Aside

ทำไมเราต้องมาฝึกการใช้เสียง

นั่นสิครับทำไมเราถึงควรต้องรู้จักการฝึกการใช้เสียง กันทั้งๆที่เราก็สามารถพูดกันได้ ร้องเพลงกันได้อยู่แล้ว ไม่เห็นจำเป็นต้องฝึกเลย งั้นลองกลับมาสำรวจตัวคุณเองกันหน่อยดีไหม ว่าคุณเคยมีอาการแบบนี้กันบ้างหรือเปล่า 1. เหนื่อยง่ายเวลาพูดติดต่อกันนานๆ 2. พูดแล้วระดับเสียงพูดสูงเกินไปจนทำให้คนรอบข้างรำคาญ บอกให้พอเถอะ 3. เล่าเรื่องให้คนอื่นฟังแล้วไร้ซึ่งอารมณ์ มีแล้วมีแต่คนบอกน่าเบื่อ ไม่มีคนสนใจ 4. จับไมค์ร้องเพลงโชว์ทีไรเสียงหลงทุกที ทั้งๆที่ซ้อมมาเป็นอย่างดีแล้ว 5. มีแต่คนบอกว่าร้องเพลงเหมือนสวดมนต์ (แถมเพื่อนบอกว่าฟังพระสวดมนต์ยังเพราะกว่าเลย) 6. ร้องเพลงแล้วเหมือนคนใกล้จะตาย ไม่มีพลังเอาซะเลย 7. ขึ้นเวทีแล้ว ขาสั่น ทำตัวไม่ถูก มือเกะกะไปหมด แทบอยากจะตัดมือทิ้งไป 8. ร้องเพลงทีไร ไม่เห็นเพราะเหมือนต้นฉบับสักที ไม่รู้จะทำยังไง 9. เมื่อร้องถึงท่อนฮุค ของเพลงมันเหมือน โดนฮุคเข้าเต็มหน้าร้องเสียงไม่ถึงซะที 10. เป็นผู้ชายแต่อยากร้องเพลงของผู้หญิงแทบตาย ร้องไม่ได้สักที จริงๆผมว่ามีอีกเป็นร้อยเหตุผลนะครับ สำหรับการมาฝึกการใช้เสียง เพราะนอกจากจะใช้เพื่อร้องเพลงแล้ว การฝึกการใช้เสียง ยังสามารถที่จะปรับมาใช้ในการพูด การบรรยาย การพากย์ละคร การอ่านข่าว เป็นวิทยากร ล้วนแต่ต้องใช้เสียงให้เหมาะสมกับบทบาทที่กำลังแสดงอยู่ครับ ผมสังเกตุว่ามีหลายคนในปัจจุบันมีระดับเสียงในการพูดที่สูงมาก ส่วนใหญ่เกิดกับผู้หญิงนะครับ ไม่แน่ใจว่าเป็นแฟชั่นมากจาก Jpop [...]

Read full story Comments { 2 }
Aside

ตอบคำถามตาม Email ครับ

เพื่อนๆบางคนเริ่มมี Email มาสอบถามเรื่องปัญหาเรื่องเทคนิคการใช้เสียงกันมาบ้างแล้วนะครับ ผมยินดีนะครับ สำหรับทุกคำถาม ทุกคำขอยกเว้นเรื่อง ตังค์ ครับ 555 สำหรับคำถามที่น่าสนใจและดูเป็นประโยชน์ผมก็จะขอนำขึ้นมาแสดงในบล็อก แห่งนี้นะครับเพราะจะได้เป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆคนอื่นๆด้วย นะครับวันนี้ผมขอนำเมล์จากเพื่อนหนึ่งถามมาว่า ” ถ้าจำเป็นต้องออกงานร้องเพลงในวันที่ไม่ค่อยสบาย และไม่มีเสียง ควรทำอย่างไร “ เป็นคำถามที่น่าสนใจครับ เคยไหมครับบ้างครั้งที่เราจำเป็นต้องแสดงแต่สภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวย ผมก็เคยเป็นนะ อย่างแรก ถ้าหลีกเลี่ยงได้พยายามขอเลื่อนหรืองดจะดีที่สุดนะครับ เพราะลองนึกดูเวลาเราไม่สบายจะสังเกตุไหมว่าเสียงเราจะเปลี่ยนอันนั้นเกิดจากเจ้าเส้นเสียงของเราอักเสบบวมครับ เสียงเราจึงใหญ่ขึ้นไงครับ เมื่อเส้นเสียงบวมเมื่อเราใช้เสียงมากๆจะทำให้เกิดความเสี่ยงมากขึ้นที่จะเสียดสีกันจน เป็นอันตรายครับ ดังนั้นหากหลีกเลี่ยงได้ก็ขอเขาเถอะครับ แต่ถ้ายังไงก็เลี่ยงไม่ได้จริงๆ ให้พยายามหาเพลงที่มี Range เสียงไม่กว้างมาก เพลงที่ต้องโชว์เสียงแบบกระชากคะแนนคนดูก็เลี่ยงไปก่อนละกันนะครับ หาเพลงที่เราร้องสบายๆดีกว่าครับ เพราะเส้นเสียงจะได้ไม่ต้องทำงานหนักมาก หรือหากยังไงก็จำเป็นที่ต้องร้องเพลงนั้นจริงๆ ถ้าร้องกับวงสดก็คุยกับวงนะครับว่าขอเขาปรับ key ลงมาสักครึ่งเสียง หรือ 1 เสียงครับ เพราะถ้า key ต่ำลงเส้นเสียงจะไม่ต้องตึงตัวมากเกินไปจนเกิดการฉีกขาดได้อีกครับ อ้อ เมื่อป่วยไม่ใช่ว่าหลีกเลี่ยงร้องเพลงนะครับ การพูดมากๆ ก็เป็นสิ่งที่ควรระวังด้วยเช่นกันครับ

Read full story Comments { 0 }
Aside

มารู้จักเครื่องดนตรีมนุษย์ กันเถอะ

สืบเนื่องจากบทความก่อนหน้าที่ผมพูดถึงความสำคัญของ “ลมหายใจ” ต่อการปล่อยและควบคุมเสียง และได้ยกตัวอย่างว่าด้วยการ สีไวโอลิน ที่นักเล่นไวโอลิน จะต้องทำการบังคับคันสี เพื่อควบคุม น้ำหนัก ความสั้น,ยาว ของเสียงที่ต้องการเล่น เช่นเดียวกับร่างกายเราก็สามารถเป็นเครื่องดนตรีชิ้นใหญ่ได้เช่นเดียวกับ แต่ก่อนที่ผมจะพูดถึงเรื่องการฝึกบังคับ ควบคุมลมหายใจแห่งชีวิตนี้ เรามาทำความรู้จัก อวัยวะสำคัญๆที่จะประกอบทำงานร่วมกันจนสามารถ สร้างตัวเราให้เป็น เครื่องดนตรี ชิ้นโต ได้เสียก่อน 1. จมูก (Nose) แน่นอนครับทุกคนต้องทราบอยู่แล้วว่าถ้าปราศจากจมูกแล้วเราจะหายใจกันเข้าไปได้อย่างไรล่ะ2. ช่องปาก อย่าลืมครับ ทันทีที่คุณโดนบีบจมูกจนทนไม่ไหวแล้ว ปฏิกริยาอัตโมติที่ไม่ต้องสอนคือคุณจะอ้าปากอย่างกว้างเพื่อขเมิบ อากาศ หรือ Oxygen คำโตๆเข้าไปแทน 3. หลอดลม (Trachea) เป็นส่วนที่ต่ออกมาจากหลอดเสียง ยาวลงไปในทรวงอก ลักษณะรูปร่างของหลอดลมเป็นหลอดกลมๆ ทำหน้าที่เป็นทางเดินของอากาศหรือลมหายใจเรานั่นเอง 4. ปอด (Lung) หน้าที่ของปอดคือ การนำก๊าซ CO2 ออกจากเลือด และนำออกซิเจนเข้าสู่เลือด ปอดจึงมีรูปร่างใหญ่ มีลักษณะยืดหยุ่นคล้ายฟองน้ำ ดังนั้นลมหายใจปกติส่วนใหญ่จึงเข้าสู่ปอดโดยตรง อย่างไม่ต้องสงสัย 5. กระบังลม (Diaphragm) กระบังลมเป็นผนังผังผืดขาดใหญ่ที่กันระหว่างช่องท้องและช่องออก [...]

Read full story Comments { 0 }
Aside

ลมหายใจคือชีวิต มารู้จักการหายใจกันเถอะ

อ่านจั่วหัวบทความนี้แล้วงงกันไหมครับ เหตุไฉนผมต้องมาบอกให้มารู้จักการหายใจกันอีกทั้งที่ทุกคนน่าจะหายใจได้ตั้งแต่หลุดออกมาจากครรภ์แล้ว ทันทีที่คุณหมอตีก้นให้เราร้องไห้ นั่นหละครับลมหายใจแรกที่ที่เราเรียนรู้ นั่นแปลว่าลมหายใจเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงให้ชีวิตสามารถดำเนินต่อไป เช่นเดียวกับการใช้เสียง ลมหายใจเป็นต้นกำเนิดของการสรพพชีวิต รวมถึงการใช้เสียงหรือการร้องเพลงด้วยเช่นกัน ผมขอถามดื้อๆ 1 ข้อว่า ท่านทราบกันไหมว่าเสียงนั้นเกิดจากอะไร …………..ติ๊กต๊อก……ติ๊กต๊อก…………. หมดเวลาครับ เฉลยละ เสียงเกิดจากวัตถุกระทบกัน ไม่เชื่อลองเอามือ2ข้างของคุณมากระทบกันแรงสิครับ ก็จะได้เสียงตบมือ ไม่ขอใช้คำว่าปรบมือนะครับเพราะนั่นแปลว่าต้องตั้งใจทำหลายๆครั้งติดต่อกัน หรือลองเอามือไปกระทบที่หน้าของท่านกูได้ ก็จะได้เสียงอีกรูปแบบหนึ่งปนกับความรู้สึกชาอย่างช้าๆ……….แล้วเสียงที่เราพูดหรือที่ร้องเพลงล่ะ เกิดจากอะไรล่ะที่ไปกระทบกัน คำตอบก็คือเจ้าเส้นเสียง(Vocal chords) ที่อยู่ในกล่องเสียง (Larynx) ไงล่ะครับ ลองเดาสิครับว่ามันกระทบกันได้ยังไง ในเมื่อเราไม้ได้เอาอะไรไปดีดเหมือนสายกีต้าร์ซะหน่อย หรือคุณทำได้ไม่นะผมไม่คิดว่าอย่างนั้น สิ่งสำคัญที่ทำให้มันเกิดการกระทบกันจนสั่นสะเทือนเกิดเป็นคลื่นความถี่เสียงได้ก็คือลมหายใจที่เราหายใจเข้าไปนั่นเองไงครับ เพราะฉนั้นถ้าหากว่าคุณอยากได้เสียงคุณความยาว สั้น หนัก เบา ขนาดไหนสิ่งที่จะควบคุมสิ่งเหล่านั้นให้เกิดขึ้นได้ก็คือลมหายใจนั่นเอง หาก นึกไม่ออกลองดูนักไวโอลินดูสิครับ ความยาวหรือสั้นของเสียงไวโอลินที่แสดงอยู่นั้นเกิดจากการที่นักไวโอลินควบคุมคันสีนั่นเอง สำหรับการควบคุมคันสีที่ควบคุมเสียงของเรานั้น ผมขอพูดในบทต่อไปนะครับ

Read full story Comments { 0 }
Aside

เริ่มต้น ส่งเสียง ให้โลกรู้

ตลอด 10 ปีกว่าๆที่ผมสอนเทคนิคการใช้เสียงมา หลากหลายประสบการณ์ หลากหลายปัญหาและแนวทางการแก้ไข บ่อยครั้งที่เจอเคสต์หนักๆจนบ้างครั้งก็เหนื่อยมากๆ แต่ไม่เคยท้อนะครับ มาถึงวันนี้ผมอยากจะสร้างที่ๆ ผมสามารถแชร์ประสบการณ์และความรู้ที่พบเจอมาศึกษาลองผิดลองถูกให้กับหลายๆคนที่กำลังสนใจฝึกการใช้เสียงหรือมีปัญหาในการใช้เสียงให้เข้ามาหาข้อมูล มาแชร์ มาเล่า เรื่องราวให้รับรู้กัน อาจจะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นแต่ผมอยากให้จุดนี้ เป็นจุดที่จะเรียงต่อกันจนกลายเป็นเส้น จากเส้นที่เรียงต่อกันจนเป็น แนวทางที่หลายๆคนจะเข้ามาค้นคว้าหาความรู้ เพิ่มเติม ต่อไปได้ ……….. Sing with me

Read full story Comments { 0 }

Site last updated ธันวาคม 30, 2011 @ 3:19 pm