Archive | Work and business RSS feed for this section
Aside

Browser wars สงครามที่ไม่เคยจบ

เร็วนี้เพิ่งมีข่าวที่หลายคนอาจจะให้ความสนใจเกี่ยวกับประวัติของ Internet ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ว่าจริงๆแล้วอาจมีอายุถึงกว่า 40ปี แก่กว่าผมและหลายๆคนอีกนะเนี๊ยะ สิ่งนึงที่อยู่คู่กับการใช้งาน Internet คือ Browser เบราวเซอร์ เป็น Program เล็กๆที่ใช้เพื่อเปิดประตูเชื่อมต่อกับโลกของ Internet เป็นโปรแกรมอีกชนิดหนึ่งที่เป็นสงครามแช่งชิงพื้นที่กันอย่างดุเดือด

Read full story Comments { 0 }
Aside

ย้ายบ้านมาลง WordPress แล้ว

ห่างหายกับการเขียนบล๊อกมานานทีเดียวหลังจากหลงไหล Micro blogging อย่าง twitter หัวปักหัวปำ ช่วงหลังมีอะไรที่อยากทำเยอะรูปแบบ Blog เดิมที่เขียนอยู่ใน blogger รู้สึกยังไม่ตรงใจ อีกทั้งมีบล๊อกอีกหลายที่ๆเขียนกระจัดกระจายกันอยู่ ในที่สุดตัดสินใจย้ายมาเขียนของตัวเองซะทีเลยดีกว่า ในที่สุดก็หนีไม่พ้น WordPress สุดฮิต ต่อไปนี้คงมีเรื่องให้ได้ติดตามกันมากขึ้นครับกับเรื่องราวใหม่ๆที่ไม่จำกัดอยู่เฉพาะแต่เรื่องร้องเพลง

Read full story Comments { 1 }
Aside

The Susan Boyle effected

เชื่อว่าวันนี้หลายคนคงได้เห็นได้รู้จักคุณป้าธรรมดาๆคนนึงผู้ไม่เคยแต่งงาน ไม่เคยมีใครบอกรัก จาก West Lothian เมืองเล็กๆในอังกฤษ ที่เดินตามหาความฝันด้วยความกล้าและความสามารถของตัวเองผู้ที่พิสูจน์คำพูดที่ว่า never judge a book by its cover หรือ อย่ามองคนที่ภายนอก ตอนนี้คนกว่าล้านหลงรักเธอ ไม่นานหลังจากรายการประกวด Britain got talent ที่ Susan boyle เข้าร่วมแสดงความสามารถแพร่ภาพออกไป ก็มีผู้Post clip การประกวดของเธอขึ้นไปเพียงไม่นานก็ทำให้ VDO การประกวดของเธอ เป็น Clip ยอดนิยมที่สุดของ Youtube ภายในเวลาไม่นานและคาดว่าจะกลายเป็น Clip ทีมีจำนวนการเปิดดูสูงสุดในเร็วๆนี้ เพียงชั่วข้ามคืนหญิงวัยกลางคนผู้ซึ่งตกงาน ไร้คนสนใจกลับกลายเป็น Super star ที่ใครๆต่างพากับพูดถึงและสนใจว่าเธอเเป็นใคร มาจากไหนและเพลงที่เธอร้อง “I Dreamed a Dream” ก็มีคนร้องตามมาอีกมายมาก ทั้งใน youtube ตาม Fansite ของเธอ ทั้งหลายเหล่านี้ กล่าวได้ว่า [...]

Read full story Comments { 0 }
Aside

Karaoke สื่อสร้างสรรค์ที่มาพร้อมกับการทำลาย

ทุกวันนี้ถ้าพูดถึงคาราโอเกะ (Karaoke) เชื่อว่าคงไม่มีใครไม่รู้จักสื่อบันเทิงที่ช่วยให้คุณสามารถรู้สึกว่าเป็นเดอะสตาร์หรือบรรดา AF หรือแม้แต่ซุปเปอร์สตาร์ในดวงใจ สื่อบันเทิงชนิดนี้เข้าถึงกลุ่มคนได้ทุกเพศทุกวัย ทุกระดับชนชั้นตั้งแต่คาราโอเกะ ไฮโซเครื่องเสียงราคาเป็นหลักล้าน จนถึง ตู้หยอดเหรียญตามร้านค้าร้านอาหารที่มาแทนที่ตู้เพลง ปัจจุบันสื่อคาราโอเกะพัฒนาไปไกลที่ช่วยให้คุณสามารถ ร้องเพลงออนไลนืพร้อมบันทึกเสียง ส่งผลงานให้เพื่อนๆฟังได้ทันที ดังนั้นคาราโอเกะ จึงเสมือนเพื่อนผู้เป็นสะพานให้คนธรรมดาๆอย่างเราๆกล้าที่จะคว้าไมค์ขึ้นมาโชว์ลูกคอ ผมก็เป็นคนนึงที่ชืื่นชอบการร้องคาราโอเกะโดยเฉพาะเมื่อต้องสังสรรค์กับเพื่อนๆหรือโดนเชิญขึ้นไปร้องบนเวที ตามงานต่างทำไมนะเหรอครับ แน่นอนผมมีเพลงให้เลือกร้องเป็นพันๆเพลง โดยที่ไม่ต้องกังวล เรื่องการจำเนื้อร้องหรือทำนอง แค่ตามองจอ ปากงับเนื้อร้องไปตามสีที่ไล่ไปบนเนื้อเพลง ช่วยให้ผมดำน้ำไปในเพลงได้โดยสบาย เป็นไหมครับ คาราโอเกะ ช่วยให้เราร้องเพลงได้ง่ายขึ้นมากทีเดียว แต่สิ่งที่นักร้องคาราโอเกะส่วนใหญ่ลืมไปก็คือ ทักษะต่างๆที่ต้องใช้ในการร้องเพลงไม่ว่าจะเป็นทักษะการจดจำคำร้อง การนับห้องดนตรี ทำนอง อารมณ์เพลง ล้วนถูกทำลายไปกับวัฒนะธรรมคาราโอเกะทั้งสิ้น บ่อยครั้งที่ผมโดนนักเรียนเรียกร้องให้เปิดคาราโอเกะตอนให้เด็กซ้อมร้องเพลง แต่ผมมักปฏิเสธ เพราะนักเรียนแทบจะไม่ได้ใช้ทักษะใดๆเลยนอกจากตามองดูเนื้อเพลงและหูฟังดนตรี ปากร้องเหมือนหุ่นที่ตั้งโปรแกรมจนขาดวิญญาณ ซึ่งไม่ใช่แค่เด็กนักเรียนเท่านั้นหรอกที่เป็นอย่างนี้ตัวผมเองก็เป็นเช่นกัน ดังนั้นคาราโอเกะจึงเป็นสื่อที่ดีเหมาะสำหรับที่ให้ความบันเทิง แต่หากคุณคิดที่จะฝึกร้องเพลงจริงๆจังๆแล้ว แนะนำว่าร้องกับดนตรี Backing track พร้อมกระดาษ Note เนื้อเพลงจะดีกว่าแน่นอน

Read full story Comments { 1 }
Aside

เด็กๆกับการร้องเพลง (ตอนที่1)

หลายคนเคยถามว่าอายุเท่าไรถึงควรเริ่มเรียนร้องเพลง จากประสบการณ์ เด็กๆเรียนร้องเพลงกันตั้งแต่ ยังไม่ถึงขวบ เชื่อไหมครับ เด็กๆวัยนี้แม้ยังพูดหรือร้องเพลงจริงๆไม่ได้ แต่เขาสามารถรับรู้ทำนองได้(อันนี้ทดลองด้วยตัวเองจริงๆ) ทำได้ลองทำ คือให้เด็กๆลองฟังเพลง เขาจะเคลื่อนไหวตาม แม้จะไม่ลงจังหวะแต่นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของความประทับใจในดนตรี (Music Impression) ซึ่งคุณพ่อคุณแม่มีส่วนช่วยเขาได้ อาจจะลองนั่งร้องเพลงกับเค้าแล้วโยกตามจังหวะ หรือนั่งยืดขาไปตรงๆแล้วให้เค้านั่งบนหน้าขาเราแล้วยกขึ้นลงตามจังหวะเพลง (Lap ride) ที่สำคัญคุณพ่อคุณแม่นั้นต้องเพลงไปพร้อมกับกับเค้าด้วยดีกว่าปล่อยให้เค้าฟังเพลงไปเฉยๆเพราะเด็กเค้าจะดูและทำตามต้นแบบก็คือคุณพ่อ คุณแม่นั่นเองการเรียนรู้นี้ผ่านเซลล์กระจกเงา (Mirror Nueron) ซึ่งเป็นกระบวนการเรียนรู้ผ่านการเลียนแบบนั่นเอง การเรียนร้องเพลงของเด็กในวัยนี้ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การฝึกเสียงหรือต้องการให้เค้าร้องเพลงได้จริงๆ แต่วัตถุประสงค์ของเด็กวัยนี้ เพื่อกระตุ้นให้เค้าเกิดความอยาก ความชอบและความประทับใจในดนตรี ซึ่งมีส่วนช่วยให้น้องๆมีพัฒนาการที่ดี ทั้งทางด้าน การฟัง การจดจำ และ จินตานาการ ที่ช่วยเพิ่มรอยหยักให้กับสมองของน้องๆได้ดีทีเดียว

Read full story Comments { 1 }

Site last updated ธันวาคม 30, 2011 @ 3:19 pm