ทำไม Content Marketing  จึงสำคัญในการตลาดดิจิตัล
Apr22

ทำไม Content Marketing จึงสำคัญในการตลาดดิจิตัล

ใน Traditional marketing ใครยึดหน้าสื่อ ยึดเวลาบนทีวีได้นั้นคือผู้ครองอำนาจ แต่ในมุมของ Digital marketing ใครยึดพื้นที่บน Google ได้นั้นคือผู้ครองอำนาจบน ออนไลน์  แต่ใครที่สามารถครองและยึดพื้นที่ได้ทั้งบน Offline และ  Online นั้นคือผู้ชนะอย่างแท้จริง นี่คือการตลาดแบบผสมผสาน ที่ Content marketing  จะช่วยเชื่อมโยง และ ต่อยอด ของ Campaign marketing ระหว่าง Online และ Offline เข้าด้วยกัน ด้วยพฤติกรรม ของ Prosumers  หรือผู้บริโภคยุคใหม่ที่หาข้อมูลเชิงรุกมากขึ้น การเข้าถึงข้อมูลของสิ่งที่กำลังสนใจ กำลังต้องการ โดยการค้นหาบน Internet  และแน่นอนที่แรกที่จะเข้าไปนั่นคือ Google ผมเชื่อว่าคนไทยยังไม่ค้นหาตรงๆจากใน Pantip  หรือ Facebook สักเท่าไร   นี่คือสิ่งที่ Google พยายามให้ทุกคนพยายามใส่ใจกับ ZMOT หรือ  Zero Moment Of  Truth  หรือ จุดที่ผู้บริโภคกำลังจะตัดสินใจว่าจะเข้าไปทดลอง หรือเข้าไปที่จุดขาย เพื่อมีประสบการณ์ ทดลองกับสินค้า หรือ แบรนด์นั้นๆ หรือไม่  ดังนั้น Content Marketing  จึงตอบโจทย์ของการทำ ZMOT นี่เอง     อะไร คือสิ่งที่ลูกค้าค้นหา ?  พฤติกรรมของลูกค้า ไม่ได้หาแต่บทความ การทำ Content marketing ควรครอบคลุมทุกองศา ดักทาง ดักความต้องการ ของลูกค้า  ไม่ว่าจะเป็น บทความวิชาการ , Blog content , รูปภาพ , Video รีวิว , กระทู้  , Q&A   ซึ่งแต่ละเครื่องมือมีหน้าที่ของมัน แต่จุดเด่นที่ต่างการ   อย่างเช่น บทความวิชาการ เป็นเรื่องข้อมูลข้อเท็จจริง เป็น Fact ที่สร้างความน่าเชื่อถือ อาจจะอยู่บทเว็บไซต์ของเราเอง หรือ Wiki ได้เช่นกัน Blog post  เป็น  Influences เพิ่มความรู้สึกในการตัดสินใจอยากใช้ อยากลองสินค้า Video review  ช่วยในความเข้าใจ ในสิ่งที่ซับซ้อน และ กระตุ้น ความรู้สึกได้มากเพราะได้เห็นวิธีการ และ การใช้งานจริงของสินค้า กระทู้ เป็น เสียงจากลูกค้าด้วยกันเอง จึงทำให้ลูกค้ารู้สึกสบายใจที่จะเข้ามาแลกเปลี่ยนข้อเท็จจริงกับผู้ใช้งานด้วยกัน Q&A  อย่าง guru.google , Yahoo answer , Quara  แต่จุดที่สำคัญคือ Targeting Keywords  ทุกๆ Content Network ที่แบรนด์ สร้างขึ้นมานั้นจะต้องมีองค์ประกอป ของ คีเวิร์ด  หรือ คำค้นหาหลักๆ ที่แบรนด์ หรือ สินค้านั้นๆจะกำหนดขึ้น มา  เพราะไม่ว่า ลูกค้าจะ Search แบบไหน ก็พบเนื้อหา ที่คุณสร้างขึ้นมาดัก แทบทั้งนั้น เทคนิคการสร้าง Keywords  ค้นหา  ผมและคุณอาจจะไม่ใช่เทพด้าน SEO  แต่เราเป็น Prosumers  นักการตลาดที่ดี ต้องคิดแบบลูกค้า หรือ ตำรวจที่เก่ง ก็ต้องคิดแบบโจร  อย่างไรอย่างนั้น กันทีเดียว  แล้วลูกค้าคิดอย่างไร ง่ายสุดคือ มองตัวเอง เวลาคุณต้องการซื้ออะไรสักชิ้นนึง คุณกำลังหาข้อมูลแบบไหน  Keywords  แบบ Branding  ตรงๆ ส่วนใหญ่ ไม่ค่อยต่าง คนค้นหาชื่อ Brands ยังไงก็เจออยู่แล้ว  แต่อาจจะลองคิดถึง คีเวิร์ด ที่เชื่อมโยง เกี่ยวเนื่องกัน เช่น Promotion , ราคา , ปัญหาของคนที่ใช้ สินค้านั้นๆ , ประโยชน์ของสินค้า หรือ ส่วนประกอบของสินค้า นั้นๆ เป็นต้น เพื่อเป็นการดักทางของ คนที่กำลังค้นหา มากกว่า ชื่อ Brand  การทำ SEO  Content  ผมไม่นิยมการดักชื่อคู่แข่ง ซะเท่าไร แต่ก็สามารถทำได้ ถ้าคิดว่าของเรามีจุดดี ที่แตกต่าง และ เหนือการคู่แข่ง ก็เป็นการชี้นำความสนใจ Offline and Online Integration การสร้าง Campaign แบบผสมผสาน คือเป้าหมายสำคัญของการทำการตลาดสำหรับ brand  เนื่องด้วยสื่อ Traditional นั้น มีราคาแพง , มีพื้นที่จำกัด และหากพยายามยัดเยียด ข้อมูลลงไปมากๆ ความสวยงามก็ไม่บังเกิด ดังนั้นการออกแบบสื่อ ควรมี Keyword ให้คนที่ดูสามารถไปค้นหาข้อมูลต่อได้  ส่วนตัวผมยังเชื่อว่าการพยายาม Promote Keywords ให้ชัดเจนยังน่าจะได้ผลดีมากกว่าการใช้ QR Code เพื่อให้เกิด การ Conversion ไปที่ content เป้าหมายของเราบนออนไลน์เสียอีก อย่าลืมว่าลูกค้ายุคใหม่ใช้ Mobile ในการเข้าถึง Content อยู่แล้ว  ดังนั้น อย่าลืมดูว่า Content ของเรา ออกแบบมาให้รองรับ Mobile search ด้วยหรือไม่ เมื่อคุณพยายามออกแบบคำค้นหาและ Promote keyword นั้นแล้ว จงมั่นใจว่า คุณสร้าง Content และ Promote Content นั้นมากพอที่จะรองรับผล Search  มีคำกล่าวไว้ว่า ชะตาชีวิตของ Brand ถูกตัดสินที่ หน้าแรก Google  ถ้าไม่ติดก็จบเห่ แต่อันดับที่มีผลที่ดีคือ 1-5  นะครับ ต้องพยายามทำให้ได้ บังเอิญว่าผม ได้เห็น Ads ตัวนึงบน BTS  ซึ่งสะดุดตา ในความขาวววววว ของน้องใหม่ ดาวิกา  จนแทบจะลืมสนใจไปเลยว่าคือสินค้าอะไร แต่มาสะดุดตอนท้าย ที่มี Keyword คำนึงว่า ไลโคปีน   ชื่อ มันสะดุดหู และ ภาพที่ ชี้นำให้เราเข้าไปค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม  จึงเข้าใจว่า คำนี้แหละ คือ Keyword ที่สินค้านี้ พยายามเน้น   จึงพยายาม search คีเวิร์ดนี้ แต่สิ่งที่เจอ คือ ไม่เจอ Content  ของ Brand นี้เลย กลายเป็นเจอ Content ที่ขายสินค้าที่มีส่วนผสมของ ไลโคปีน  ยี่ห้ออื่น เต็มไปหมด     ทั้งบน Mobile และ Desktop search  ก็ให้ผลแบบเดียวกัน   ดังนั้น ลงโฆษณา และ Promote  keyword แบบนี้ ถือว่าช่วย โฆษณา  keyword ให้คู่แข่งทางอ้อม ไปเลยทีเดียว   แปลได้ว่า  Brand ต้องสร้าง Content network เพื่อรองรับ ผล Search ของ promote keyword ให้มากกว่านี้ และ พยายามดัน ให้ติด Search ranking ให้ได้ด้วย การยึดพื้นที่บน Google ด้วยการสร้าง Content network ขึ้นมารองรับ การค้นหา และ Keyword ที่โปรโมท จึงเป็นสิ่งที่ Brand ต้องให้ความสำคัญ Content Marketing  ในการทำ Digital marketing...

Read More
Anatomy of BKK 1st time โดนคนไทยด่าครั้งแรก ทำไมจึงดัง
Apr10

Anatomy of BKK 1st time โดนคนไทยด่าครั้งแรก ทำไมจึงดัง

ผมเชื่อว่า ณ. เวลานี้ น้อยคนที่ยังไม่ได้ดูคลิป  "โดยคนไทยด่าครั้งแรก"  คลิปที่เปิดตัว Series short film BKK 1st Time  ผมก็ยังเชื่อว่าหลายคนก็ยังไม่รู้ว่านี่คือแผนของการ Promote หนังสือ เล่มหนึ่งอย่างแยบคาย ของคุณ ธนชาติ ศิริภัทราชัย ที่ชื่อ Newyork 1st Time   ด้วยเทคนิคการนำเสนอ และเล่าเรื่องด้วย Content ที่คนไทยเข้าใจง่าย และมีจุด Wow คือฝรั่ง Newyorker ชาวอเมริกัน ที่มี Character สนุกสนานดำเนินเรื่อง จึงทำให้เรารู้สึกสนุกไปกับ VDO Clip Project ชิ้นนี้ Anatomy ของ Viral Content  ที่คนอยากแชร์  มีอะไรบ้าง 1  ตลก ตกเก้าอี้   เอาง่ายๆ คือ ตลกแบบโดนใจสุดๆ 2 แปลก ชวนประหลาดใจ ,ตื่นเต้น หวาดเสียว 3. ลึกซึ้งถึงอารมณ์ส่วนลึกๆ เช่น ชวนประทับใจ , สลดใจ , ซึ้ง เป็นต้น 4. Content ที่ชวนตระหนัก ให้เราหยุดคิด ว่า จริง(เหรอวะ)  ,อ๋ออย่างนี้นี่เอง 5. Sexy  ที่ไม่ใช่โป๊ โจ่งครึ้ม 6. ดราม่า กอสซิป  คอนเท้นต์แบบนี้ ค่อนข้างเสี่ยงที่จะทำแต่คน อยากแชร์ 7. น่ารัก ทำให้ยิ้มได้ 8. มีประโยชน์ เช่น DIY. Tips . How to เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยของการที่ผู้ชม อยากที่จะแชร์ แต่สิ่งที่น่าสนใจของ ไวรัล คอนเท้นต์ มาร์เก็ตติ้ง  เหล่านี้คือ การเล่าเรื่อง (Story telling) และ คุณภาพของงาน production  สำหรับงานของ BKK 1st Time นี้ องค์ประกอบสำคัญการเป็น  Viral คือ  Story telling   ความสนุกของเนื้อหา และความรู้สึกถึงเป็นเรื่อง ใกล้ตัว Wow factor ของ Bkk 1st Time  1. ตัวละครดำเนินเรื่อง คุณลุงฝรั่ง  เนลสัน ฮาวอ์   ถ้าการโปรโมทหนังสือครั้งนี้ ใช้ คนไทยมาเล่าเรื่องเมืองฝรั่ง คงไม่ Wow เท่าไร เพราะความรู้สึกว่า ตัวละคร คือคนไทย ที่ใครๆ ก็เอามานั่งคุยได้  และต้องชมการแสดงที่ดูธรรมชาติมากๆ จนอาจจะรู้สึกได้ว่านี่คือการแสดง  นี่คือเรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆ 2.  Story  เนื้อหาเล่าถึงชีวิต เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองไทย โดยฝรั่ง ที่เนื้อหาใกล้ชิดกับสิ่งที่คนไทยคุ้นเคยก็คือ การเล่นล้อชื่อพ่อแม่ที่ เด็กๆชอบเล่นกันทั้งนั้น แน่นอน มาอยู่คู่กับเด็กไทยมาช้านาน มันทำให้เราหวนระลึกถึงความหลัง อารมณ์เดียวกับหนังเรื่องแฟนฉัน ที่เอาชีวิตสมัยเรียน มาเล่า ให้เรารุ้สึกใกล้ชิดและคิดถึง ว่าเออใช่ว่ะ แบบนี้เลย กรูก็เป็น คำด่าภาษาไทย ที่เราคุ้นเคย มันดูน่ารักและตลก ขึ้นทันทีที่เรา ได้ยิน เพราะนี่คือ ฝรั่งเป็นคนด่า มันจึงเกิด Wow factor ของความตลกและ ฉงน ว่าฝรั่งรู้จักคำด่าพวกนี้ด้วยเหรอ   ซึ่งแน่นอน ถ้าเป็นคนไทยมาพูดแบบนี้ เราจะรู้สึกคนละขั้วกันเลยทีเดียว เล่นกับความตลกที่เราเองก็ไม่เข้าใจ ว่าเออ จะทำไปเพื่ออะไร อย่าง #เช็ดเป็ด ปกติเราจะกลัวโดนโยนให้เป็ดกินซะมากกว่า  #เช็ดเหรี้ย  เหรี้ยแล้วยังจะไปเช็ดมันอีก  #เช็ดครก ซึ่งมันน่าแปลกใจเหมือนกัน ว่ามันจะเช็ดไปทำไม ไม่กลัวแสบพริกเหรอ  ซึ่งคำพูดเล่นๆพวกนี้ หลายๆคนคุ้นหูกันดี ตั้งแต่สมัยเรียน และยังหาคำตอบไม่ได้ ว่า จะเช็ดไปเพื่อ?   3. Timing   การใช้เวลาในเนื้อหาสั้นๆ ไม่เกิน 5 นาที ช่วยให้เกิด การอยากที่จะแชร์ และ ติดตามได้ดีกว่า Clip แบบยาว ทั้งในเรื่องของเนื้อหาที่ กระชับ จบในตอนเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว อยากที่จะติดตามตอนต่อ รวมถึง ระยะเวลาในการ Load content เพื่อรับชมด้วย เกิดขึ้นได้ง่าย  ดังนั้นถ้าจะทำ Viral Clip ไม่ต้องยาวจะดีกว่า 4. Parody  drive more virality  การถูกทำคลิปล้อเลียน หรือ Parody clip นั้น ช่วยให้เกิด Viral ทางอ้อม เพราะส่วนมากคนอยากกลับมาดู Origial Content มาเป็นอย่างไร ซึ่ง BKK 1st Time นี้ ก็ไม่รอดเพียงไม่กี่วันถูกมือดังอย่างทีมงาน เสือร้องไห้ เจ้าพ่อ Parody Clip เมืองไทยจับไป ทำ Clip ที่เรียกเสียงฮาได้ ไม่แพ้กัน และยังมีอีกหลายคน พยายามทำ Parody Clip แต่ก็ออกแนวแป๊ก ซะเยอะ     Organics Viral Content ของ Bkk 1st Time ส่วนตัวผมชื่นชมไอเดียการวาง Story เล่าเรื่องราวและขมวดกลับไปโยงเนื้อหาของหนังสืออย่างแยบคายในตอนท้ายของคลิป ซึ่งเทปนี้ดูแล้ว เราไม่ได้รู้สึกถึงการยัดเยียดความตลก และ ยัดเยียดการขายของ  ดูแล้วยิ้มได้และอยากที่จะแชร์ให้คนอื่นรับรู้ไปด้วย แน่นอน ถึงเวลานี้ มีแฟนคลับ รอติดตามชมคลิปต่อๆไปแน่นอน ถึงแม้ว่าเค้าจะไม่ได้เป็นแฟนคลับที่ตามไปซื้อหนังสือเล่มนี้ก็ตาม    ...

Read More
นักการตลาดดิจิตัล สายพันธุ์ใหม่ต้องมี Skill อะไรบ้าง
Jan29

นักการตลาดดิจิตัล สายพันธุ์ใหม่ต้องมี Skill อะไรบ้าง

  น้องๆจบใหม่ๆเดี๋ยวนี้อยากมาทำงานเป็นนักการตลาดดิจิตัล กันเยอะเลย หรือแม้แต่นักการตลาดเดิมเองก็หันมาให้ความสนใจงานด้านดิจิตัล มาร์เก็ตติ้งกันมาก เพราะตลาดแรงงานปัจจุบันเป็นตำแหน่งงานใหม่ที่ดู Cool และ มีความต้องการสูงและก็ยังขาดคนที่เข้าใจอย่างแท้จริงน้อยมากเมื่อเทียบกับความต้องการแรงงานในปัจจุบัน บ้างครั้งก็เกิดความสับสนเหมือนกันว่าการตลาดออนไลน์ การตลาดบนโซเชี่ยล หรือการตลาดดิจิตัล มันเหมือนกันมั้ย มีหน้าที่เหมือนกัน หรือต้องเก่งอะไรบ้าง แม้แต่แบรนด์เองที่จะรับแรงงานบางทีก็ยังสับสน เลยอยากจะแนะนำการตลาดแบบต่างๆ และถ้าใครคิดอยากจะเข้ามาทำงานวงการนี้แล้ว ต้องพัฒนาทักษะหรือ Skill อะไรบ้าง Digital marketing หรือ Internet marketing  ถ้าจะพูดไปมันก็มีทั้งความเหมือนและแตกต่างกันเล็กน้อยมันก็ไม่ได้มี กฏหรือคำบัญญัติ ที่ตายตัวหรอก แต่ถ้าถาม Digital marketing อาจจะต้องเข้าใจในเครื่องมือหลายๆอย่างมากกว่า แม้กระทั่ง พวก Mobile   ส่วน Internet marketing  นั้น อาจจะเข้าใจงานที่อยู่บน Internet เพียงอย่างเดียวก็ได้   สำหรับผม ธุรกิจใหม่ๆไม่สามารถทำการตลาดได้แค่บน Internet แล้ว ดังนั้น Digital marketing น่าจะต้องให้ความสำคัญมากกว่า ถ้าคุณอยากจะทำงานด้านดิจิตัลมาร์เก็ตติ้งด้วยแล้ว ลองสำรวจตัวเองว่าเข้าใจหรือมีทักษะเหล่านี้ครบรึยัง สิ่งที่นักการตลาด Digital ยุคใหม่ต้องมี Digital advertising  รู้จักการโฆษณา Online ประเภทต่างๆ เช่น    Search advertising , Adwords  เหมือนกันคือคิด Keywords โฆษณาให้ตรงกับคำค้นหาของกลุ่มเป้าหมาย    Affiliate ลงโฆษณาแบบนายหน้า แนะนำ ฝากขาย  หรือ  referral   Pay per click Advertising  ลงโฆษณาแบบจ่ายเป็นครั้งตามจำนวน Click   Display  Advertising   อาจจะเป็น Banner หรือ Interactive board ตามสถานที่ต่างๆก็เป็นได้  Social media Advertising  ที่ สามารถกำหนด Target กลุ่มความสนใจของ กลุ่มเป้าหมายได้ เป็นต้น Email marketing   เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ไม่เคยตาย แต่อาจจะถูกลืมและความเชื่อว่ามันไม่ได้ผล เป็นสแปม แต่มีงานวิจัยจาก McKinsey survey บอกว่ามันได้ผลดีกว่า พวก facebook หรือ  Twitter  กว่า 40 เท่า ในการใช้งานเชิงธุรกิจ  แน่นอน การส่ง Email เพื่อการตลาดต้องหาเครื่องมือที่วัดผลได้ อย่างเช่น พวก Mailchimp เป็นต้น  ซึ่งคุณก็ต้องเข้าใจค่าตัวเลขที่สำคัญๆต่างๆเช่น  Open rate , Click rate , Bounce rate เป็นต้น Social media marketing  เรื่องนี้เด็กๆรุ่นใหม่อาจจะถนัด  เพราะมาโตมาในยุคเว็บ 2.0  Social integration มาเรียบร้อยแล้วในชีวิต แต่สิ่งที่สำคัญไม่ได้อยู่ที่ใช้ Social เป็นมั้ย มันอยู่ที่ ใช้อย่างไร สื่อสารอย่างไร Integrate เข้าไปกับ เครื่องมืออื่นๆอย่างไรมากกว่า  ซึ่งอันนี้เป็นหัวใจของมันเลย  Video Marketing  การถ่าย คลิป อัพ โหลดขึ้น Youtube จบ แค่นั้นมันไม่ถือว่าเป็น Video marketing สิ่งสำคัญคือ การวางแผนของเนื้อหา , การเล่าเรื่องด้วยภาพเคลื่อนไหว ถ้าสามารถใช้ VDO เพื่อนำเสนอได้ดี ก็จะมีกลุ่มคนติดตาม และมีแฟนคลับของแบรนด์หรือผลิตภัณฑ์รอชมเสมอ ยิ่งถ้าเราสามารถถ่ายและตัดต่อเองได้ด้วย เจ๋งแน่ รับรองไม่ตกงาน SEO search engine optimization  หรือการปรับแต่งเว็บไซต์เพื่อผลของการค้นหาที่ดีขึ้น มีช่วงหนึ่งคนเลิกให้ความสนใจมุ่งไปทำกันแต่ social media ทำ Facebook page กัน แต่ลืมคิดว่า พฤติกรรม ของคนยังไงก็ต้องค้นหาก่อนเสมอเวลาต้องการอะไร แน่นอน Google คือสิ่งแรกที่คนไทยเข้าไปเพื่อค้นหา ดังนั้น คุณควรจะรู้ว่า เราทำอะไรยังไงได้บ้างเพื่อผลค้นหาที่ดีขึ้น ไม่ต้องถึงกับทำเองเป็นทั้งหมด เพราะมันต้องอาศัยความรู้ ความชำนาญอย่างสูง แต่เรารู้และสามารถจ้างคนทำ SEO ได้ และสื่อสารกับเค้าเป็น และไม่โดนคนทำพวกนี้หลอก  ต้องรู้อะไรบ้างล่ะ สายของการทำ SEO  สายขาว สายดำ สายเทา เพื่อรู้หลักและนำไปปรับใช้ให้เหมาะกับสถานะการ On page , Off page Optimization Inbound marketing Algorithm ของ Google ตอนนี้คืออะไร และ การให้น้ำหนักและคะแนน เกณฑ์คืออะไร  Blogging   เขียน B log และรู้จักการสร้าง Blog Content เพื่อคุยกับพวก Blogger หรือ เขียน Content เพื่อสนับสนุนเนื้อหาของสิ่งที่แบรนด์ต้องการนำเสนอ ได้ กำหนดกลยุทธ์ได้ UX และ UI  เข้าใจเรื่อง Ux - User experience และ UI  User Interface   เป็นสิ่งที่สำคัญมากเป็นออกแบบ Service หรือ Campaign ซึ่งคุณต้องเข้าใจสิ่งที่ลูกค้าจะต้องพบและเจอในการใช้งาน หรือ เข้าดูบริการ เดิมเองผมก็คิดว่า UI เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ต้องสวย ต้องเนียบ แต่มาเข้าใจที่หลังว่า ถึงสวยเนี้ยบอย่างไร ถ้า UX ไม่ดีแล้ว ผู้ใช้มีประสบการณ์ที่ไม่ดี ลูกค้าก็หนีอยู่ดี  ดังนั้น 2 สิ่งนี้ต้องไปด้วยกัน  เมื่อคุณเข้าใจก็จะคิดแทนลูกค้า และ ตรวจงาน เอเจนซี่ได้ ไม่โดนหลอก และก็จะทำให้ลูกค้าประจำใจและส่งผลให้ Campaign สำเร็จได้ Coding  หลายคนร้อง ห๊ะ ชั้นจบ Marketing ไม่ใช่ โปรแกรมเม่อร์นะ ต้องให้เขียน Coding เองเลยเหรอ  จริงๆไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกครับ แค่รู้ว่า ภาษาโปรแกรมแบบไหนที่เหมาะกับงานอะไร มีทางเลือกในการใช้งานได้อย่างไร เช่น Ajax , Flash , PHP , Html5 , FBML , ซึ่งถ้าเราเข้าใจก็จะรู้ว่างานที่จะทำควรพัฒนาด้วยอะไร  แต่ถ้าใครสามารถ ออกแบบ เว็บไซต์ด้วยตัวเองได้ก็ยิ่งถือว่าเจ๋ง Graphic design  สามาถออกแบบงาน Graphic ด้วยตัวเองได้ สามารถใช้ Photoshop , Illustrator เองได้ สามารถออกแบบ แบนเนอร์ต่างๆ ปรับภาพ ทำ EDM เองได้ นี่ก็เจ๋งเลย ไม่ตกงานชัวร์ คอนเฟิร์ม หรืออาจจะเพิ่มมูลค่าตัวคุณเองด้วยการฝึกถ่ายรูปด้วยยิ่งแจ่ม  Communication skill  ทักษะการสื่อสารต้องดี เพราะการใช้ภาษาบน Social media หรือ บน Online media ประเภทต่างๆ การเลือกใช้คำและระดับภาษา เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ คำบางคำตีความหมายได้หลายมุม หรือความหมายเดียวมีคำให้เลือกใช้ได้หลายระดับภาษา เพื่อบอกถึงอารมณ์และความรู้สึกได้  ดังนั้น ต้องระวังอย่างมาก Mobile marketing   ต้องรู้จักพื้นฐานของ Mobile tools ประเภทต่างๆเช่น  Operating System คืออะไร iOS , Android , Window phone , Application design Mobile advertising Mobile site  Mobile marketing Tools ต่างๆ Mobile feature , Location service , Augmented Reality , Scanning , Mobile search SMS marketing   Content creating  นักการตลาดที่ดีต้องคิดสร้างคอนเท้นต์ด้วยตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็น Image , infographic ,VDO , Blog post , รู้จักการเลือกใช้ หรือ ผสมผสาน เพื่อผลของงานที่ดีขึ้น Presentation skill  บ่อยครั้งที่เราต้องนำเสนอแผนของเราให้ทั้ง Marketing head หรือ ผู้บริหาร  เพื่อให้รู้ว่าเราจะทำอะไร (เพื่อขอเงิน) หรือ present ผลของ campaign (ว่ากรุใช้เงินคุ้มค่านะ ) เหล่านี้ล้วนต้องอาศัยทักษะในการนำเสนอและเตรียมข้องมูล คุณต้องวางแผนการพูดและ สรุปย่อ เป็น อย่าลืมว่า คนอื่นๆเค้าอาจจะไม่มีความชำนาญและเข้าใจภาษาของคนดิจิตัล มากนัก โดยเฉพาะผู้บริหาร คุณจะต้องทำ Presentation อย่างไรให้เข้าใจง่าย...

Read More
Interactive Chart  สำหรับค้นหาคอนเท้นต์เจ๋งๆไปPost กระตุ้น Page
Dec03

Interactive Chart สำหรับค้นหาคอนเท้นต์เจ๋งๆไปPost กระตุ้น Page

บ่อยครั้งที่นักการตลาดนึกมุกไม่ออกว่าจะเอา Content ไหนมาช่วยกระตุ้น Engagement rate ให้เพิ่มขึ้น แต่ก็โชคดีมีคนใจดีที่ พัฒนา Interactive Chart รวบรวม Content ที่เจ๋งๆและแบ่งประเภทของ Content ให้ด้วยเสร็จสรรพ ซึ่ง Content เหล่านี้ เกิดจากการปักหมุดบน Reddit Social bookmark ยอดนิยม   ซึ่งทาง Developer  เจ้านี้ ก็คัดมาแล้ว จาก คอนเท็นต์เจ๋งๆ  ใครหามุขในการสร้าง Engagement  บน Social media ลองไปใช้ดู เผื่อเจออะไรที่ตรงกับเนื้อหาของเพจ ที่ดูแล   ที่นี่ครับ...

Read More
กฏทองของการตลาดดิจิตัล  content is always king
Nov20

กฏทองของการตลาดดิจิตัล content is always king

มีคนสงสัยกันเสมอ ว่าในยุคนี้ใครๆเค้าก็มี facebook page กัน มี Blog , มี youtube กัน แล้วอะไรคือจุดที่เป็น Touch point ของลูกค้า คำตอบง่ายๆนั่นคือ content นั่นเอง  คอนเท้นต์ หรือ เนื้อหาของสิ่งที่เราจะเผยแพร่สู่กลุ่มลูกค้าหรือ follower ของเรา นั้นเป็นเครื่องบ่งบอกสื่อถึงความเป็น Brand หรือ สินค้าของเราด้วย มีคำพูดเก่าแก่คือ Content is a king แปลได้ว่า คอนเท้นต์คือสิ่งที่สำคัญที่สุด เสมอ จนถึงทุกวันนี้มันก็ ยังคงเป็นเช่นนั้น การทำการตลาดแบบ Content marketing คือ การนำเสนอเนื้อหาที่น่าติดตามน่าสนใจ อยู่ในกระแสที่คนกำลังค้นหาหรือกำลังเป็นที่สนใจอยู่นั่นเอง นักการตลาดอาจจะทำการบ้านหนักหน่อยว่าจะต้องทำอะไรให้น่าสนใจและติดตาม โดยที่ลูกค้าไม่รู้สึกว่าถูกขายของอยู่ด้วย แต่เชื่อมั้ยครับ ว่าถึงแม้จะรู้ว่าเป็นการขายของตรงๆ แต่ถ้าคอนเท้นต์มันดี น่าสนใจ ลูกค้าก็ยังไม่รู้สึกว่าโดนหลอกขายของแต่อย่างไร  แล้วอะไรคือกฏของการสร้าง คอนเท้นต์ดีๆล่ะ กฏของการทำ Content marketing คือ การไม่มีกฏ ครับ แต่ Content marketing ดีๆ มันมีแต่องค์ประกอบของมัน คือ 1 .  ชวนให้ติดตาม  ถ้าประเภทที่ เปิดมาเจอแล้ว ปิด หรือ เปลี่ยนเลย แบบนี้ไม่ใช่แล้ว  ความน่าติดตามล่ะมีอะไรเป็นองค์ประกอบ เนื้อหาสาระกำลังอยู่ในกระแส เนื้อหาสาระที่มีผลต่ออารมณ์ , ความรู้สึกผู้ชม เช่น ตื่นเต้น , ชวนให้ประหลาดใจ , ตลก , ประทับใจ , เศร้า , สนุก , หรือน่ารัก เนื้อหามีความต่อเนื่อง 2.  ทำให้เกิด Action  ได้ แอ๊คชั่นเหล่านี้ อาจจะวัดได้จาก     Social engagement = Like, Tweet, Share , Comment , Embed     Call to action เช่น โทรเข้ามาเพื่อสอบถาม สินค้า หรือ บริการ ยิ่งถ้าเปิด Conversion เป็นยอดขาย นี่สุดยอดมาก     มีส่วนร่วมกับ สิ่งที่คอนเท้นต์ พยายามนำเสนอ เช่น เล่นเกมส์ , Link ไป download App , register  เป็นต้น     นำไปปฏิบัติตาม  หรือ เกิดกระแส ลอกเลียนแบบ  หรือ ล้อเลียน เราเห็นบ่อยๆ ใน youtube ซึ่ง ศัพท์สมัยใหม่อาจจะเรียก cover (ลอกเลียนแบบโด      ดัดแปลงในแบบตัวเอง หรือ parody (ทำเพื่อล้อเลียน) เป็นต้น 3.  Localized  นำเสนอเนื้อหาที่ เหมาะสมกับผู้รับ เช่น  ดัดแปลงเนื้อหาต้นฉบับใหม่โดยใช้เคส หรือ เป็นภาษาไทย  อย่างโฆษณาสินค้าที่เป็น Global ก็จะสร้างหรือซ้อนเนื้อหาโดยใช้คนไทยเข้าไป หรือ แคมเปญ ส่งโค้กให้ เป็นลักษณะ Localized จึงทำให้ audience รู้สึกใกล้ชิดมากขึ้น     4. สร้างความเชื่อถือโดยโปร่งใส   เดี๋ยวนี้คงหมดยุคการสร้าง Viral content แบบหลอกคนดูแล้ว เราจะเห็นกระแสช่วงหลังๆ คนดูเริ่มรู้สึก anti content แบบนี้  เพราะแน่นอนคนดูไม่อยากรู้สึกว่าโดนหลอก  ดังเราจะเห็นหลาายๆเคสที่ พยายามสร้างกระแส viral ให้คนติดตาม ด้านความรุนแรง เช่น ช๊อคแล็ต บาร์ ยี่ห้อหนึ่ง สุดท้ายกลายเป็น Brand crisis เพราะหลอกคนดู ในที่สุด  จำกันได้ใช่มั้ยครับว่ายี่ห้ออะไร 5.  ขายแบบไม่ขาย  คอนเท้นต์ที่คนสนใจ หรืออยากติดตาม ไม่จำเป็นต้องขายของตรงๆ  แต่ด้วยไปด้วยองค์ประกอบของความน่าติดตาม อย่าง Blendtec ก็เป็น เคส Classic  ที่พูดกันมานาน แต่ก็ยังคงใช้ได้อยู่ทุกวันนี้ 6. ต้องเป็นประโยชน์  เนื้อหาที่เป็นประโยชน์ ถึงแม้จะแทรกความมี Brand อยู่ ก็ยังคงเป็นที่สนใจของผู้ชมได้ ยกตัวอย่างพวก Infographic  ต่างๆ ที่เราเห็นกันมากมายปัจจุบัน  เพราะสามารถสรุปให้คนเข้าใจ ข้อมูลยากๆได้ในหน้าเดียว 7.  หัวข้อ หรือ Headline มีความสำคัญมาก ถึงมากที่สุด   บ่อยครั้งที่เราอาจจะเจอ คอนเท้นต์ ไม่ได้โดดเด่นมากนักแต่ตั้งชื่อ น่าสนใจ ก็สามารถดึงให้เราเผลอกดเข้าไปดูได้เหมือนกัน 8. Customized Content เพื่อ search  คอนเท้นต์ที่ดี ต้องออกแบบเพื่อให้ search หาเจอด้วย และเราเจอหลายๆครั้ง  content  เหล่านี้ช่วยให้ผลของ search  engine ของเว็บเรา ดีขึ้นมาก เพราะจาก keyword ที่ซ่อนไว้  , การสร้าง action ให้เกิดขึ้น ภายใน คอนเท้นต์ เช่น คลิ๊ก link หรือ แชร์ ด้วย มันยังคงมีรายละเอียดอีกมากมายเสมือนการสร้างงาน ศิลปะ ที่ไม่มีกฏอะไรที่ตายตัว ขึ้นอยู่กับ ศิลปิน จะค้นหาวิธีและแนวทางการนำเสนอ ลองมาดูเคสของ วงการเพลงอย่างเพลง ของ Bob Dylan " เพลง Like a rolling stone "  music VDO  ที่นำ Interactive เข้ามาสร้างความสนุก และ ชวนให้ผู้ชม เข้ามามี Action engage ร่วมกับเพลง โดยนำรายการที่เป็น รายการทีวี จริงๆ คนจริงๆเข้ามาร่วมถ่ายทอด เนื้อเพลง แน่นอนครับ ผู้ชมจะสนุกกับ content และติดตามฟัง หรือกลับมาเล่นแล้วเล่นอีก จนเพลงติดหูนั่นเอง เป็นการสร้าง Conversion ยอดขายแบบอ้อมๆไปได้ เหมือนกัน  สนุกดี ผมเล่นหลายรอบแล้ว คุณล่ะเล่นกี่รอบ...

Read More