จัดการกับ Comment แย่ๆบน Online ได้อย่างไร
Dec19

จัดการกับ Comment แย่ๆบน Online ได้อย่างไร

มีหลากหลายบริษัทที่กลัวกับการแสดงตัว หรือออกตัวว่ามีทีมงานดูแลลูกค้าบน Online เพราะกลัวว่าจะโดนลูกค้าบ่น ตำหนิ หรือ ด่า แล้วกลัวจะเสียหน้า หรือ รับไม่ได้กับการโดน Negative Feeds back อย่าโลกสวยครับ นักการตลาดต้องยอมรับความจริง ไม่มีใครทำ ลูกค้าทุกคนพอใจได้ทั้งหมด ไม่ว่าคุณจะเป็นบริษัทอย่าง Apple ก็ตาม แต่ทุกอย่างมีทางออกและวิธีการบริหารจัดการ ให้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ แบบมืออาชีพ หนึ่งในกระบวนการการจัดการ Crisis management  การที่ลูกค้าไม่พอใจหรือโกรธ หลักๆ มีแค่ 2 อย่างคือ 1. ไม่พอใจในสินค้าหรืือบริการ      2. ไม่พอใจพนักงาน   ดังนั้น อย่างแรกเราควรสอบสวน ค้นหาสาเหตุที่แท้จริงก่อนที่จะเข้าไปจัดการกับปัญหา ว่าลูกค้าไม่พอใจในเรื่องอะไร อย่าใส่อารมณ์และ โวยวาย กับลูกค้าใดๆทั้งสิ้น เพราะนั้นคือการฆ่าตัวเอง และ Business ที่คุณกำลังดูแลทันที สเต๊ปเก๋ๆในการจัดการปัญหาบน Online 1.  Keep calm and smile  ทำจิตใจให้สงบ และ ยิ้มและคิดว่ามันคือเรื่องตลกเข้าไว้  การสงบและสนุกกับปัญหาไว้ก่อน จะช่วยให้คุณมีสติ และ พยายามค้นหาความจริงได้ว่า ปัญหาของลูกค้าที่แท้จริงคืออะไร ที่สำคัญจงใส่หัวใจ และ จิตวิญญาณของตัวทั้งมุมของผู้ให้ บริการ และ หัวใจของลูกค้าลงไปด้วย  บ่อยครั้งที่คุณ พยายามปกป้องธุรกิจที่ดูแลมากจนเกินไป และ ลูกลูกค้าเหล่านี้ว่าเป็นตัวปัญหา จะทำให้คุณพยายามเป็น ศัตรูกับลูกค้ามากกว่าพยายาม จะรักและดูแลเค้า ซึ่งมี กฏข้อนึง จงรู้สึก เจ็บปวด มากกว่าลูกค้า ฟังดู ดราม่า แต่มันต้องรู้สึกแบบนี้จริงๆ 2.  ตอบ Comment, คำถาม  อย่างมืออาชีพ    การตอบ หรือ การให้ ข้อมูล ใดๆบนออนไลน์ พึงระลึกไว้เสมอว่า ” แล้วยังไงต่อ”  ง่ายๆคือ นึกถึงผลที่จะตามมา อย่าให้ อารมณ์มาครอบงำ วุฒิภาวะได้   กฏของการตอบข้อคำถามและ ข้อมูลใดๆบนออนไลน์คือ จงตอบ หรือ เข้าไปแสดงว่ารับรู้ แสดงความใส่ใจในปัญหา ในคำถามนั้นๆไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม  การนิ่งเฉย จะยิ่งทำให้เกิด สูญญากาศ ทางความรู้สึกของลูกค้า แน่นอน ลูกค้าจะยิ่งไม่หยุดและจะสุมไฟให้แรงขึ้น อย่าลบ Negative comment ทิ้ง ทันทีที่คุณลบข้อความทิ้ง นั่นคือคุณได้จุดฉนวนระเบิดขึ้นแล้ว และมันจะยากในการควบคุมปรากฏการ Ripple effect Online , Offline , Online    รับเคสออนไลน์ จัดการปัญหา,ค้นหาคำตอบ หาทางแก้ไขให้ จบ ด้วยวิธีการ ออฟไลน์ , แถลงการณ์ว่าจัดการ หรือ แก้ไข เคสนี้เรียบร้อยแล้ว บนออนไล์ ให้กลุ่มสมาชิกคนอื่นได้ รับทราบ  เพราะส่วนมากลูกค้าที่มีปัญหาจะยอมจบ แต่บรรดาไทยมุงที่ ไม่รับรู้การทำงาน มักจะไม่ยอมจบ ต้องไปจัดการให้ทราบด้วย ระดับภาษา และ สำนวนที่ใช้เพื่อการสื่อสารต้อง ไม่ดูก้าวร้าว และ ดื้อดึง หรือ ประชดประชัน ยิ่งไม่ควร   จงใช้สำนวนที่ อ่อนน้อม ถ่อมตน เสมอ ถึงแม้ปปัญหาจะเคลียร์แล้ว หรือ เราไม่ได้เป็นฝ่ายผิดก็ตาม อธิบาย ให้ ข้อมูลอย่างมีหลักการ และ หลักฐานอ้างอิง  บางครั้งการพูดลอยๆ โดยไม่มีข้อมูลที่ อ้างอิง เชื่อถือได้ ก็อาจจะทำให้เกิดกระแส ต่อต้านวงกว้างขึ้น  หากมีข้อมูลที่สามารถนำเสนอได้ ไม่เป็นความลับ จงนำมาอ้างอิง เมื่อปัญหาที่เกิด เกิดจากความผิดพลาดของธุรกิจเราจริง  จงยอมรับข้อผิดพลาด อย่าดื้อรั้น จะเอาชนะ เมื่อรู้ว่าผิดพลาด จงระดมความคิดเพื่อหา ทางออกแนวทางการแก้ปัญหาให้ลูกค้า อย่าได้แค่ยอมรับผิดเพียงอย่างเดียว 3. Consistent monitoring  ติดตามและประเมิน อย่างสม่ำเสมอ  เพื่อเจอปัญหาและแก้ไขไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ก็ยังต้องคอย ติดตามผล ว่าเป็นไปในทางที่ดีขึ้นหรือ แย่ลงกว่าเดิม หรือ มีแนวโน้มจะเกิดปัญหาใหม่ ๆอีก  การเฝ้าติดตาม และ ดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด จะทำให้ตัวเรา สามารถแยกประเภทลูกค้า และ เข้าใจพฤติกรรมของลูกค้ามากขึ้น การได้รับคอมเม้นต์จากลูกค้าถึงแม้จะเป็นด้านลบ มันคือการได้รับคุณค่าเป็นอย่างยิ่ง คือ คุณได้รับรู้ข้อมูล Insight จากลูกค้าคุณจริง ที่เค้าซื้อและใช้สินค้าคุณจริงๆ มันมีประโยชน์มากกว่าไปเสียเงินทำ Survey ซะด้วยซ้ำ คุณได้แสดงออกถึงความเอาใจใส่ และ ดูแล ลูกค้า ไม่ทอดทิ้งเมื่อมีปัญหา ซึ่งจะช่วยสร้างความพึงพอใจ และเชื่อมั่นต่อลูกค้าในวันนี้ และ ลูกค้าในอนาคตอีกด้วย                           จงรักลูกค้า และ แคร์เหมือนคุณดูแลคนที่คนรัก     คำคมๆโดนใจ ที่ สตีฟจ๊อบส์...

Read More
Interactive Chart  สำหรับค้นหาคอนเท้นต์เจ๋งๆไปPost กระตุ้น Page
Dec03

Interactive Chart สำหรับค้นหาคอนเท้นต์เจ๋งๆไปPost กระตุ้น Page

บ่อยครั้งที่นักการตลาดนึกมุกไม่ออกว่าจะเอา Content ไหนมาช่วยกระตุ้น Engagement rate ให้เพิ่มขึ้น แต่ก็โชคดีมีคนใจดีที่ พัฒนา Interactive Chart รวบรวม Content ที่เจ๋งๆและแบ่งประเภทของ Content ให้ด้วยเสร็จสรรพ ซึ่ง Content เหล่านี้ เกิดจากการปักหมุดบน Reddit Social bookmark ยอดนิยม   ซึ่งทาง Developer  เจ้านี้ ก็คัดมาแล้ว จาก คอนเท็นต์เจ๋งๆ  ใครหามุขในการสร้าง Engagement  บน Social media ลองไปใช้ดู เผื่อเจออะไรที่ตรงกับเนื้อหาของเพจ ที่ดูแล   ที่นี่ครับ...

Read More
Social CRM เราไม่ได้ขายของ แต่เราขายความเชื่อ(ใจ)
Nov13

Social CRM เราไม่ได้ขายของ แต่เราขายความเชื่อ(ใจ)

การบริหารความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า หรือ CRM (Customer Relation Management) ทุกวันนี้เป็นเรื่องที่หลายๆธุรกิจหันมาให้ความสำคัญมากยิ่งขึ้น เพราะเราไม่ได้ขายของแบบครั้งเดียวจบแน่นอน ลูกค้าส่วนใหญ่มักจะกลับมาซื้อซ้ำได้ หรือแม้แต่แนะนำคนอื่นๆให้มาเป็นลูกค้Brand ทั้งหลายหันมาให้ความสำคัญในการทำ CRM อย่างเป็นล่ำเป็นสัน และด้วยเป็นยุคแห่งสื่อสังคม ออนไลน์รูปแบบการทำ CRM อาจมีการปรับตัวไปตามยุคและเครื่องมือใหม่แต่หลักใจความสำคัญของ Social CRM ไม่ได้ทำกันเพื่อสร้างยอดขาย แต่เป็นการซื้อหัวใจของลูกค้า และ ขายความเชื่อ(ใจ) ให้แต่ลูกค้านั่นเอง หลักใจการสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้ามันคือการสร้างความโปร่งใส (Transparency) และแสดงออกอย่างจริงใจต่อลูกค้า  การทำ Community Marketing นั้นเป็นหนึ่งในการบวนการทำ Social CRM ด้วยเช่นเดียวกัน  เป็นหัวใจหลักเลยที่สามารถ พลิกหลังมือให้เป็นหน้ามือได้ หรือแม้แต่หน้ามือเป็นหลังเท้าไปเลยก็มี บ่อยครั้งที่เราเจอเคสของ Brand Crisis เกิดจากการทำ community marketing ที่ผิดพลาด จนลูกค้าหมดความเชื่อมั่นกับสินค้าและบริการ จนถึง Brand เองไปเลยก็มีเทคนิคในการซื้อใจลูกค้าไม่ยากแต่ต้องใช้ความอดทนและมุ่งมั่นซึ่งสามารถตีความออกมาได้ประมาณนี้   1. เป็นตัวของตัวเอง  การเป็นตัวของคุณเองไม่ได้แปลว่าคุณจะทำอะไรก็ได้นะ แต่มันคือการเปิดเผยตัวตนของคุณว่าคุณเป็นใคร, มาทำอะไร , เพื่ออะไรและเพื่อใคร ซึ่งแน่นอน ต้องเป็นมิตรคุณไม่ใช่นักขายที่หื่นกระหายยอด ถ้าเป็นแบบนี้ ไม่มีใครอยากคุยกับคุณแน่นอน แต่คุณต้องเป็นคนที่พร้อมที่จะเข้ามาดูแล และช่วยเหลือลูกค้าอย่างเต็มใจและเข้าถึงได้ ไม่ใช่มาแบบ Brand คุยกับลูกค้า 2. เชื่อมั่นในคุณค่าของการสร้างความสัมพันธ์  จงเชื่อว่าการที่เราทำ relationship management นี้มีคุณค่าและประโยชน์จริงๆ ไม่ใช่แค่คือหน้าที่หรือเพื่อเข้ามาจับผิดลูกค้า  จงเชื่อว่าสิ่งที่เรากำลังทำจะทำให้เรารู้จักลูกค้าและนำไปสู่การให้บริการอย่างดีที่สุด ซึ่งแน่นอนในอนาคตเราจะทำงานได้อย่างสบายมากขึ้น ลดปัญหา ยกระดับการให้บริการ 3. จงสม่ำเสมอ และ ต่อเนื่อง  นึกถึงตอนที่เราเป็นลูกค้า เคยเจอมั้ยครับ ช่วงที่กำลังจะขายเรา ปฏิบัติซะดี ทั้งพูดจา และให้บริการ พอจ่ายเงินแล้วเท่านั้นล่ะ ปิดการหาย สลายโต๋ แน่นอนถ้าคุณไม่ชอบการถูกกระทำแบบนี้ คุณก็ไม่ควรที่จะทำแบบนี้กับลูกค้าด้วย  การกระทำอะไรที่สม่ำเสมอ โดยที่ไม่ต้องร้องขอ แค่นี้ก็สามารถซื้อใจลูกค้าได้แล้ว มันแสดงถึงความมุ่งมั่นในการให้บริการ  ในกรณีนี้ รวมถึงการดูแลที่นอกเหนือเวลางานด้วย เพราะ บางที ลูกค้าคุณก็อาจจะต้องการความช่วยเหลือนอกเหนือเวลางาน แต่จุดนี้ควรพิจารณาการตอบสนองที่เหมาะสม 4.  ค้นหาและนำเสนอความจริง  ลูกค้าจะเชื่อในสิ่งที่คุณพูดต่อเมื่อคุณพูดและเสนอความเป็นจริง แน่นอนมันคือต้องมีข้อมูลที่เชื่อถือได้ประกอบ ความเชื่อมั่น มันเหมือนกรุงโรม ที่ไม่ได้สร้างเสร็จแค่วันเดียว การค้นหาและนำเสนอความจริง เวลาจะเป็นตัวพิสูจน์ด้วย การช่วยเหลือโดยแสดงให้เห็นว่าคุณอยู่ข้างลูกค้า ช่วยที่จะนำเสนอข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อลูกค้ามากที่สุด และไม่มีความเสียหายต่อบริษัท นั่นจะทำให้คุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด 5. เปิดกว้างในการรับฟังความคิดเห็น  การทำ Social CRM คือการรับฟังและนำมาปรับปรุงเพื่อนำเสนอกลับไปสู่ลูกค้า ทำให้ลูกค้าพึงพอใจมากที่สุด และ บริษัทพัฒนาผลงานได้มากที่สุดเช่นกัน ดังนั้นอย่ากลัวที่จะโดนลูกค้าด่า หรือ ติ (ในมุมที่สร้างสรรค์)  อย่าเถียงแทนบริษัทฯ  อย่าทะเลาะกับลูกค้า อันนี้สำคัญมาก จงรับฟังและนำข้อมูลที่ลูกค้ามีประเด็นมาพิจารณา ด้วยข้อมูล และเหตุผล และค้นหาความจริง เพื่อนำมาปรับปรุงและนำเสนอกลับสู่ลูกค้า  ไม่ใช่ไม่ยอมรับตั้งแต่แรกและ เถียงด้วยอารมณ์ จิตวิญญาณของการให้บริการ แบบนี้เป็นความล้มเหลวของการทำ CRM แน่นอน  6. จงทำตัวเป็นมืออาชีพ  นึกถึงว่าถ้าเราเป็นลูกค้า เราอยากคุยกับคนแบบไหนครับ ใช่แล้ว เราอยากคุยกับคุณที่คุยกับเรารู้เรื่องและมีกระบวนการ การจัดการที่เป็นระบบ ความเป็นมืออาชีพนี้อาจจะรวมถึง ทักษะการใช้ภาษา  พูดกับลูกค้าอย่างไรที่ดีที่สุดภาษาที่ฟังแล้วไม่เป็นการดูถูกลูกค้า  เช่น ทำไมคุณไม่เข้าใจ กับ ยังมีจุดไหนที่ลูกค้ายังสงสัยอีกไหม  ซึ่งความหมายทั้งสองประโยค เหมือนกัน คือลูกค้ายังมีข้อสงสัย แต่การใช้ภาษาต่างการ ระดับของความหมายเป็นอาจจะกลายเป็นหายนะของแบรนด์ได้ ทักษะในการสื่อสาร การสื่อสารแบบไหนที่ช่วยลดปัญหา และทำให้ลูกค้าประทับใจ  ผมแบ่งเป็นสองประเภทคือ สื่อสารแบบลูกค้าร้องขอ กับ ลูกค้าไม่ได้ร้องขอ  คือ แบบลูกค้าร้องขอ ถ้าลูกค้ามีปัญหาและต้องการความช่วยเหลือ ให้รีบแสดงตัวและเข้าไปรับเคส ก่อน ถึงคุณจะไม่สามารถแก้ไขได้ทันที แต่ดีกว่าการปล่อยเงียบจนลูกค้า คิดว่าไม่สนใจ ก็จะยิ่งกระพือปัญหาให้ดังขึ้น แต่คุณก็ต้องกลับมาพร้อมข้อมูลที่สามารถตอบโจทย์และทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าคุณได้สนองต่อคำขอลูกค้าแล้ว ถึงแม้จะเป็นการปฏิเสธก็ตามก็ต้องมีข้อมูลที่รองรับ มิฉนั้นลูกค้าจะหมดความเชื่อถือทันที   การสื่อสารแบบลูกค้ามิได้ร้องขอ  คือเมื่อคุณพบประเด็นปัญหา และหาคำตอบได้ก็นำมาเสนอ ในเชิงสร้างสรรค์ต่อลูกค้า มิใช่การโอ้อวดว่าแบรนด์เป็นคนทำ หรืออาจจะเป็นการพบเห็นลูกค้าหรือใครชื่นชม ก็นำมานำเสนอต่อส่วนรวมได้เพื่อเป็นการขอบคุณ  ที่สำคัญเลยคือการสื่อสาร ไม่ใช่การเงียบเฉย เราเคยพบว่ายิ่งเงียบเฉยมากเท่าไร ยิ่งนำหายนะมาสู่ แบรนด์มากเท่านั้น ทักษะในการปฏิบัติงาน  มีการบริหารงานอย่างเป็นระบบ ในการรับเรื่อง การปรับปรุงแก้ไข และการนำเสนอต่อลูกค้ากลับเป็นระบบ ซึ่งทุกส่วนที่เกี่ยวข้องต้องช่วยกันโดยมีจุดหมายเดียวกันคือ มุ่งมั่นในการพัฒนาการให้บริการ 7.  จงสื่อสัตย์ต่อตัวเองและลูกค้า  เราอาจจะเคยได้ยินว่าจงรับปากไว้ก่อน ว่าได้ครับๆ  แต่ ตามหลังต่อว่าคือ “แต่”  เป็นคำพูดที่ลูกค้าไม่อยากได้ยินแน่นอน  จงอย่ารับปาก โดยที่ตัวคุณรู้อยู่แล้วว่ามันนอกเหนือความเป็นไปได้  เพราะเมื่อไรที่มี แต่ ออกมาลูกค้าจะไม่มีความเชื่อมั่นในสิ่งที่คุณพยายามจะอธิบายอีกเลย ฟังดูยุ่งยากไปนิดนะ แต่เชื่อเถอะครับว่าเมื่อไรที่คุณซื้อใจลูกค้าได้มันคุ้มค่ามากเพราะคุณไม่ได้มีแค่ฐานลูกค้าในมือแต่คุณมีลูกค้าอยู่ในใจเสมอ และสิ่งที่เจอคือ เมื่อเรามีปัญหาจริงๆ ลูกค้าเหล่านี้จะเป็นผู้ที่เข้ามาปกป้องเรา ชี้แจงข้อมูลต่อคนอื่นให้เราเอง  หรือแม้แต่ลูกค้าเราเองมีปัญหาเค้าก็จะไม่ด่าเราแรงๆ...

Read More