Line Marketing สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก (SME) ในมุมของนักการตลาดดิจิตัล
Apr11

Line Marketing สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก (SME) ในมุมของนักการตลาดดิจิตัล

LINE  มันคือ อัลline   ถ้าถามคนไทยเดี๋ยวนี้แทบไม่มีใครรู้จัก  Application  ตัวนี้ กันแล้ว  ไปไหนทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ ตั้งแต่แม่ค้าร้านเล็กๆ จนถึง Corporate ใหญ่ๆ ล้วนใช้ LINE application กันทั้งนั้น ทั้งแค่ เพื่อสื่อสาร เม้าส์มอย เล่นเกมส์แข่งกับเพื่อน  ใช้โทรหากัน หรือ VDO Call ก็ยังได้ แม้แต่การใช้เป็นเครื่องมือในการทำธุรกิจ  LINE ก็ยังตอบโจทย์ตรงนี้ได้ จึงไม่แปลกใจที่ใครๆ ก็หันมาใช้ LINE กัน ด้วยความนิยมและ อัตราการเติบโตของสมาชิก ที่จนวันนี้ กว่า 400 ล้าน บัญชี  ปัจจุบันผมมองว่า LINE ไม่ใช่ แค่ Chat application อีกต่อไป  มันคือ Social Business Platform  ที่เรียกว่า Platform  เพราะมันมี feature และเครื่องมือต่างๆช่วยให้ธุรกิจสามารถต่อยอดได้มากมาย ซึ่งแน่นอน อยากที่ทราบ ต้นทุนของเข้าใช้ Platform อย่างเต็มรูปแบบนี้ ไม่ถูก ดังนั้น SME หรือ ธุรกิจขนาดเล็ก อาจจะไม่สามารถเข้าถึง feature  ที่ใช้ในเชิง Business ได้อย่างเต็มที่ได้นั่นเอง  อ้างอิงบทความของครูบอย Maximumboy  เรื่องของราคาการเปิดบัญชี  LINE Official account  หรือบัญชีสำหรับ Brand และ ธุรกิจ  นั้นไม่ใช่ถูกๆครับ ระดับ  7 หลัก และไม่ใช่แค่ 7 หลัก ธรรมดา Package ที่คนนิยมใช้กันก็คือเปิด Official account พร้อม Sponsor sticker  ซึ่งราคาแยกเป็น 2 ส่วนดังนี้ครับ ราคาเปิด LINE Official account  ราคา LINE Sponsor Sticker  ซึ่งถ้ารวมๆกันแล้ว เปิด Official Account 1 ปี ปล่อย Sticker สัก 2 ชุด ค่าใช้จ่ายต่ำๆ อยู่ที่ประมาณ 10 -11 ล้าน  เท่านั้น ยังไม่รวม Offline Campaign และ และสื่อ Below the line ที่จะต้องออกมาเพื่อ support อีก ผมเชื่อว่าไม่ต่ำกว่า 5 ล้าน หรือมากกว่านั้น  ตลอดทั้งปี  ดังนั้น LINE  Marketing แบบเต็มรูปแบบจึงเหมาะ สำหรับ Brand ที่มีงบการตลาดระดับปีนึงไม่ต่ำกว่า 20 ล้าน เป็นที่แน่ๆ   และในมุมมองของผม เชื่อว่า ไม่ใช่ว่าธุรกิจจะสามารถทุ่มเงินขนาดนี้แล้วเกิดความคุ้มค่า  Product ที่ เหมาะกับ LINE Marketing ผมยังรู้สึกว่ามันต้องเป็น Retail ที่คนกลุ่มมากสามารถเข้าถึงสินค้าหรือบริการได้  หรือ ใช้เพื่อเปิดตัวสินค้าใหม่ ให้เกิดการรับรู้ สนใจ และจดจำในสินค้าถึงแม้จะมีราคาสูงแต่ก็ยังรู้สึกคุ้มค่าและมีเหตุผลเพียงพอสำหรับการลงทุน ยกตัวอย่างกรณีของ Nissan Juke  และ Yamaha Tricity แล้วในมุมของธุรกิจขนาดเล็ก หรือ SME ล่ะ แน่นอน เงินทุนขนาดนั้นไม่สามารถขอเปิด LINE Official account ได้ หรือหากมีเงินก็ใช่ว่า LINE จะพิจารณาเปิด Official account ให้ทุกรายครับ เข้าใจว่า LINE เองยังมีการพิจารณาความเหมาะสมของ Official account อยู่ในขณะนี้  แต่กระนั้น ก็ใช่ว่า ธุรกิจขนาดเล็ก ไม่สามารถใช้ LINE เพื่อการตลาดได้  ซึ่งจริงๆแล้ว มันก็ใช่ครับ ผมมองว่า LINE  นั้นเป็นแค่ Tools ชนิดหนึ่งของ การทำ Digital marketing integration สำหรับธุรกิจ SME LINE ช่วย SME อย่างไรบ้าง  ด้วย feature ที่ LINE application มีอยู่มากมายที่ช่วยให้เราทำธุรกิจได้ง่ายขึ้น อย่างเช่น CHAT  =  คุณสามารถใช้ LINE เพื่อสื่อสารกับลูกค้า ส่งภาพสินค้า ถ่ายรูปส่งหากันได้ทันที ผมเชื่อว่าทุกคนทำกันอยู่แล้ว แต่ที่แน่ๆคือตอนนี้ คนที่ทำเว็บไซต์ ไม่มีใครวิ่งหา Online Chat ที่อยู่บนเว็บไซต์กันเลย เพราะด้วยยุค Mobile commerce ทั้งคุณและลูกค้า อยู่บน Mobile Platform กันหมด ดังนั้น Online Chat บนเว็บจึงไม่มี ความจำเป็นอีกต่อไป ถึงมีแล้วก็ไม่มีใครใช้อยู่ดี  LINE จึงตอบโจทย์ข้อนี้ได้ ในยุค Mobile commerce Voice และ Video Call  ในบางกรณี ความสำคัญของบริการหลังการขายเมื่อลูกค้ามีปัญหาภาพถ่ายไม่สามารถสื่อสารกันได้เข้าใจทั้งหมด Video call จึงเป็นอีก 1 feature ที่ช่วยให้คุณเห็นว่าลูกค้าคุณกำลังใช้งานแล้วเกิดปัญหาอะไร อันนี้เหมาะมากกับสินค้าที่ต้องมีความเข้าใจในการใช้งาน เช่นอุปกรณ์ Electronic เป็นต้น LINE Call โทรศัพท์ผ่าน LINE Call  สำหรับการติดต่อธุรกิจทางไกล เช่นโทรเข้าเบอร์ Landline  หรือ เบอร์บ้าน ด้วยค่าบริการราคาที่ถูกมาก เพราะเป็นการโทรผ่าน VOIP  เหมือน skype นั่นแหละครับ  โดยมี Package แบบผ่านบัตรเครดิต หรือ ซื้อ เครดิต ผ่าน LINE Store และยังรองรับหลายประเทศมากๆ ทั้งในกลุ่ม AEC , จีน , อเมริกา , ยุโรป  ที่เราหลายๆคนติดต่อธุรกิจเป็นประจำ แบบนี้ พ่อค้าแม่ค้าที่รับ Pre Order สินค้าสบายแล้ว ราคาค่าบริการ LINE Call Time Line  LINE ปรับตัวเป็น Mobile Social  network มากขึ้น หลังจากเปิดตัว Timeline ขึ้นมา ซึ่งไม่ต่างอะไรจาก Facebook และ Instagram  เลย แต่ซึ่ง SME สามารถใช้ความสามารถและความคุ้นเคยของตัวเองที่เคยขายของบน social network ของตัวเอง ซึ่งส่วนมากกลุ่ม Contact ของเรานอกจากจะเป็นเพื่อนแล้ว ก็ยังมีผู้ที่เราติดต่อหรือทำธุรกิจอยู่ในนั้นด้วย การนำเสนอสินค้า หรือ บริการ หรือ Promotion ใหม่ๆก็จะทำให้ผู้คนที่อยู่ใน Contact ของเรา รับทราบไปด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งเท่าที่เข้าใจคือ ณ. ตอนนี้ LINE ยังไม่มี algorithm โหดๆเหมือน Facebook ที่ทำให้ผู้ติดตามเรามองเห็น Post แค่ 1 %   ดังนั้น เมื่อเราโพสต์ไปโอกาสในการไปปรากฏยังมีมากกว่า  แต่การแค่ Post รูปภาพ หรือ Link Video จาก  Youtube นั้น อาจจะยังไม่ปิดการขายที่ดีเท่าไร  สิ่งที่เราควรทำต่อคือ การสร้าง Digital Integration  ระหว่าง  LINE และ Website  คือการ Post รูปหรือ Status update  พร้อม ลิ้งค์  กลับมาที่เว็บไซต์เรา เพื่อให้ลูกค้าเห็นข้อมูลแบบเต็มๆ หรือ สามารถสั่งซื้อสินค้าระบบตะกร้าเพื่อปิดการขายได้ทันที ประเด็นสำคัญที่ต้องทำให้ได้ก็คือ  1. เว็บไซต์ E-Commerce ของคุณต้องรองรับ Mobile commerce คือการใช้งานบน Mobile Device smartphone หรือ Tablet ได้ 2. ต้องใช้ Short URL เพื่อวัดผล  อย่างการใช้  www.bitly.com  เพื่อย่อ url ยาว ซึ่งนอกจากจะวัดผลได้ว่ามีคน Click แค่ไหน แล้วยังทำให้ข้อความสวยงาม ดูเป็นมืออาชีพมากขึ้นด้วย 3. Call to action  เขียนคำโปรยข้อความให้น่าสนใจ และ อย่าลืม Call to action บางอย่างเช่น Click เลย โทรมาสอบถาม , โทรเลย  เป็นต้น เพื่อให้ลูกค้าคุณ เกิดความเข้าใจว่าถ้าสนใจแล้วควรทำอย่างไรต่อ LINE...

Read More
นักการตลาดดิจิตัล สายพันธุ์ใหม่ต้องมี Skill อะไรบ้าง
Jan29

นักการตลาดดิจิตัล สายพันธุ์ใหม่ต้องมี Skill อะไรบ้าง

  น้องๆจบใหม่ๆเดี๋ยวนี้อยากมาทำงานเป็นนักการตลาดดิจิตัล กันเยอะเลย หรือแม้แต่นักการตลาดเดิมเองก็หันมาให้ความสนใจงานด้านดิจิตัล มาร์เก็ตติ้งกันมาก เพราะตลาดแรงงานปัจจุบันเป็นตำแหน่งงานใหม่ที่ดู Cool และ มีความต้องการสูงและก็ยังขาดคนที่เข้าใจอย่างแท้จริงน้อยมากเมื่อเทียบกับความต้องการแรงงานในปัจจุบัน บ้างครั้งก็เกิดความสับสนเหมือนกันว่าการตลาดออนไลน์ การตลาดบนโซเชี่ยล หรือการตลาดดิจิตัล มันเหมือนกันมั้ย มีหน้าที่เหมือนกัน หรือต้องเก่งอะไรบ้าง แม้แต่แบรนด์เองที่จะรับแรงงานบางทีก็ยังสับสน เลยอยากจะแนะนำการตลาดแบบต่างๆ และถ้าใครคิดอยากจะเข้ามาทำงานวงการนี้แล้ว ต้องพัฒนาทักษะหรือ Skill อะไรบ้าง Digital marketing หรือ Internet marketing  ถ้าจะพูดไปมันก็มีทั้งความเหมือนและแตกต่างกันเล็กน้อยมันก็ไม่ได้มี กฏหรือคำบัญญัติ ที่ตายตัวหรอก แต่ถ้าถาม Digital marketing อาจจะต้องเข้าใจในเครื่องมือหลายๆอย่างมากกว่า แม้กระทั่ง พวก Mobile   ส่วน Internet marketing  นั้น อาจจะเข้าใจงานที่อยู่บน Internet เพียงอย่างเดียวก็ได้   สำหรับผม ธุรกิจใหม่ๆไม่สามารถทำการตลาดได้แค่บน Internet แล้ว ดังนั้น Digital marketing น่าจะต้องให้ความสำคัญมากกว่า ถ้าคุณอยากจะทำงานด้านดิจิตัลมาร์เก็ตติ้งด้วยแล้ว ลองสำรวจตัวเองว่าเข้าใจหรือมีทักษะเหล่านี้ครบรึยัง สิ่งที่นักการตลาด Digital ยุคใหม่ต้องมี Digital advertising  รู้จักการโฆษณา Online ประเภทต่างๆ เช่น    Search advertising , Adwords  เหมือนกันคือคิด Keywords โฆษณาให้ตรงกับคำค้นหาของกลุ่มเป้าหมาย    Affiliate ลงโฆษณาแบบนายหน้า แนะนำ ฝากขาย  หรือ  referral   Pay per click Advertising  ลงโฆษณาแบบจ่ายเป็นครั้งตามจำนวน Click   Display  Advertising   อาจจะเป็น Banner หรือ Interactive board ตามสถานที่ต่างๆก็เป็นได้  Social media Advertising  ที่ สามารถกำหนด Target กลุ่มความสนใจของ กลุ่มเป้าหมายได้ เป็นต้น Email marketing   เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ไม่เคยตาย แต่อาจจะถูกลืมและความเชื่อว่ามันไม่ได้ผล เป็นสแปม แต่มีงานวิจัยจาก McKinsey survey บอกว่ามันได้ผลดีกว่า พวก facebook หรือ  Twitter  กว่า 40 เท่า ในการใช้งานเชิงธุรกิจ  แน่นอน การส่ง Email เพื่อการตลาดต้องหาเครื่องมือที่วัดผลได้ อย่างเช่น พวก Mailchimp เป็นต้น  ซึ่งคุณก็ต้องเข้าใจค่าตัวเลขที่สำคัญๆต่างๆเช่น  Open rate , Click rate , Bounce rate เป็นต้น Social media marketing  เรื่องนี้เด็กๆรุ่นใหม่อาจจะถนัด  เพราะมาโตมาในยุคเว็บ 2.0  Social integration มาเรียบร้อยแล้วในชีวิต แต่สิ่งที่สำคัญไม่ได้อยู่ที่ใช้ Social เป็นมั้ย มันอยู่ที่ ใช้อย่างไร สื่อสารอย่างไร Integrate เข้าไปกับ เครื่องมืออื่นๆอย่างไรมากกว่า  ซึ่งอันนี้เป็นหัวใจของมันเลย  Video Marketing  การถ่าย คลิป อัพ โหลดขึ้น Youtube จบ แค่นั้นมันไม่ถือว่าเป็น Video marketing สิ่งสำคัญคือ การวางแผนของเนื้อหา , การเล่าเรื่องด้วยภาพเคลื่อนไหว ถ้าสามารถใช้ VDO เพื่อนำเสนอได้ดี ก็จะมีกลุ่มคนติดตาม และมีแฟนคลับของแบรนด์หรือผลิตภัณฑ์รอชมเสมอ ยิ่งถ้าเราสามารถถ่ายและตัดต่อเองได้ด้วย เจ๋งแน่ รับรองไม่ตกงาน SEO search engine optimization  หรือการปรับแต่งเว็บไซต์เพื่อผลของการค้นหาที่ดีขึ้น มีช่วงหนึ่งคนเลิกให้ความสนใจมุ่งไปทำกันแต่ social media ทำ Facebook page กัน แต่ลืมคิดว่า พฤติกรรม ของคนยังไงก็ต้องค้นหาก่อนเสมอเวลาต้องการอะไร แน่นอน Google คือสิ่งแรกที่คนไทยเข้าไปเพื่อค้นหา ดังนั้น คุณควรจะรู้ว่า เราทำอะไรยังไงได้บ้างเพื่อผลค้นหาที่ดีขึ้น ไม่ต้องถึงกับทำเองเป็นทั้งหมด เพราะมันต้องอาศัยความรู้ ความชำนาญอย่างสูง แต่เรารู้และสามารถจ้างคนทำ SEO ได้ และสื่อสารกับเค้าเป็น และไม่โดนคนทำพวกนี้หลอก  ต้องรู้อะไรบ้างล่ะ สายของการทำ SEO  สายขาว สายดำ สายเทา เพื่อรู้หลักและนำไปปรับใช้ให้เหมาะกับสถานะการ On page , Off page Optimization Inbound marketing Algorithm ของ Google ตอนนี้คืออะไร และ การให้น้ำหนักและคะแนน เกณฑ์คืออะไร  Blogging   เขียน B log และรู้จักการสร้าง Blog Content เพื่อคุยกับพวก Blogger หรือ เขียน Content เพื่อสนับสนุนเนื้อหาของสิ่งที่แบรนด์ต้องการนำเสนอ ได้ กำหนดกลยุทธ์ได้ UX และ UI  เข้าใจเรื่อง Ux – User experience และ UI  User Interface   เป็นสิ่งที่สำคัญมากเป็นออกแบบ Service หรือ Campaign ซึ่งคุณต้องเข้าใจสิ่งที่ลูกค้าจะต้องพบและเจอในการใช้งาน หรือ เข้าดูบริการ เดิมเองผมก็คิดว่า UI เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ต้องสวย ต้องเนียบ แต่มาเข้าใจที่หลังว่า ถึงสวยเนี้ยบอย่างไร ถ้า UX ไม่ดีแล้ว ผู้ใช้มีประสบการณ์ที่ไม่ดี ลูกค้าก็หนีอยู่ดี  ดังนั้น 2 สิ่งนี้ต้องไปด้วยกัน  เมื่อคุณเข้าใจก็จะคิดแทนลูกค้า และ ตรวจงาน เอเจนซี่ได้ ไม่โดนหลอก และก็จะทำให้ลูกค้าประจำใจและส่งผลให้ Campaign สำเร็จได้ Coding  หลายคนร้อง ห๊ะ ชั้นจบ Marketing ไม่ใช่ โปรแกรมเม่อร์นะ ต้องให้เขียน Coding เองเลยเหรอ  จริงๆไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกครับ แค่รู้ว่า ภาษาโปรแกรมแบบไหนที่เหมาะกับงานอะไร มีทางเลือกในการใช้งานได้อย่างไร เช่น Ajax , Flash , PHP , Html5 , FBML , ซึ่งถ้าเราเข้าใจก็จะรู้ว่างานที่จะทำควรพัฒนาด้วยอะไร  แต่ถ้าใครสามารถ ออกแบบ เว็บไซต์ด้วยตัวเองได้ก็ยิ่งถือว่าเจ๋ง Graphic design  สามาถออกแบบงาน Graphic ด้วยตัวเองได้ สามารถใช้ Photoshop , Illustrator เองได้ สามารถออกแบบ แบนเนอร์ต่างๆ ปรับภาพ ทำ EDM เองได้ นี่ก็เจ๋งเลย ไม่ตกงานชัวร์ คอนเฟิร์ม หรืออาจจะเพิ่มมูลค่าตัวคุณเองด้วยการฝึกถ่ายรูปด้วยยิ่งแจ่ม  Communication skill  ทักษะการสื่อสารต้องดี เพราะการใช้ภาษาบน Social media หรือ บน Online media ประเภทต่างๆ การเลือกใช้คำและระดับภาษา เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ คำบางคำตีความหมายได้หลายมุม หรือความหมายเดียวมีคำให้เลือกใช้ได้หลายระดับภาษา เพื่อบอกถึงอารมณ์และความรู้สึกได้  ดังนั้น ต้องระวังอย่างมาก Mobile marketing   ต้องรู้จักพื้นฐานของ Mobile tools ประเภทต่างๆเช่น  Operating System คืออะไร iOS , Android , Window phone , Application design Mobile advertising Mobile site  Mobile marketing Tools ต่างๆ Mobile feature , Location service , Augmented Reality , Scanning , Mobile search SMS marketing   Content creating  นักการตลาดที่ดีต้องคิดสร้างคอนเท้นต์ด้วยตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็น Image , infographic ,VDO , Blog post , รู้จักการเลือกใช้ หรือ ผสมผสาน เพื่อผลของงานที่ดีขึ้น Presentation skill  บ่อยครั้งที่เราต้องนำเสนอแผนของเราให้ทั้ง Marketing head หรือ ผู้บริหาร  เพื่อให้รู้ว่าเราจะทำอะไร (เพื่อขอเงิน) หรือ present ผลของ campaign (ว่ากรุใช้เงินคุ้มค่านะ ) เหล่านี้ล้วนต้องอาศัยทักษะในการนำเสนอและเตรียมข้องมูล คุณต้องวางแผนการพูดและ สรุปย่อ เป็น อย่าลืมว่า คนอื่นๆเค้าอาจจะไม่มีความชำนาญและเข้าใจภาษาของคนดิจิตัล มากนัก โดยเฉพาะผู้บริหาร คุณจะต้องทำ Presentation อย่างไรให้เข้าใจง่าย...

Read More
กฏทองของการตลาดดิจิตัล  content is always king
Nov20

กฏทองของการตลาดดิจิตัล content is always king

มีคนสงสัยกันเสมอ ว่าในยุคนี้ใครๆเค้าก็มี facebook page กัน มี Blog , มี youtube กัน แล้วอะไรคือจุดที่เป็น Touch point ของลูกค้า คำตอบง่ายๆนั่นคือ content นั่นเอง  คอนเท้นต์ หรือ เนื้อหาของสิ่งที่เราจะเผยแพร่สู่กลุ่มลูกค้าหรือ follower ของเรา นั้นเป็นเครื่องบ่งบอกสื่อถึงความเป็น Brand หรือ สินค้าของเราด้วย มีคำพูดเก่าแก่คือ Content is a king แปลได้ว่า คอนเท้นต์คือสิ่งที่สำคัญที่สุด เสมอ จนถึงทุกวันนี้มันก็ ยังคงเป็นเช่นนั้น การทำการตลาดแบบ Content marketing คือ การนำเสนอเนื้อหาที่น่าติดตามน่าสนใจ อยู่ในกระแสที่คนกำลังค้นหาหรือกำลังเป็นที่สนใจอยู่นั่นเอง นักการตลาดอาจจะทำการบ้านหนักหน่อยว่าจะต้องทำอะไรให้น่าสนใจและติดตาม โดยที่ลูกค้าไม่รู้สึกว่าถูกขายของอยู่ด้วย แต่เชื่อมั้ยครับ ว่าถึงแม้จะรู้ว่าเป็นการขายของตรงๆ แต่ถ้าคอนเท้นต์มันดี น่าสนใจ ลูกค้าก็ยังไม่รู้สึกว่าโดนหลอกขายของแต่อย่างไร  แล้วอะไรคือกฏของการสร้าง คอนเท้นต์ดีๆล่ะ กฏของการทำ Content marketing คือ การไม่มีกฏ ครับ แต่ Content marketing ดีๆ มันมีแต่องค์ประกอบของมัน คือ 1 .  ชวนให้ติดตาม  ถ้าประเภทที่ เปิดมาเจอแล้ว ปิด หรือ เปลี่ยนเลย แบบนี้ไม่ใช่แล้ว  ความน่าติดตามล่ะมีอะไรเป็นองค์ประกอบ เนื้อหาสาระกำลังอยู่ในกระแส เนื้อหาสาระที่มีผลต่ออารมณ์ , ความรู้สึกผู้ชม เช่น ตื่นเต้น , ชวนให้ประหลาดใจ , ตลก , ประทับใจ , เศร้า , สนุก , หรือน่ารัก เนื้อหามีความต่อเนื่อง 2.  ทำให้เกิด Action  ได้ แอ๊คชั่นเหล่านี้ อาจจะวัดได้จาก     Social engagement = Like, Tweet, Share , Comment , Embed     Call to action เช่น โทรเข้ามาเพื่อสอบถาม สินค้า หรือ บริการ ยิ่งถ้าเปิด Conversion เป็นยอดขาย นี่สุดยอดมาก     มีส่วนร่วมกับ สิ่งที่คอนเท้นต์ พยายามนำเสนอ เช่น เล่นเกมส์ , Link ไป download App , register  เป็นต้น     นำไปปฏิบัติตาม  หรือ เกิดกระแส ลอกเลียนแบบ  หรือ ล้อเลียน เราเห็นบ่อยๆ ใน youtube ซึ่ง ศัพท์สมัยใหม่อาจจะเรียก cover (ลอกเลียนแบบโด      ดัดแปลงในแบบตัวเอง หรือ parody (ทำเพื่อล้อเลียน) เป็นต้น 3.  Localized  นำเสนอเนื้อหาที่ เหมาะสมกับผู้รับ เช่น  ดัดแปลงเนื้อหาต้นฉบับใหม่โดยใช้เคส หรือ เป็นภาษาไทย  อย่างโฆษณาสินค้าที่เป็น Global ก็จะสร้างหรือซ้อนเนื้อหาโดยใช้คนไทยเข้าไป หรือ แคมเปญ ส่งโค้กให้ เป็นลักษณะ Localized จึงทำให้ audience รู้สึกใกล้ชิดมากขึ้น     4. สร้างความเชื่อถือโดยโปร่งใส   เดี๋ยวนี้คงหมดยุคการสร้าง Viral content แบบหลอกคนดูแล้ว เราจะเห็นกระแสช่วงหลังๆ คนดูเริ่มรู้สึก anti content แบบนี้  เพราะแน่นอนคนดูไม่อยากรู้สึกว่าโดนหลอก  ดังเราจะเห็นหลาายๆเคสที่ พยายามสร้างกระแส viral ให้คนติดตาม ด้านความรุนแรง เช่น ช๊อคแล็ต บาร์ ยี่ห้อหนึ่ง สุดท้ายกลายเป็น Brand crisis เพราะหลอกคนดู ในที่สุด  จำกันได้ใช่มั้ยครับว่ายี่ห้ออะไร 5.  ขายแบบไม่ขาย  คอนเท้นต์ที่คนสนใจ หรืออยากติดตาม ไม่จำเป็นต้องขายของตรงๆ  แต่ด้วยไปด้วยองค์ประกอบของความน่าติดตาม อย่าง Blendtec ก็เป็น เคส Classic  ที่พูดกันมานาน แต่ก็ยังคงใช้ได้อยู่ทุกวันนี้ 6. ต้องเป็นประโยชน์  เนื้อหาที่เป็นประโยชน์ ถึงแม้จะแทรกความมี Brand อยู่ ก็ยังคงเป็นที่สนใจของผู้ชมได้ ยกตัวอย่างพวก Infographic  ต่างๆ ที่เราเห็นกันมากมายปัจจุบัน  เพราะสามารถสรุปให้คนเข้าใจ ข้อมูลยากๆได้ในหน้าเดียว 7.  หัวข้อ หรือ Headline มีความสำคัญมาก ถึงมากที่สุด   บ่อยครั้งที่เราอาจจะเจอ คอนเท้นต์ ไม่ได้โดดเด่นมากนักแต่ตั้งชื่อ น่าสนใจ ก็สามารถดึงให้เราเผลอกดเข้าไปดูได้เหมือนกัน 8. Customized Content เพื่อ search  คอนเท้นต์ที่ดี ต้องออกแบบเพื่อให้ search หาเจอด้วย และเราเจอหลายๆครั้ง  content  เหล่านี้ช่วยให้ผลของ search  engine ของเว็บเรา ดีขึ้นมาก เพราะจาก keyword ที่ซ่อนไว้  , การสร้าง action ให้เกิดขึ้น ภายใน คอนเท้นต์ เช่น คลิ๊ก link หรือ แชร์ ด้วย มันยังคงมีรายละเอียดอีกมากมายเสมือนการสร้างงาน ศิลปะ ที่ไม่มีกฏอะไรที่ตายตัว ขึ้นอยู่กับ ศิลปิน จะค้นหาวิธีและแนวทางการนำเสนอ ลองมาดูเคสของ วงการเพลงอย่างเพลง ของ Bob Dylan ” เพลง Like a rolling stone ”  music VDO  ที่นำ Interactive เข้ามาสร้างความสนุก และ ชวนให้ผู้ชม เข้ามามี Action engage ร่วมกับเพลง โดยนำรายการที่เป็น รายการทีวี จริงๆ คนจริงๆเข้ามาร่วมถ่ายทอด เนื้อเพลง แน่นอนครับ ผู้ชมจะสนุกกับ content และติดตามฟัง หรือกลับมาเล่นแล้วเล่นอีก จนเพลงติดหูนั่นเอง เป็นการสร้าง Conversion ยอดขายแบบอ้อมๆไปได้ เหมือนกัน  สนุกดี ผมเล่นหลายรอบแล้ว คุณล่ะเล่นกี่รอบ...

Read More
10 สุดยอด skill ที่ Social media marketer ต้องมี
Aug05

10 สุดยอด skill ที่ Social media marketer ต้องมี

สิ่งที่สนุกสำหรับนักการตลาดบน Social media คือการทำการตลาดโดยที่ไม่ต้องเป็นการตลาด ฟังเหมือนยาก และ ก็ง่ายไปพร้อมๆกัน  หลายๆคนคิดว่าแค่เล่น เฟซบุ๊ค ถ่ายรูปอัพ instagram , Tweet ข้อความ บน twitter  ไปหากลุ่ม มา Like , มา view  มา share  บน social media เท่านี้ ก็คือการเป็นนักการตลาดบน Social media แล้ว  แต่ถ้าคุณอยากเป็นนักการตลาด Social media marketer  แบบสุดกึ๋น จะต้องมี skill เหล่านี้ครับ คุณต้องเป็นนักฟังที่ดีเสียก่อน    นักการตลาดบน Social media ที่ดีนั้นจำเป็นอย่างมากครับที่ต้องฟังเสียงของลูกค้าคุณ กลุ่มเป้าหมาย  แม้แต่คู่แข่งว่าเค้าเหล่านั้น ต้องการอะไร หรือพูดถึงเรื่องอะไรอยู่บ้าง เพื่อที่คุณจะได้เข้าใจสิ่งที่เค้ากำลังต้องการ ทั้งคำชม คำถามและคำติ เหล่านี้สำคัญมากๆสำหรับนักการตลาด คุณต้องไม่ใช่นักขาย  แน่นอนครับ การทำการตลาดคือการสร้างให้ลูกค้าหลงไหลและตัดสินใจซื้อของ หรือ บริการของเรา แต่นักการตลาด Social media นั้น เมื่อไรที่คุณคิดจะขายของจริงจังเมื่อไร หายนะมาเยือนเมื่อนั้น หลายคนอาจจะแย้ง หรือ คิดต่างได้นะนะข้อนี้ แต่สิ่งที่ผมทำเป็นประจำคือขายแบบไม่ขาย  คุณต้องสร้างความสัมพันธ์และแสดงจุดเด่นของสิ่งที่คุณกำลังจะขายให้ออกมาแบบเนียนๆ อย่ายัดเยียดจ้องที่จะขาย ดีทีสุดคือให้ลูกค้าร้องขอเองว่าอยากซื้อใจจะขาดอยู่แล้ว หัดรู้จักการเก็บเกี่ยวมาให้  คุณคือนักถ่ายทอด แชร์เรื่องราวต่างๆ ทั้งสิ่งที่ดีและด้อย  สรรหาเรื่องราวมาถ่ายทอดอยู่เสมอ  ลูกค้าต้องการคอนเท็นท์ที่มีคุณค่า ไม่ใช่อะไรกากๆและดราม่า เรียกน้ำตา เท่านั้น คุณต้องสร้างคุณค่าที่ที่คุณต้องการจะขาย  สิ่งที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ต้องการจะขาย ดังนั้นการเก็บเกี่ยวเนื้อหามาแชร์  Content curration ซึ่งคุณ @nuttaputch เขียนเล่าไว้ได้ละเอียดน่าสนใจ ลองไปตามอ่านกันได้ ที่นี่  ตื่นตัวอยู่เสมอ  การตลาดบน Social media  นั้น คุณกำลังบนงานอยู่บน Interactive platform  ต่างจากการทำการตลาดบน  Traditional media ที่คุณทำหน้าที่กระจายสาร สู่กลุ่มเป้าหมาย  เมื่อคุณผลิตสื่อกระจาย content เรียบร้อยแล้วก็ นอนตีพุง รอผลตอบรับซึ่งจะมาเมื่อไร ยังไง ก็ยังไม่ชัวร์  แต่บน Social media นั้นต่างกัน คุณต้องพึงระลึกว่ามันคือการสื่อสารแบบ 2 ทาง เป็น interactive  หรือ ตอบสนองได้ในทันที  กลยุทธ์ การตอบสนองต่างคุณต้องรับและพร้อมปรับตัวอยู่เสมอ เรียกง่ายๆว่าเดี๋ยวนี้เราต้องทำ Real time marketing กันแล้ว  สำคัญมากครับ เพราะด้วยความ interactive  ของsocial media platform  คุณอาจจะต้องลุกขึ้นมาทำงานตอนตี 1 ตี2 ก็เป็นได้ ออนไลน์คือตัวตน หนูมีเฟซบุ๊ค หนูมี Twitter ค่ะ แค่นี้ไม่ใช่บอกว่าคุณคือคนออนไลน์ นะครับ การใช้งานได้ ใช้เป็น  แตกต่างจากการ อินอยู่กับสิ่งที่คุณใช้ พฤติกรรมคนใช้งานต่างหากที่สำคัญ  ตัวคุณเองต้องอินมากๆกับเครื่องมือที่คุณใช้ เพราะคุณจะเข้าใจCharacter ของ  Tools แต่ละตัว และ พฤติกรรมของผู้เสพมันอย่างแท้จริง  ลองดู  ปลากรอบ  เพื่อประกอบความเข้าใจ   จะเห็นได้ว่า social media แต่ละตัวคุณลักษณะของมันก็ต่างกัน ถ้าคุณไม่อิน ไม่ใช้มันอย่างจริงจังก็จะถ่ายทอด มันออกมาแบบไม่เข้าใจธรรมชาติและพฤติกรรมที่กลุ่มลูกค้าของคุณเสพได้อย่างถูกต้อง แน่นอนมันจะทำให้สารทางการตลาดของคุณ Fail ได้  เราไม่ใช่นักสร้าง Follower ยังมีอยู่มากครับกับความเข้าใจผิดๆเรื่องการสร้างยอด Like , ยอด follower , ยอด subscriber  , หน้าที่ของเราไม่ใช่แค่การสร้างตัวเลขเหล่านี้ ถึงแม้มันจะเป็นหนึ่งในตัวเลขเป้า ที่ทุกๆ Brand ที่เราทำงานให้ใช้เพื่อวัดความสามารถของเราก็เถอะ  เจอเยอะครับว่า การตั้งเป้าแบบนี้ ทำให้บริการสร้างตัวเลขหลอกๆ  network  หลอกๆขึ้นมา  แต่ไม่ช่วยสร้าง brand loyalty  ให้เกิดขึ้นได้เลย เพราะกลุ่มแฟนของคุณมันคือตัวปลอมทั้งนั้น แล้วจะ เอาตัวเลข follower  เยอะๆ ไปเพื่ออะไร  ยังมีอีกหลายแบรนด์ที่เข้าใจผิดๆ หรือบางทีก็โดน เอเจนซี่ หลอกโดยไม่รู้ตัวแล้วมานั่งภาคภูมิในใจตัวเลขของตัวเอง   สิ่งที่ดีที่สุดคือการทำตัวเองให้เป็น content creator ให้ได้ จะดีความ การสร้าง value content  จะช่วยให้เกิด engagement และ loyalty จากกลุ่มลูกค้าที่รักในแบรนด์คุณจริงๆ ไม่ใช่แค่เลข like ผี , ยอด view ปีศาจ ที่สูงแต่ไม่มีตัวตน คุณคือนักการฑูตและยมทูตในคนๆเดียวกัน การที่คุณเป็นนักการตลาดของแบรนด์นั้นๆ ต้องพึงระลึกไว้เสมอว่า ทุกๆคำพูดที่คุณเสนอออกไป นั้นคือตัวแทนของแบรนด์ที่มีมูลค่า และคุณทำหน้าที่แทนแบรนด์เหล่านี้สร้างให้เกิดความรัก และ ลุ่มหลงในแบรนด์ ดังนั้นก่อนที่จะนำเสนอสิ่งใดให้คิดว่าคุณนักการฑูต  ถึงจะมีอารมณ์ที่อยากเหวี่ยงลูกค้า  เครียดจากการที่โดนด่า อยากปกป้องแบรนด์ที่คุณทำงานให้มากแค่ไหนก็ตาม ต้องระวังและทบทวนภาษาทุกตัวอักษร รวมถึงความถูกต้องของข้อมูลด้วย  บ่อยครั้งที่เราเจอว่าการรีบสื่อสาร แล้วข้อมูลผิดพลาด  ลูกค้า สมาชิกของคุณก็ช่วยกระจายข่าวสารนั้นไปที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะมาไล่ตามแก้ข่าวก็แสดงถึงความไม่มืออาชีพ ก็ส่งผลกลับมาที่ตัวคุณและแบรนด์ที่ดูแล เต็มๆ   อย่าลืมครับจากนักการฑูตคุณเองก็อาจจะกลายมาเป็นยมฑูตที่ฆ่าแบรนด์ตัวเองได้  กรณีแบบนี้มีให้เห็นเจอเลย แอดมิน โชว์เก๋า ลูกค้าชอบครับ  Capture หน้าจอ มาประจานมีมานักต่อนักแล้ว Always on , always read   นักการตลาดที่ดีคือการติดตามข่าวสาร สถานะการทุกๆอย่างอยู่ตลอดเวลา  ลองดูตัวเองว่าทุกวันนี้ คุณอ่านเว็บอะไรอยู่บ้าง มันช่วยให้งานคุณพัฒนาขึ้นบ้างแค่ไหน ถ้าวันๆคุณเอาแต่ นั่งอ่านซุบซิบดารา , ดูดวง ,ดูบอล , เช็คหวย ก็อย่าลำบากเลยครับ ไปหางานที่คุณชอบทำจริงๆดีกว่า  การติดตามข่าวสารสาำคัญมากทั้ง เทคฌโนโลยี , Tech news , Gadget , ข่าวสารทางธุรกิจของตัวเอง , ข่าวของคู่แข่ง , Blog ข่าวการตลาด , Social media news , Digital marketing news , เว็บ Content ที่เกี่ยวกับเนื้อหางานที่คุณทำ  , พวกนี้สำคัญมาก ไม่งั้นคุณจะไม่เข้าใจเรื่อง Social media marketing และ ข้อมูลข่าวสารที่คุณต้องนำเสนอสู่กลุ่มลูกค้าคุณได้อย่างตรงประเด็นที่สุด  แล้วควรเริ่มอย่างไร  , Follow Tech news , Social media web blog , ต่างๆ อย่าง Mashable , Social media examiner  ,  Viral blog  , engadget  , Thumbsup  เป็นต้นนะครับ Subscribe email หรือ RSS  feeds ของเว็เหล่านี้ด้วย หาพวก Application ช่วยอย่าง Flipboard , ZITE  ,Scoop.it  เป็นต้น มีเยอะครับ ลองที่ชอบแล้วกัน อย่ามีตัวตนแค่บน Online  แน่นอนครับ เราต้องสร้างตัวตนบน Online  แต่ ความสัมพันธ์ที่ดี ทั้งกับลูกค้าและ เพื่อนร่วมวงการ เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆในปัจจุบัน  การที่คุณลองจัด Campaign  กับลูกค้า ได้พบปะลูกค้าจริงๆ คุณจะเห็นว่า Demographic  จริงๆแล้วลูกค้าเรา เป็นอย่างไร  หน้าตาแบบไหน ชอบอะไร ซึ่งมันช่วยให้คุณสามารถจะนำเสนอ ข้อมูล เนืื้อหาที่โดนใจ หรือ จัดกิจกรรมที่เค้าเหล่านั้นชอบและยินทีที่จะเข้าร่วมด้วยโดยไม่ตะขิดตะขวงใจ  บ่อยครั้งที่เราเจอ นักกการตลาดคิดcampaign  สุดเริ่ดหรู เจ๋ง  แต่พอเอาเข้าจริงๆ  ไม่มีใครเล่นด้วย เพราะมันไม่ใช่ไงครับ อีกประเด็นคือ การออกงาน Event , สัมนา digital marketing  บ้าง คุณจะได้ network  ของคนทำงานเหมือนๆคุณ ได้เจอคนถนัดในเครื่องมือต่างๆ ที่วันหนึ่งเขาอาจจะมาช่วยให้งานของคุณราบรื่นได้ อันนี้ก็ สำคัญครับ  ส่วนตัวก่อนหน้านี้ ผมแทบไม่ค่อยออกงาน event  ยกเว้น สัมนาของตัวเองที่บรรยาย ถึงจะได้เจอคนอื่นๆ บ้าง  ช่วงนั้นทำอะไร ก็ คิดไม่ออกเลยว่า ใคร จะช่วยส่วนไหนได้บ้าง  เดี๋ยวนี้ก็ พยายามออก event ๅต่างๆเยอะขึ้น เจอคนมากมาย ที่ทำงาน service ต่างๆ ที่สามารถช่วยให้งานเรา เดินหน้าไปได้ มากมาย  Personal branding    ให้คุณเก่งให้ตายยังไง แต่ถ้าไม่ขายตัวเองออกมาก็ไม่มีใครรู้จักครับ  พยายาม PR ตัวคุณเอง ด้วยเทคนิคต่างๆ เป็น Personal profile , Social Portfolio , Blog แม้แต่นามบัตร  พวกนี้ สำคัญครับ ไม่งั้นไม่รุ่งแน่ บอกได้เลย เราไม่ได้ทำงานเอาหน้า...

Read More
Digital marketing trend 2012 จาก iMarketing 10.0 กูรู
Dec30

Digital marketing trend 2012 จาก iMarketing 10.0 กูรู

ปี 2011 ที่ผ่าน ที่เรื่องราวในวงการ Digital marketing มากมาย บริษัทและองค์กร หันมาให้ความสำคัญกับ Digital media ไม่แพ้ Traditional Media นักการตลาดทั้งหลายมีการปรับตัว หันเข้าหา Digital กันมากขึ้นเพราะเหตุผลต่างๆนานา  กระแสบ้าง  คู่แข่งบ้าง เล็งเห็นความคุ้มค่าเม็ดเงินที่ลงทุนบ้าง  วัดผลได้ชัดเจนบ้าง เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ตรงและรวดเร็วบ้าง สุดแล้วแต่ที่จะมอง เครื่องมือส่วนใหญ่ที่นักการตลาดเข้าใช้ ก็คือ Facebook และ Twitter ซึ่งเป็นกระแสหลักในบ้านเรา มาได้ 2 ปีแล้ว กลางปีที่ผ่านมาทีม  iMarketing ที่เกิดขึ้นจากนักการตลาด Digital  ได้เผยแพร่ หนังสือ iMarketing 10.0  สู่ตลาดหนังสือบ้านเรา ช่วยปลุกกระแสการตลาด Digital ในประเทศไทย ให้ตื่นตัวกันมากยิ่งขึ้น  การตลาด Digital มีการปรับตัวอยู่ตลอดเวลา  เทรนต์ใหม่ๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงเพียงชั่วข้ามวัน  ลองมาฟังมุมมอง และ การวิเคราะห์แนวโน้มการตลาด Digital ปี 2012 จากเหล่า กูรู iMarketing 10.0 กันครับ วิลาส ฉ่ำเลิศวัฒน์ @theink ผู้ประกอบการเทคโนโลยี (Technopreneur) ผู้ก่อตั้ง www.eventpro.in.th แพลตฟอร์มการนำเสนออีเวนต์ที่   สมบูรณ์ที่สุดและได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น เรื่อยๆ เป็นผู้ผลักดันและโปรโมทการใช้งาน IPv6, โครงการโดเมนไทยกลับบ้าน  THINKcamp ค่ายความคิดสำหรับคนมีไอเดีย   ” อ้าง อิงจาก CNN นะครับ Top 10 tech ปี 2012 นี้ มีอยู่ 3 ตัวที่ผมมองว่าไปในทิศทางเดียวกัน นั่นคือ TV everywhere, second-screen experiences, และ flexible screens ปีนี้จะเป็นปีที่ content แข่งขันกันดุเดือดมากขึ้น โดยเฉพาะเนื้อหาที่เป็นวิดีโอ (ภาพและเสียง) ซึ่งก็น่าจะมี Gadget ใหม่ๆ มาใช้ในการควบคุม อาจจะมีมือถือล้ำให้เห็นจาก Nokia และ Sumsung (ที่เค้าประกาศมาแล้วด้วย) นั่นก็แปลว่านักการตลาดได้เวลาส นุกอีกแล้วหละครับ “   อภิศิลป์ ตรุงกานนท์ @macroart Product Manager เว็บไซต์ Pantip.com ผู้ครำหวอดอยู่ในวงการ ดิจิตอลมากว่า 15 ปี ทั้ง ในฐานะโปรแกรมเมอร์ที่เป็น ผู้สร้างสรรค์ ผลิตภัณฑ์ และในฐานะ นักการตลาดด้านสื่อออนไลน์   ” Influencer Marketing  จะมีบทบาทมากขึ้นในปีหน้าแบรนด์จะครองพื้นที่บนโลกออนไลน์มากขึ้นด้วยการเป็นพันธมิตรกับบล็อกเกอร์ต่างๆ  ”   บัญญพนต์ พูลสวัสดิ์ @daydev เว็บมาสเตอร์เว็บไซต์ www.daydev. com และมีผลงานในเรื่องของ เทคโนโลยี Cloud Computing platform, Social Media Integration และ Augmented Reality อยู่หลายโครงงานทั้งในประเทศ และต่างประเทศ     ” เทรนด์เกี่ยวกับเทคโนโลยีในปี 2012 นั้นจากที่เห็นแนวโน้มการเคลื่อนไหวของ Big 4 ทั้งหลายเช่น Facebook, Google, Apple และ Amazon เริ่มหันมาจับตลาดธุรกิจที่ออกนอกกรอบของตัวเอง อย่าง Facebook มีแผนการทำสมาร์ทโฟน Apple มีการวิจัยสถาปัตยกรรมของออฟฟิศ และบริษัทใน Apple Campus ให้รองรับ Green Technology และ Amazon เริ่มมี Tablet เป็นของตัวเอง และ Google มีการพัฒนาคุณสมบัติใหม่ที่มากกว่า Search Engine อย่างเมื่อก่อน พอจะทำให้มองเห็นว่า ทุกสื่อเริ่มทยอยออกจากโลกออนไลน์มาสู่โลกจริง โดยเน้นกิจกรรมบนอินเทอร์เน็ตที่สามารถนำมาเล่นในชีวิตประจำวันเหมือนการตอบ โจทย์ Lifestyle รับสื่อได้มากขึ้นจากอุปกรณ์พกพา เงื่อนไขของการรับสื่อนั้นคงจะไม่ใช่เพียงแค่ Social Media อย่างที่เคยรับกันมาอย่างเมื่อก่อนคราวนี้อาจจะมี Media ที่แตกต่างมากขึ้น ทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ พฤติกรรมการบริโภค เช่น สื่อแบบ 3D การนำเสนอรูปแบบงานศิลปะแบบ Augmented Reality ที่ใช้ Hologram การแบ่งปันภาพถ่าย และวีดีโอเพื่อการตลาด หรือ Viral Marketing หรือสำหรับสร้างเครือข่ายสังคมใหม่อย่าง Instagram และ Video Stream On-Demand ระบบการแสดงผลหน้าจอส่วนต่อประสานผู้ใช้ ที่เปลี่ยนไปจากการ Touch Screen สำหรับสัมผัส กด หรือ จิ้ม นั้นต้องเป็น Gesture-based computing หรือการตอบสนองแบบเต็มที่ เช่นการ ขยาย หมุน พลิก หรือปัดได้ เช่น Swipe, Flip, Slide ประมาณนี้ครับ ปี 2012 อาจจะต้องเปลี่ยนเทรนด์จาก Social Media เป็น Digital Media แทนด้วยความหมายที่กว้างขึ้นกว่าเก่า และไม่ได้คงอยู่ในกรอบของเว็บไซต์ หรือเครือข่ายสังคมเพียงอย่างเดียว เพราะว่าอัตราการเติบโตของอุปกรณ์พกพาหรือ Device กับการพุ่งออกนอกเป้าหมายกลายเดิมเป็นเทรนด์ของผู้ให้บริการไปแล้ว กลายเป็นว่าปี 2012 อาจจะมีอะไรใหม่ให้นักการตลาดออนไลน์ และผู้บริโภคสื่อออนไลน์ได้พบเห็นชนิดที่ว่าบรรเทิงครบรสเลยครับ “ วรวิสุทธิ์ ภิญโญยาง @worawisut คอลัมนิสต์ด้านกลยุทธ์ธุรกิจและการ ตลาดของหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ นิตยสาร Positioning และ GM Biz ที่ปรึกษาด้าน Social Media และผู้ก่อตั้ง เว็บไซต์ http://appreview.in.th และ ว็บบทความด้านการตลาด ดิจิตัลอย่าง MktTwit.com   ” ปี 2011 ยอดขายหนังสือในสหรัฐ ตกลง 18% ขณะที่ยอดขาย e-book เพิ่มขึ้นถึง 137.9% คิดเป็น 20.76% ของยอดขายหนังสือทั้งหมดยุคดิจิตัลกำลังจะครอบครองสื่อ อุปกรณ์ที่คนส่วนใหญ่ใช้เข้าถึงอินเตอร์เน็ต คือ สมา์ทโฟนและแทบเล็ต Facebook จะชะลอการเติบโต โซเชียลเน็ตเวิร์คแบบ Niche จะถือกำเนิด ผู้คนจะมีสังคมออนไลน์มากกว่า1 มีกลุ่มเพื่อนที่หลากหลายตามความสนใจความสัมพันธ์เชิงลึกในสังคม เปลี่ยนเป็นความสัมพันธ์ในเชิงกว้าง” สุธาทร สุทธิสนธิ์ @toppercool ผู้ช่วยผู้อำ นวยการฝ่ าย Business Development ส่วนงาน E-Business และ เป็น E-marketing trainer ของกรมพัฒนา ธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ (DBD) และ วิทยากรอาสาของ สถาบันพัฒนา ความรู้ตลาดทุนแห่งระเทศไทย (TSI) ” ไม่ แปลกที่วงการมือถือจะต่อสู้กันอย่างดุเดือด,ยอดขาย Smartphone ทั้ง iOS และ Android , Mobile device ทั้ง Smart phone และ Tablet จะกลายเป็นช่องทางหลักของการเข้าถึงอินเตอร์เน็ต และ ช่องทางในการสร้างธุรกิจแนวโน้มการสร้าง Mobile site และ Mobile app จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อต่อยอด M-Commerce และ Mobile marketing ซึ่งเป็นแนวโน้มที่จะถูกเพิ่มงบประมาณการลงทุนมากขึ้นจากการสำรวจงบการตลาด ของบริษัทชั้นนำ ยุคของ SOLOMO (Social Location Mobile)  จะเข้ามาถึงอย่างแท้จริง   “ ปภาดา อมรนุรัตน์กุล @goople ผู้เชียวชาญด้าน Search Marketing ไม่ว่า จะเป็นการค้นหาใน Search Engine อย่าง Google และ Social Network อย่าง Twitter, Facebook และYouTube โดย การใช้คอนเซ็ปต์ “ค้นหาปุ๊บ เจอเราเลย” ของบริษัท Redrank จำกัด     ” จงนำตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของ Social Network เพราะ Social จะนำทุกสิ่งกลับมาสู่เรา!! ” นิวัฒน์ ชาตะวิทยากูล @butthun Creative Director ควบกับ Project Manager ให้กับบริษัท BrandBaker Digital Agency และเป็น Blogger เว็บไซต์ Butthun.com บล็อกด้านการตลาด ดิจิตอล Digital Media Digital Movement  และคอลัมนิสต์ให้นิตยสาร...

Read More