้กำกับที่เรียกว่าหน้าใหม่แต่มากด้วยประสบการณ์อย่างคุณ โดนัท มนัสนันท์   เนื้อหาของภาพยนต์สั้น ชุดนี้ องค์ประกอบหลักคือการ นำเพลง ที่เป็น  Signature  อยู่ในความทรงจำของแฟนเพลง มาถ่ายทอด ร้อยเรียงเป็นเรื่องราว  เพราะกลุ่มเป้าหมายหลักของ ผู้เข้าชม Concert ครั้งนี้ คือหนุ่มสาวยุค 90 ที่เติบโต และ ผ่านเรื่องราวความรัก มาพร้อมกับบทเพลงของ นูโว  นั่นเอง   จาก Infographic นี้  บอกเราว่า  ใน 1 นาที ของ  Video  นั้น แทนคำพูดมากกว่า 1.8 ล้านคำ  การดู Video นั้นช่วยให้ผู้ชมจดจำเรื่องราวและเข้าถึงข้อมูลเพิ่มขึ้นกว่า 95%   (อ้างอิงข้อมูล)    เราจึงได้เห็น Trend ของการทำการตลาดยุคนี้ ใช้ VDO กันมากขึ้น  ที่น่าสนใจคือ เริ่มมีคนสังเกตุได้ว่า บน Facebook เอง  VDO Content  นั้น Organic reach สูงกว่า พวก รูปภาพไปแล้ว    อ้างอิงจากข้อมูลของ  PRDaily.com    Clip VDO ถ้าเราอัพโหลดขึ้นไปตรงๆบน Facebook จะมี Reach อยู่ที่ 8.71% แต่ถ้าเอาลิ้งค์จากที่อื่นมาแชร์ จะเหลือ 5.29% เท่่านั้น  ส่วนรูปภาพนั้น จะอยู่แค่ 3.73 %  เอ๊ะ หรือนี่คือ สัญญาณที่บ่งบอกว่า  Facebook ต้องการกระตุ้นให้เรา ทำ VDO Content  มากขึ้นด้วย เพราะ กำลังจะเปิดตัว Facebook vdo Channel ใหม่ที่พร้อมชนกับ Youtube     นักการตลาดอย่างเราจึงแปลได้ว่า การทำ VDO Marketing  นั้นจะกลายเป็นอีกเครื่องมือที่ มองข้ามไปไม่ได้ เพราะปัจจุบัน ผู้ชมสามารถคลิ๊กชม  VDO  กันมากขึ้น เพราะ infrastructure มันดีขึ้น 3G, 4G  มันเข้าถึง User ทั่วไปง่ายขึ้น การชม VDO จึงไม่จำเป็นต้องนั่งหน้า คอมพิวเตอร์อีกต่อไป  และตัวเลขการรับชม VDO  บน Facebook ผ่านมือถือก็มีสูงถึง 65% ทีเดียว  นักการตลาดจึงต้องชั่งใจดูว่าสมควรใช้ VDO  Marketing หรือไม่ เพราะค่า Production  นั้น ถือว่าสูงกว่าเครื่องมืออื่นๆทีเดียว กลับมาที่ Nuvo Love story  Signature Short Film  ได้ Media Partner อย่าง Sanook.com  ช่วยในการ เผยแพร่เนื้อหา ซึ่งแน่นอน จะช่วยกระจายเนื้อหาไปยังกลุ่มเป้าหมายในวงกว้างได้เป็นอย่างดี เพราะนอกจาก Page view ของ Sanook เองจะเยอะแล้ว แต่ละ Social media ของ Sanook นั้นก็สามารถ Reach ได้ สูงเช่นกัน จึงทำให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ใช่ ในวงกว้างด้วย  ซึ่งอันนี้สำคัญมาก ถ้า Content ดี แต่ไม่มีช่องทางที่ดี ก็เสียโอกาสในการนำเสนอไปเลยทีเดียว   ถึงแม้จะไม่ใช่เครื่องมือช่วยขายหลัก  แต่การร้อยเรียงเรื่องราวผ่านบทเพลงของ นูโว ช่วยให้ผู้ที่เคยมีความทรงจำในช่วงชีวิต และ ผู้ที่กำลังมีความรักที่ได้รับชม เกิดความรู้สึก เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวนี้ และ เชื่อมโยงไปสู่เนื้อหาในบทเพลงของนูโว ทำให้เกิดความรู้สึก อยากที่จะเข้าไปชม คอนเสิร์ตของนูโว ครั้งนี้ด้วยก็อาจจะเป็นไปได้   ถ้าใครอยากไปเป็นส่วนหนึ่งของการ ฉลอง 25 ปีนูโว  จองบัตรได้ทาง Thai ticket Major  ที่นี่เลยครับ  บทสรุป   การใช้ Video  Marketing นั้น  นักการตลาดควรเข้าใจว่า ช่วยถ่ายทอดเนื้อหาให้เกิดความเข้าใจได้ครบถ้วนมากภาพเพียงภาพเดียว ช่วยกระตุ้นอารมณ์ ความรู้สึกของผู้ชม ได้ลึกซึ้งมากขึ้น Algorithm ของ Facebook  ให้ความสำคัญกับ VDO Content มากกว่ารูปภาพ และ Text ไม่จำเป็นต้องทำ Clip ยาวๆ ผู้ชมนิยมดูอะไรสั้นๆมากกว่า ถ้าเนื้อหายาว ให้แบ่งเรื่องเป็นตอนๆ ไม่ควรเกิน 5 นาที ต่อ 1 Clip ปัจจุบันมีคนชม VDO ผ่าน Mobile device มากกว่าบน Desktop  เนื่องด้วยการเข้ามาของ 3G และ 4G การทำ VDO Marketing  นั้นมีค่าใช้จ่ายสูงมากกว่าการใช้เครื่องมืออื่นๆอยู่มาก กำหนดของวัตถุประสงค์ของงานให้ชัดเจน  เพื่อการตั้ง KPI ให้บรรลุเป้าหมาย VDO Content ถึงดีแค่ไหน Media Channel  ก็สำคัญไม่แพ้กันต้องพิจารณาเลือกช่องทางในการเผยแพร่ที่ดีด้วยเช่นกัน สำหรับ Nuvo Love Story Signature short film   Series ชุดนี้ เผยแพร่ทุกวันจันทร์ของสัปดาห์ จนถึงงาน Concert จบพอดี สำหรับใครที่คิดถึง เพลงรักเพราะๆ ของนูโว ร่วมชมและรำลึกความทรงจำช่วงเวลาอินเลิฟ กันได้ที่  Sanook.com  เลยครับ  และเจอกันที่งาน Concert นูโวนะครับ  ครั้งนี้ผมไม่พลาดชัวร์ จองบัตรเรียบร้อยแล้ว ...

Read More
ทำไม Content Marketing  จึงสำคัญในการตลาดดิจิตัล
Apr22

ทำไม Content Marketing จึงสำคัญในการตลาดดิจิตัล

ใน Traditional marketing ใครยึดหน้าสื่อ ยึดเวลาบนทีวีได้นั้นคือผู้ครองอำนาจ แต่ในมุมของ Digital marketing ใครยึดพื้นที่บน Google ได้นั้นคือผู้ครองอำนาจบน ออนไลน์  แต่ใครที่สามารถครองและยึดพื้นที่ได้ทั้งบน Offline และ  Online นั้นคือผู้ชนะอย่างแท้จริง นี่คือการตลาดแบบผสมผสาน ที่ Content marketing  จะช่วยเชื่อมโยง และ ต่อยอด ของ Campaign marketing ระหว่าง Online และ Offline เข้าด้วยกัน ด้วยพฤติกรรม ของ Prosumers  หรือผู้บริโภคยุคใหม่ที่หาข้อมูลเชิงรุกมากขึ้น การเข้าถึงข้อมูลของสิ่งที่กำลังสนใจ กำลังต้องการ โดยการค้นหาบน Internet  และแน่นอนที่แรกที่จะเข้าไปนั่นคือ Google ผมเชื่อว่าคนไทยยังไม่ค้นหาตรงๆจากใน Pantip  หรือ Facebook สักเท่าไร   นี่คือสิ่งที่ Google พยายามให้ทุกคนพยายามใส่ใจกับ ZMOT หรือ  Zero Moment Of  Truth  หรือ จุดที่ผู้บริโภคกำลังจะตัดสินใจว่าจะเข้าไปทดลอง หรือเข้าไปที่จุดขาย เพื่อมีประสบการณ์ ทดลองกับสินค้า หรือ แบรนด์นั้นๆ หรือไม่  ดังนั้น Content Marketing  จึงตอบโจทย์ของการทำ ZMOT นี่เอง     อะไร คือสิ่งที่ลูกค้าค้นหา ?  พฤติกรรมของลูกค้า ไม่ได้หาแต่บทความ การทำ Content marketing ควรครอบคลุมทุกองศา ดักทาง ดักความต้องการ ของลูกค้า  ไม่ว่าจะเป็น บทความวิชาการ , Blog content , รูปภาพ , Video รีวิว , กระทู้  , Q&A   ซึ่งแต่ละเครื่องมือมีหน้าที่ของมัน แต่จุดเด่นที่ต่างการ   อย่างเช่น บทความวิชาการ เป็นเรื่องข้อมูลข้อเท็จจริง เป็น Fact ที่สร้างความน่าเชื่อถือ อาจจะอยู่บทเว็บไซต์ของเราเอง หรือ Wiki ได้เช่นกัน Blog post  เป็น  Influences เพิ่มความรู้สึกในการตัดสินใจอยากใช้ อยากลองสินค้า Video review  ช่วยในความเข้าใจ ในสิ่งที่ซับซ้อน และ กระตุ้น ความรู้สึกได้มากเพราะได้เห็นวิธีการ และ การใช้งานจริงของสินค้า กระทู้ เป็น เสียงจากลูกค้าด้วยกันเอง จึงทำให้ลูกค้ารู้สึกสบายใจที่จะเข้ามาแลกเปลี่ยนข้อเท็จจริงกับผู้ใช้งานด้วยกัน Q&A  อย่าง guru.google , Yahoo answer , Quara  แต่จุดที่สำคัญคือ Targeting Keywords  ทุกๆ Content Network ที่แบรนด์ สร้างขึ้นมานั้นจะต้องมีองค์ประกอป ของ คีเวิร์ด  หรือ คำค้นหาหลักๆ ที่แบรนด์ หรือ สินค้านั้นๆจะกำหนดขึ้น มา  เพราะไม่ว่า ลูกค้าจะ Search แบบไหน ก็พบเนื้อหา ที่คุณสร้างขึ้นมาดัก แทบทั้งนั้น เทคนิคการสร้าง Keywords  ค้นหา  ผมและคุณอาจจะไม่ใช่เทพด้าน SEO  แต่เราเป็น Prosumers  นักการตลาดที่ดี ต้องคิดแบบลูกค้า หรือ ตำรวจที่เก่ง ก็ต้องคิดแบบโจร  อย่างไรอย่างนั้น กันทีเดียว  แล้วลูกค้าคิดอย่างไร ง่ายสุดคือ มองตัวเอง เวลาคุณต้องการซื้ออะไรสักชิ้นนึง คุณกำลังหาข้อมูลแบบไหน  Keywords  แบบ Branding  ตรงๆ ส่วนใหญ่ ไม่ค่อยต่าง คนค้นหาชื่อ Brands ยังไงก็เจออยู่แล้ว  แต่อาจจะลองคิดถึง คีเวิร์ด ที่เชื่อมโยง เกี่ยวเนื่องกัน เช่น Promotion , ราคา , ปัญหาของคนที่ใช้ สินค้านั้นๆ , ประโยชน์ของสินค้า หรือ ส่วนประกอบของสินค้า นั้นๆ เป็นต้น เพื่อเป็นการดักทางของ คนที่กำลังค้นหา มากกว่า ชื่อ Brand  การทำ SEO  Content  ผมไม่นิยมการดักชื่อคู่แข่ง ซะเท่าไร แต่ก็สามารถทำได้ ถ้าคิดว่าของเรามีจุดดี ที่แตกต่าง และ เหนือการคู่แข่ง ก็เป็นการชี้นำความสนใจ Offline and Online Integration การสร้าง Campaign แบบผสมผสาน คือเป้าหมายสำคัญของการทำการตลาดสำหรับ brand  เนื่องด้วยสื่อ Traditional นั้น มีราคาแพง , มีพื้นที่จำกัด และหากพยายามยัดเยียด ข้อมูลลงไปมากๆ ความสวยงามก็ไม่บังเกิด ดังนั้นการออกแบบสื่อ ควรมี Keyword ให้คนที่ดูสามารถไปค้นหาข้อมูลต่อได้  ส่วนตัวผมยังเชื่อว่าการพยายาม Promote Keywords ให้ชัดเจนยังน่าจะได้ผลดีมากกว่าการใช้ QR Code เพื่อให้เกิด การ Conversion ไปที่ content เป้าหมายของเราบนออนไลน์เสียอีก อย่าลืมว่าลูกค้ายุคใหม่ใช้ Mobile ในการเข้าถึง Content อยู่แล้ว  ดังนั้น อย่าลืมดูว่า Content ของเรา ออกแบบมาให้รองรับ Mobile search ด้วยหรือไม่ เมื่อคุณพยายามออกแบบคำค้นหาและ Promote keyword นั้นแล้ว จงมั่นใจว่า คุณสร้าง Content และ Promote Content นั้นมากพอที่จะรองรับผล Search  มีคำกล่าวไว้ว่า ชะตาชีวิตของ Brand ถูกตัดสินที่ หน้าแรก Google  ถ้าไม่ติดก็จบเห่ แต่อันดับที่มีผลที่ดีคือ 1-5  นะครับ ต้องพยายามทำให้ได้ บังเอิญว่าผม ได้เห็น Ads ตัวนึงบน BTS  ซึ่งสะดุดตา ในความขาวววววว ของน้องใหม่ ดาวิกา  จนแทบจะลืมสนใจไปเลยว่าคือสินค้าอะไร แต่มาสะดุดตอนท้าย ที่มี Keyword คำนึงว่า ไลโคปีน   ชื่อ มันสะดุดหู และ ภาพที่ ชี้นำให้เราเข้าไปค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม  จึงเข้าใจว่า คำนี้แหละ คือ Keyword ที่สินค้านี้ พยายามเน้น   จึงพยายาม search คีเวิร์ดนี้ แต่สิ่งที่เจอ คือ ไม่เจอ Content  ของ Brand นี้เลย กลายเป็นเจอ Content ที่ขายสินค้าที่มีส่วนผสมของ ไลโคปีน  ยี่ห้ออื่น เต็มไปหมด     ทั้งบน Mobile และ Desktop search  ก็ให้ผลแบบเดียวกัน   ดังนั้น ลงโฆษณา และ Promote  keyword แบบนี้ ถือว่าช่วย โฆษณา  keyword ให้คู่แข่งทางอ้อม ไปเลยทีเดียว   แปลได้ว่า  Brand ต้องสร้าง Content network เพื่อรองรับ ผล Search ของ promote keyword ให้มากกว่านี้ และ พยายามดัน ให้ติด Search ranking ให้ได้ด้วย การยึดพื้นที่บน Google ด้วยการสร้าง Content network ขึ้นมารองรับ การค้นหา และ Keyword ที่โปรโมท จึงเป็นสิ่งที่ Brand ต้องให้ความสำคัญ Content Marketing  ในการทำ Digital marketing...

Read More
Line Marketing สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก (SME) ในมุมของนักการตลาดดิจิตัล
Apr11

Line Marketing สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก (SME) ในมุมของนักการตลาดดิจิตัล

LINE  มันคือ อัลline   ถ้าถามคนไทยเดี๋ยวนี้แทบไม่มีใครรู้จัก  Application  ตัวนี้ กันแล้ว  ไปไหนทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ ตั้งแต่แม่ค้าร้านเล็กๆ จนถึง Corporate ใหญ่ๆ ล้วนใช้ LINE application กันทั้งนั้น ทั้งแค่ เพื่อสื่อสาร เม้าส์มอย เล่นเกมส์แข่งกับเพื่อน  ใช้โทรหากัน หรือ VDO Call ก็ยังได้ แม้แต่การใช้เป็นเครื่องมือในการทำธุรกิจ  LINE ก็ยังตอบโจทย์ตรงนี้ได้ จึงไม่แปลกใจที่ใครๆ ก็หันมาใช้ LINE กัน ด้วยความนิยมและ อัตราการเติบโตของสมาชิก ที่จนวันนี้ กว่า 400 ล้าน บัญชี  ปัจจุบันผมมองว่า LINE ไม่ใช่ แค่ Chat application อีกต่อไป  มันคือ Social Business Platform  ที่เรียกว่า Platform  เพราะมันมี feature และเครื่องมือต่างๆช่วยให้ธุรกิจสามารถต่อยอดได้มากมาย ซึ่งแน่นอน อยากที่ทราบ ต้นทุนของเข้าใช้ Platform อย่างเต็มรูปแบบนี้ ไม่ถูก ดังนั้น SME หรือ ธุรกิจขนาดเล็ก อาจจะไม่สามารถเข้าถึง feature  ที่ใช้ในเชิง Business ได้อย่างเต็มที่ได้นั่นเอง  อ้างอิงบทความของครูบอย Maximumboy  เรื่องของราคาการเปิดบัญชี  LINE Official account  หรือบัญชีสำหรับ Brand และ ธุรกิจ  นั้นไม่ใช่ถูกๆครับ ระดับ  7 หลัก และไม่ใช่แค่ 7 หลัก ธรรมดา Package ที่คนนิยมใช้กันก็คือเปิด Official account พร้อม Sponsor sticker  ซึ่งราคาแยกเป็น 2 ส่วนดังนี้ครับ ราคาเปิด LINE Official account  ราคา LINE Sponsor Sticker  ซึ่งถ้ารวมๆกันแล้ว เปิด Official Account 1 ปี ปล่อย Sticker สัก 2 ชุด ค่าใช้จ่ายต่ำๆ อยู่ที่ประมาณ 10 -11 ล้าน  เท่านั้น ยังไม่รวม Offline Campaign และ และสื่อ Below the line ที่จะต้องออกมาเพื่อ support อีก ผมเชื่อว่าไม่ต่ำกว่า 5 ล้าน หรือมากกว่านั้น  ตลอดทั้งปี  ดังนั้น LINE  Marketing แบบเต็มรูปแบบจึงเหมาะ สำหรับ Brand ที่มีงบการตลาดระดับปีนึงไม่ต่ำกว่า 20 ล้าน เป็นที่แน่ๆ   และในมุมมองของผม เชื่อว่า ไม่ใช่ว่าธุรกิจจะสามารถทุ่มเงินขนาดนี้แล้วเกิดความคุ้มค่า  Product ที่ เหมาะกับ LINE Marketing ผมยังรู้สึกว่ามันต้องเป็น Retail ที่คนกลุ่มมากสามารถเข้าถึงสินค้าหรือบริการได้  หรือ ใช้เพื่อเปิดตัวสินค้าใหม่ ให้เกิดการรับรู้ สนใจ และจดจำในสินค้าถึงแม้จะมีราคาสูงแต่ก็ยังรู้สึกคุ้มค่าและมีเหตุผลเพียงพอสำหรับการลงทุน ยกตัวอย่างกรณีของ Nissan Juke  และ Yamaha Tricity แล้วในมุมของธุรกิจขนาดเล็ก หรือ SME ล่ะ แน่นอน เงินทุนขนาดนั้นไม่สามารถขอเปิด LINE Official account ได้ หรือหากมีเงินก็ใช่ว่า LINE จะพิจารณาเปิด Official account ให้ทุกรายครับ เข้าใจว่า LINE เองยังมีการพิจารณาความเหมาะสมของ Official account อยู่ในขณะนี้  แต่กระนั้น ก็ใช่ว่า ธุรกิจขนาดเล็ก ไม่สามารถใช้ LINE เพื่อการตลาดได้  ซึ่งจริงๆแล้ว มันก็ใช่ครับ ผมมองว่า LINE  นั้นเป็นแค่ Tools ชนิดหนึ่งของ การทำ Digital marketing integration สำหรับธุรกิจ SME LINE ช่วย SME อย่างไรบ้าง  ด้วย feature ที่ LINE application มีอยู่มากมายที่ช่วยให้เราทำธุรกิจได้ง่ายขึ้น อย่างเช่น CHAT  =  คุณสามารถใช้ LINE เพื่อสื่อสารกับลูกค้า ส่งภาพสินค้า ถ่ายรูปส่งหากันได้ทันที ผมเชื่อว่าทุกคนทำกันอยู่แล้ว แต่ที่แน่ๆคือตอนนี้ คนที่ทำเว็บไซต์ ไม่มีใครวิ่งหา Online Chat ที่อยู่บนเว็บไซต์กันเลย เพราะด้วยยุค Mobile commerce ทั้งคุณและลูกค้า อยู่บน Mobile Platform กันหมด ดังนั้น Online Chat บนเว็บจึงไม่มี ความจำเป็นอีกต่อไป ถึงมีแล้วก็ไม่มีใครใช้อยู่ดี  LINE จึงตอบโจทย์ข้อนี้ได้ ในยุค Mobile commerce Voice และ Video Call  ในบางกรณี ความสำคัญของบริการหลังการขายเมื่อลูกค้ามีปัญหาภาพถ่ายไม่สามารถสื่อสารกันได้เข้าใจทั้งหมด Video call จึงเป็นอีก 1 feature ที่ช่วยให้คุณเห็นว่าลูกค้าคุณกำลังใช้งานแล้วเกิดปัญหาอะไร อันนี้เหมาะมากกับสินค้าที่ต้องมีความเข้าใจในการใช้งาน เช่นอุปกรณ์ Electronic เป็นต้น LINE Call โทรศัพท์ผ่าน LINE Call  สำหรับการติดต่อธุรกิจทางไกล เช่นโทรเข้าเบอร์ Landline  หรือ เบอร์บ้าน ด้วยค่าบริการราคาที่ถูกมาก เพราะเป็นการโทรผ่าน VOIP  เหมือน skype นั่นแหละครับ  โดยมี Package แบบผ่านบัตรเครดิต หรือ ซื้อ เครดิต ผ่าน LINE Store และยังรองรับหลายประเทศมากๆ ทั้งในกลุ่ม AEC , จีน , อเมริกา , ยุโรป  ที่เราหลายๆคนติดต่อธุรกิจเป็นประจำ แบบนี้ พ่อค้าแม่ค้าที่รับ Pre Order สินค้าสบายแล้ว ราคาค่าบริการ LINE Call Time Line  LINE ปรับตัวเป็น Mobile Social  network มากขึ้น หลังจากเปิดตัว Timeline ขึ้นมา ซึ่งไม่ต่างอะไรจาก Facebook และ Instagram  เลย แต่ซึ่ง SME สามารถใช้ความสามารถและความคุ้นเคยของตัวเองที่เคยขายของบน social network ของตัวเอง ซึ่งส่วนมากกลุ่ม Contact ของเรานอกจากจะเป็นเพื่อนแล้ว ก็ยังมีผู้ที่เราติดต่อหรือทำธุรกิจอยู่ในนั้นด้วย การนำเสนอสินค้า หรือ บริการ หรือ Promotion ใหม่ๆก็จะทำให้ผู้คนที่อยู่ใน Contact ของเรา รับทราบไปด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งเท่าที่เข้าใจคือ ณ. ตอนนี้ LINE ยังไม่มี algorithm โหดๆเหมือน Facebook ที่ทำให้ผู้ติดตามเรามองเห็น Post แค่ 1 %   ดังนั้น เมื่อเราโพสต์ไปโอกาสในการไปปรากฏยังมีมากกว่า  แต่การแค่ Post รูปภาพ หรือ Link Video จาก  Youtube นั้น อาจจะยังไม่ปิดการขายที่ดีเท่าไร  สิ่งที่เราควรทำต่อคือ การสร้าง Digital Integration  ระหว่าง  LINE และ Website  คือการ Post รูปหรือ Status update  พร้อม ลิ้งค์  กลับมาที่เว็บไซต์เรา เพื่อให้ลูกค้าเห็นข้อมูลแบบเต็มๆ หรือ สามารถสั่งซื้อสินค้าระบบตะกร้าเพื่อปิดการขายได้ทันที ประเด็นสำคัญที่ต้องทำให้ได้ก็คือ  1. เว็บไซต์ E-Commerce ของคุณต้องรองรับ Mobile commerce คือการใช้งานบน Mobile Device smartphone หรือ Tablet ได้ 2. ต้องใช้ Short URL เพื่อวัดผล  อย่างการใช้  www.bitly.com  เพื่อย่อ url ยาว ซึ่งนอกจากจะวัดผลได้ว่ามีคน Click แค่ไหน แล้วยังทำให้ข้อความสวยงาม ดูเป็นมืออาชีพมากขึ้นด้วย 3. Call to action  เขียนคำโปรยข้อความให้น่าสนใจ และ อย่าลืม Call to action บางอย่างเช่น Click เลย โทรมาสอบถาม , โทรเลย  เป็นต้น เพื่อให้ลูกค้าคุณ เกิดความเข้าใจว่าถ้าสนใจแล้วควรทำอย่างไรต่อ LINE...

Read More
Anatomy of BKK 1st time โดนคนไทยด่าครั้งแรก ทำไมจึงดัง
Apr10

Anatomy of BKK 1st time โดนคนไทยด่าครั้งแรก ทำไมจึงดัง

ผมเชื่อว่า ณ. เวลานี้ น้อยคนที่ยังไม่ได้ดูคลิป  "โดยคนไทยด่าครั้งแรก"  คลิปที่เปิดตัว Series short film BKK 1st Time  ผมก็ยังเชื่อว่าหลายคนก็ยังไม่รู้ว่านี่คือแผนของการ Promote หนังสือ เล่มหนึ่งอย่างแยบคาย ของคุณ ธนชาติ ศิริภัทราชัย ที่ชื่อ Newyork 1st Time   ด้วยเทคนิคการนำเสนอ และเล่าเรื่องด้วย Content ที่คนไทยเข้าใจง่าย และมีจุด Wow คือฝรั่ง Newyorker ชาวอเมริกัน ที่มี Character สนุกสนานดำเนินเรื่อง จึงทำให้เรารู้สึกสนุกไปกับ VDO Clip Project ชิ้นนี้ Anatomy ของ Viral Content  ที่คนอยากแชร์  มีอะไรบ้าง 1  ตลก ตกเก้าอี้   เอาง่ายๆ คือ ตลกแบบโดนใจสุดๆ 2 แปลก ชวนประหลาดใจ ,ตื่นเต้น หวาดเสียว 3. ลึกซึ้งถึงอารมณ์ส่วนลึกๆ เช่น ชวนประทับใจ , สลดใจ , ซึ้ง เป็นต้น 4. Content ที่ชวนตระหนัก ให้เราหยุดคิด ว่า จริง(เหรอวะ)  ,อ๋ออย่างนี้นี่เอง 5. Sexy  ที่ไม่ใช่โป๊ โจ่งครึ้ม 6. ดราม่า กอสซิป  คอนเท้นต์แบบนี้ ค่อนข้างเสี่ยงที่จะทำแต่คน อยากแชร์ 7. น่ารัก ทำให้ยิ้มได้ 8. มีประโยชน์ เช่น DIY. Tips . How to เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยของการที่ผู้ชม อยากที่จะแชร์ แต่สิ่งที่น่าสนใจของ ไวรัล คอนเท้นต์ มาร์เก็ตติ้ง  เหล่านี้คือ การเล่าเรื่อง (Story telling) และ คุณภาพของงาน production  สำหรับงานของ BKK 1st Time นี้ องค์ประกอบสำคัญการเป็น  Viral คือ  Story telling   ความสนุกของเนื้อหา และความรู้สึกถึงเป็นเรื่อง ใกล้ตัว Wow factor ของ Bkk 1st Time  1. ตัวละครดำเนินเรื่อง คุณลุงฝรั่ง  เนลสัน ฮาวอ์   ถ้าการโปรโมทหนังสือครั้งนี้ ใช้ คนไทยมาเล่าเรื่องเมืองฝรั่ง คงไม่ Wow เท่าไร เพราะความรู้สึกว่า ตัวละคร คือคนไทย ที่ใครๆ ก็เอามานั่งคุยได้  และต้องชมการแสดงที่ดูธรรมชาติมากๆ จนอาจจะรู้สึกได้ว่านี่คือการแสดง  นี่คือเรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆ 2.  Story  เนื้อหาเล่าถึงชีวิต เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองไทย โดยฝรั่ง ที่เนื้อหาใกล้ชิดกับสิ่งที่คนไทยคุ้นเคยก็คือ การเล่นล้อชื่อพ่อแม่ที่ เด็กๆชอบเล่นกันทั้งนั้น แน่นอน มาอยู่คู่กับเด็กไทยมาช้านาน มันทำให้เราหวนระลึกถึงความหลัง อารมณ์เดียวกับหนังเรื่องแฟนฉัน ที่เอาชีวิตสมัยเรียน มาเล่า ให้เรารุ้สึกใกล้ชิดและคิดถึง ว่าเออใช่ว่ะ แบบนี้เลย กรูก็เป็น คำด่าภาษาไทย ที่เราคุ้นเคย มันดูน่ารักและตลก ขึ้นทันทีที่เรา ได้ยิน เพราะนี่คือ ฝรั่งเป็นคนด่า มันจึงเกิด Wow factor ของความตลกและ ฉงน ว่าฝรั่งรู้จักคำด่าพวกนี้ด้วยเหรอ   ซึ่งแน่นอน ถ้าเป็นคนไทยมาพูดแบบนี้ เราจะรู้สึกคนละขั้วกันเลยทีเดียว เล่นกับความตลกที่เราเองก็ไม่เข้าใจ ว่าเออ จะทำไปเพื่ออะไร อย่าง #เช็ดเป็ด ปกติเราจะกลัวโดนโยนให้เป็ดกินซะมากกว่า  #เช็ดเหรี้ย  เหรี้ยแล้วยังจะไปเช็ดมันอีก  #เช็ดครก ซึ่งมันน่าแปลกใจเหมือนกัน ว่ามันจะเช็ดไปทำไม ไม่กลัวแสบพริกเหรอ  ซึ่งคำพูดเล่นๆพวกนี้ หลายๆคนคุ้นหูกันดี ตั้งแต่สมัยเรียน และยังหาคำตอบไม่ได้ ว่า จะเช็ดไปเพื่อ?   3. Timing   การใช้เวลาในเนื้อหาสั้นๆ ไม่เกิน 5 นาที ช่วยให้เกิด การอยากที่จะแชร์ และ ติดตามได้ดีกว่า Clip แบบยาว ทั้งในเรื่องของเนื้อหาที่ กระชับ จบในตอนเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว อยากที่จะติดตามตอนต่อ รวมถึง ระยะเวลาในการ Load content เพื่อรับชมด้วย เกิดขึ้นได้ง่าย  ดังนั้นถ้าจะทำ Viral Clip ไม่ต้องยาวจะดีกว่า 4. Parody  drive more virality  การถูกทำคลิปล้อเลียน หรือ Parody clip นั้น ช่วยให้เกิด Viral ทางอ้อม เพราะส่วนมากคนอยากกลับมาดู Origial Content มาเป็นอย่างไร ซึ่ง BKK 1st Time นี้ ก็ไม่รอดเพียงไม่กี่วันถูกมือดังอย่างทีมงาน เสือร้องไห้ เจ้าพ่อ Parody Clip เมืองไทยจับไป ทำ Clip ที่เรียกเสียงฮาได้ ไม่แพ้กัน และยังมีอีกหลายคน พยายามทำ Parody Clip แต่ก็ออกแนวแป๊ก ซะเยอะ     Organics Viral Content ของ Bkk 1st Time ส่วนตัวผมชื่นชมไอเดียการวาง Story เล่าเรื่องราวและขมวดกลับไปโยงเนื้อหาของหนังสืออย่างแยบคายในตอนท้ายของคลิป ซึ่งเทปนี้ดูแล้ว เราไม่ได้รู้สึกถึงการยัดเยียดความตลก และ ยัดเยียดการขายของ  ดูแล้วยิ้มได้และอยากที่จะแชร์ให้คนอื่นรับรู้ไปด้วย แน่นอน ถึงเวลานี้ มีแฟนคลับ รอติดตามชมคลิปต่อๆไปแน่นอน ถึงแม้ว่าเค้าจะไม่ได้เป็นแฟนคลับที่ตามไปซื้อหนังสือเล่มนี้ก็ตาม    ...

Read More
ทิปส์เล็กๆปิดโฆษณากวนใจที่ไม่พึงประสงค์
Jan30

ทิปส์เล็กๆปิดโฆษณากวนใจที่ไม่พึงประสงค์

การลงโฆษณาลักษณะ  Display network  ซึ่งผู้ลงโฆษณา นั้นสามารถเลือกระบุกลุ่มเป้าหมายของผู้ชมโฆษณาได้ ซึ่งเป็นผลดีกับผู้เสียเงินลงโฆษณา  แต่ในมุมของผู้ชมบางครั้งการที่ต้องเปิดเว็บไซต์มา แล้วเจอโฆษณาที่ไม่พึงประสงค์ หรือ รบกวนสายตาและจิตใจ อาจจะทำให้สมาธิการทำงานและการหาข้อมูลเสียได้  บางท่านอาจจะรู้สึกหงุดหงิดและรำคาญกับโฆษณาเหล่านี้ แต่จะทำอย่างไรดีเว็บเค้าก็ต้องการหาเงิน เราก็ดันอยากมาเสพข้อมูลบนเว็บเค้าซะด้วย แต่เรื่องง่ายๆ แบบนี้มีวิธีจัดการได้ง่ายมากครับ เมื่อเราเจอป้ายโฆษณาไม่ถึงประสงค์ สังเกตุมุมบนขวา จะมาปุ่มเล็กๆดังรูป  เมื่อเราเอาเม้าส์ ไปวางดู ก็จะมีคำแนะนำเพิ่มว่าสามารถปิดโฆษณาไม่พึงประสงค์ได้  อย่าแสดงโฆษณานี้อีก เป็นนัยยะว่า ชั้นไม่ใช่ Target  แก เมื่อปิดแล้ว จะมีคำแนะนำจาก Google ว่า ต้องการยกเลิกการสั่งปิดโฆษณานี้มั้ย ซึ่งส่วนใหญ่คงตอบไม่  สังเกตุได้ว่า  Google translate  แปลผิดอยู่นะ  และเรายังช่วยGoogle ตั้งค่าการลงโฆษณาให้ถูกกลุ่มได้อีก  แบบนี้ถือว่าช่วยเหลือผู้ลงโฆษณาไปอีกทางจะได้ไม่เสียเงินฟรีๆ ง่ายๆแค่นี้เอง เราก็สามารถปิดการรับรู้ และมองเห็นโฆษณาไม่พึงประสงค์เหล่านี้ได้อีก  และยังเป็นการทำดีที่ช่วยเหลือผู้ลงโฆษณาไม่ต้องเสียเงินโดยสิ้นเปลืองกับการเลือกลงโฆษณาไม่ถูก  Target อีกด้วย ปล. ไม่ได้ต้องการดราม่าการเมืองใดๆทั้งสิ้น  นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า  Google ad  Target  Demographic  เราได้ แต่ไม่สามารถ  Target...

Read More
นักการตลาดดิจิตัล สายพันธุ์ใหม่ต้องมี Skill อะไรบ้าง
Jan29

นักการตลาดดิจิตัล สายพันธุ์ใหม่ต้องมี Skill อะไรบ้าง

  น้องๆจบใหม่ๆเดี๋ยวนี้อยากมาทำงานเป็นนักการตลาดดิจิตัล กันเยอะเลย หรือแม้แต่นักการตลาดเดิมเองก็หันมาให้ความสนใจงานด้านดิจิตัล มาร์เก็ตติ้งกันมาก เพราะตลาดแรงงานปัจจุบันเป็นตำแหน่งงานใหม่ที่ดู Cool และ มีความต้องการสูงและก็ยังขาดคนที่เข้าใจอย่างแท้จริงน้อยมากเมื่อเทียบกับความต้องการแรงงานในปัจจุบัน บ้างครั้งก็เกิดความสับสนเหมือนกันว่าการตลาดออนไลน์ การตลาดบนโซเชี่ยล หรือการตลาดดิจิตัล มันเหมือนกันมั้ย มีหน้าที่เหมือนกัน หรือต้องเก่งอะไรบ้าง แม้แต่แบรนด์เองที่จะรับแรงงานบางทีก็ยังสับสน เลยอยากจะแนะนำการตลาดแบบต่างๆ และถ้าใครคิดอยากจะเข้ามาทำงานวงการนี้แล้ว ต้องพัฒนาทักษะหรือ Skill อะไรบ้าง Digital marketing หรือ Internet marketing  ถ้าจะพูดไปมันก็มีทั้งความเหมือนและแตกต่างกันเล็กน้อยมันก็ไม่ได้มี กฏหรือคำบัญญัติ ที่ตายตัวหรอก แต่ถ้าถาม Digital marketing อาจจะต้องเข้าใจในเครื่องมือหลายๆอย่างมากกว่า แม้กระทั่ง พวก Mobile   ส่วน Internet marketing  นั้น อาจจะเข้าใจงานที่อยู่บน Internet เพียงอย่างเดียวก็ได้   สำหรับผม ธุรกิจใหม่ๆไม่สามารถทำการตลาดได้แค่บน Internet แล้ว ดังนั้น Digital marketing น่าจะต้องให้ความสำคัญมากกว่า ถ้าคุณอยากจะทำงานด้านดิจิตัลมาร์เก็ตติ้งด้วยแล้ว ลองสำรวจตัวเองว่าเข้าใจหรือมีทักษะเหล่านี้ครบรึยัง สิ่งที่นักการตลาด Digital ยุคใหม่ต้องมี Digital advertising  รู้จักการโฆษณา Online ประเภทต่างๆ เช่น    Search advertising , Adwords  เหมือนกันคือคิด Keywords โฆษณาให้ตรงกับคำค้นหาของกลุ่มเป้าหมาย    Affiliate ลงโฆษณาแบบนายหน้า แนะนำ ฝากขาย  หรือ  referral   Pay per click Advertising  ลงโฆษณาแบบจ่ายเป็นครั้งตามจำนวน Click   Display  Advertising   อาจจะเป็น Banner หรือ Interactive board ตามสถานที่ต่างๆก็เป็นได้  Social media Advertising  ที่ สามารถกำหนด Target กลุ่มความสนใจของ กลุ่มเป้าหมายได้ เป็นต้น Email marketing   เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ไม่เคยตาย แต่อาจจะถูกลืมและความเชื่อว่ามันไม่ได้ผล เป็นสแปม แต่มีงานวิจัยจาก McKinsey survey บอกว่ามันได้ผลดีกว่า พวก facebook หรือ  Twitter  กว่า 40 เท่า ในการใช้งานเชิงธุรกิจ  แน่นอน การส่ง Email เพื่อการตลาดต้องหาเครื่องมือที่วัดผลได้ อย่างเช่น พวก Mailchimp เป็นต้น  ซึ่งคุณก็ต้องเข้าใจค่าตัวเลขที่สำคัญๆต่างๆเช่น  Open rate , Click rate , Bounce rate เป็นต้น Social media marketing  เรื่องนี้เด็กๆรุ่นใหม่อาจจะถนัด  เพราะมาโตมาในยุคเว็บ 2.0  Social integration มาเรียบร้อยแล้วในชีวิต แต่สิ่งที่สำคัญไม่ได้อยู่ที่ใช้ Social เป็นมั้ย มันอยู่ที่ ใช้อย่างไร สื่อสารอย่างไร Integrate เข้าไปกับ เครื่องมืออื่นๆอย่างไรมากกว่า  ซึ่งอันนี้เป็นหัวใจของมันเลย  Video Marketing  การถ่าย คลิป อัพ โหลดขึ้น Youtube จบ แค่นั้นมันไม่ถือว่าเป็น Video marketing สิ่งสำคัญคือ การวางแผนของเนื้อหา , การเล่าเรื่องด้วยภาพเคลื่อนไหว ถ้าสามารถใช้ VDO เพื่อนำเสนอได้ดี ก็จะมีกลุ่มคนติดตาม และมีแฟนคลับของแบรนด์หรือผลิตภัณฑ์รอชมเสมอ ยิ่งถ้าเราสามารถถ่ายและตัดต่อเองได้ด้วย เจ๋งแน่ รับรองไม่ตกงาน SEO search engine optimization  หรือการปรับแต่งเว็บไซต์เพื่อผลของการค้นหาที่ดีขึ้น มีช่วงหนึ่งคนเลิกให้ความสนใจมุ่งไปทำกันแต่ social media ทำ Facebook page กัน แต่ลืมคิดว่า พฤติกรรม ของคนยังไงก็ต้องค้นหาก่อนเสมอเวลาต้องการอะไร แน่นอน Google คือสิ่งแรกที่คนไทยเข้าไปเพื่อค้นหา ดังนั้น คุณควรจะรู้ว่า เราทำอะไรยังไงได้บ้างเพื่อผลค้นหาที่ดีขึ้น ไม่ต้องถึงกับทำเองเป็นทั้งหมด เพราะมันต้องอาศัยความรู้ ความชำนาญอย่างสูง แต่เรารู้และสามารถจ้างคนทำ SEO ได้ และสื่อสารกับเค้าเป็น และไม่โดนคนทำพวกนี้หลอก  ต้องรู้อะไรบ้างล่ะ สายของการทำ SEO  สายขาว สายดำ สายเทา เพื่อรู้หลักและนำไปปรับใช้ให้เหมาะกับสถานะการ On page , Off page Optimization Inbound marketing Algorithm ของ Google ตอนนี้คืออะไร และ การให้น้ำหนักและคะแนน เกณฑ์คืออะไร  Blogging   เขียน B log และรู้จักการสร้าง Blog Content เพื่อคุยกับพวก Blogger หรือ เขียน Content เพื่อสนับสนุนเนื้อหาของสิ่งที่แบรนด์ต้องการนำเสนอ ได้ กำหนดกลยุทธ์ได้ UX และ UI  เข้าใจเรื่อง Ux - User experience และ UI  User Interface   เป็นสิ่งที่สำคัญมากเป็นออกแบบ Service หรือ Campaign ซึ่งคุณต้องเข้าใจสิ่งที่ลูกค้าจะต้องพบและเจอในการใช้งาน หรือ เข้าดูบริการ เดิมเองผมก็คิดว่า UI เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ต้องสวย ต้องเนียบ แต่มาเข้าใจที่หลังว่า ถึงสวยเนี้ยบอย่างไร ถ้า UX ไม่ดีแล้ว ผู้ใช้มีประสบการณ์ที่ไม่ดี ลูกค้าก็หนีอยู่ดี  ดังนั้น 2 สิ่งนี้ต้องไปด้วยกัน  เมื่อคุณเข้าใจก็จะคิดแทนลูกค้า และ ตรวจงาน เอเจนซี่ได้ ไม่โดนหลอก และก็จะทำให้ลูกค้าประจำใจและส่งผลให้ Campaign สำเร็จได้ Coding  หลายคนร้อง ห๊ะ ชั้นจบ Marketing ไม่ใช่ โปรแกรมเม่อร์นะ ต้องให้เขียน Coding เองเลยเหรอ  จริงๆไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกครับ แค่รู้ว่า ภาษาโปรแกรมแบบไหนที่เหมาะกับงานอะไร มีทางเลือกในการใช้งานได้อย่างไร เช่น Ajax , Flash , PHP , Html5 , FBML , ซึ่งถ้าเราเข้าใจก็จะรู้ว่างานที่จะทำควรพัฒนาด้วยอะไร  แต่ถ้าใครสามารถ ออกแบบ เว็บไซต์ด้วยตัวเองได้ก็ยิ่งถือว่าเจ๋ง Graphic design  สามาถออกแบบงาน Graphic ด้วยตัวเองได้ สามารถใช้ Photoshop , Illustrator เองได้ สามารถออกแบบ แบนเนอร์ต่างๆ ปรับภาพ ทำ EDM เองได้ นี่ก็เจ๋งเลย ไม่ตกงานชัวร์ คอนเฟิร์ม หรืออาจจะเพิ่มมูลค่าตัวคุณเองด้วยการฝึกถ่ายรูปด้วยยิ่งแจ่ม  Communication skill  ทักษะการสื่อสารต้องดี เพราะการใช้ภาษาบน Social media หรือ บน Online media ประเภทต่างๆ การเลือกใช้คำและระดับภาษา เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ คำบางคำตีความหมายได้หลายมุม หรือความหมายเดียวมีคำให้เลือกใช้ได้หลายระดับภาษา เพื่อบอกถึงอารมณ์และความรู้สึกได้  ดังนั้น ต้องระวังอย่างมาก Mobile marketing   ต้องรู้จักพื้นฐานของ Mobile tools ประเภทต่างๆเช่น  Operating System คืออะไร iOS , Android , Window phone , Application design Mobile advertising Mobile site  Mobile marketing Tools ต่างๆ Mobile feature , Location service , Augmented Reality , Scanning , Mobile search SMS marketing   Content creating  นักการตลาดที่ดีต้องคิดสร้างคอนเท้นต์ด้วยตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็น Image , infographic ,VDO , Blog post , รู้จักการเลือกใช้ หรือ ผสมผสาน เพื่อผลของงานที่ดีขึ้น Presentation skill  บ่อยครั้งที่เราต้องนำเสนอแผนของเราให้ทั้ง Marketing head หรือ ผู้บริหาร  เพื่อให้รู้ว่าเราจะทำอะไร (เพื่อขอเงิน) หรือ present ผลของ campaign (ว่ากรุใช้เงินคุ้มค่านะ ) เหล่านี้ล้วนต้องอาศัยทักษะในการนำเสนอและเตรียมข้องมูล คุณต้องวางแผนการพูดและ สรุปย่อ เป็น อย่าลืมว่า คนอื่นๆเค้าอาจจะไม่มีความชำนาญและเข้าใจภาษาของคนดิจิตัล มากนัก โดยเฉพาะผู้บริหาร คุณจะต้องทำ Presentation อย่างไรให้เข้าใจง่าย...

Read More