ปักหมุดตั้งเป้าหมายในการทำ Location Based Marketing
May13

ปักหมุดตั้งเป้าหมายในการทำ Location Based Marketing

Location Based Marketing สามารถเข้าถึงทั้ง Brand ธุรกิจขนาดใหญ่ หรือ เปิดโลกธุรกิจให้กับ SME ระดับย่อมๆได้ง่ายมากยิ่งขึ้นในปัจจุบัน เพราะ เครื่องมือที่มีให้ใช้ที่ง่ายและหลากหลายมากยิ่งขึ้น  Location Based Service เข้าถึงทั้งกลุ่มผู้ใช้กว้างอาจจะเพราะ Smart phone รุ่นใหม่มักมี A-GPS ติดมาด้วยเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว แม้เพียงราคาไม่กี่พันยังต้องมีเลย  จึงไม่แปลกใจที่หลายธุรกิจหันมาสนใจทำการตลาดแบบ LBM กัน แต่ก่อนที่เราจะตัดสินใจ เริ่มการทำ LBM  ลองมารู้จักการตั้งเป้าหมายในการในการทำ LBM กัน 1. สร้าง Loyalty  เพิ่มการกลับมาใช้บริการหรือซื้อซ้ำ ถ้าธุรกิจคุณต้องการสร้างสาวกหรือผู้ที่จงรักภักดีกับตัว Brand หรือ สินค้า LBS  ประเภท Check-in สามารถนำมาปรับใช้เป็น loyalty program สร้างผู้จงรักภักดี กับ Brand ได้เป็นอย่างดี  การกลับมา Check-in ที่เดิม ซ้ำๆ เพิ่อรับส่วนลด หรือ สิทธิ์สุดพิเศษสำหรับผู้มีคะแนนนำ หรือ Mayor ควรที่จะได้รับสิทธิพิเศษเหนือการลูกค้าทั่วไป และอย่าลืมประกาศแจ้ง Promotion ในหน้า Venue Page หรือ สื่ออื่นๆที่ธุรกิจคุณมี เพื่อแจ้งให้ลูกค้ารับรู้เข้าร่วมใน program 2.  ฉกลูกค้ารายใหม่ ๆ หากคุณต้องการได้มาซึ่งลูกค้าหน้าใหม่ LBS สามารถ สร้าง Promotion ที่น่้าตื่นเต้นหรือ น่าสนใจ แล้วป่าวประกาศออกไปผ่านสื่อต่างๆ หรือ ผ่าน Social Media ของ Brand คุณ  Promotion นี้ควรเข้าร่วมง่าย เช่น Check-in ครั้งเดียว แล้วนำมาแสดงกับพนักงานแลกรับของรางวัลได้เลย เมื่อ หรืออย่างการค้นหาแบบ Near by  ก็ยังช่วยให้ลูกค้าค้นหา ค้นพบกับร้าน ของเราได้ ง่ายๆ แน่นอน ผู้คนนับพันรอบๆ รัศมีนั้น สามารถรู้จัและเข้าถึง ธุรกิจของเราได้โดยไม่พลาดพิกัด 3.  กระตุ้นยอดขายในช่วง ซบเซา หรือ ดัน Promotion การใช้ LBS เพื่อ ทำ Promotion ในเชิง Discount  หรือ  Buy 1 Get  1 เมื่อ Check-in การสร้าง Promotion ประเภทนี้ยังได้รับความนิยมเนื่องจาก เข้าใจง่าย และ ง่ายในการเข้าร่วมกิจกรรมจากทางร้าน ทางมุมมองธุรกิจ ร้านค้าเองก็สามารถกระตุ้นยอดขายได้มากยิ่งขึ้น ถ้าคุณทำpromotion ที่น่าตื่นเต้น สนใจ ไม่ใช่แค่ Check-in แล้ว รับส่วนลด 5 %  แบบนี้อาจจะไม่จูงใจให้ใครเข้าร่วมแน่ๆ ปัจจุบัน  Social Shopping หรือ Group buying กำลังได้รับความนิยม อย่างมาก แม้แต่พี่ใหญ่อย่าง Facebook เอง ยังต้องกระโดนลงมาร่วมแบ่งเค็กในตลาดนี้ ด้วยบริการ Facebook Deals ที่ผู้ที่สนใจอยากได้รับ Deal ส่วนลดสามารถ ค้นหา Deal ดีๆผ่าน บริการ Facebook Place  หรือ แม้แต่ Groupon  พี่ใหญ่แห่ง Group buying ก็ยังมี City deal ให้สมาชิก ค้นหา Deal ในราคาพิเศษในเมืองหรือ ใกล้ๆตัวเอง  ร้านค้าล่ะดียังไง แน่นอน เมื่อลูกค้าอยู่ใกล้ๆ รอบๆ โอกาสในการขายสินค้าหรือ บริการได้เป็นก้อนใหญ่ๆก็สามารถเกิดขึ้นได้ไม่ยากเช่นเป็น ถ้าคุณ ใจถึง (แต่ต้องคุ้มทุนและกำไรอยู่ได้นะ) 4. ช่องทางดีๆในการรับฟังเสียงจากลูกค้า Check-in service ทั้งหลาย เป็นเสมือนกระดานรับฟังความคิดเห็นของกลุ่มลูกค้าของคุณ คุณแทบที่จะไม่ต้องไปเสียเงินจ้างคนทำงานวิจัยหรือสำรวจความคิดเห็น  ลูกค้าชอบการบอกต่อและมักจะเชื่อในสิ่งที่ลูกค้าด้วยกันเองพูด อยู่แล้ว   ผู้ที่ดูแลร้านควรที่จะใส่ใจเข้ามาตรวจสอบรับฟังความเห็น ของกลุ่มลูกค้าเพื่อนำมาปรับปรุงสินค้าและบริการ  หรือ คุณอาจจะให้รางวัลกับกลุ่มลูกค้าที่พูดชื่นชมในสินค้าและบริการคุณ เพื่อสร้างความรู้สึกดี นำมาสู่ความ loyalty ได้เช่นเดียวกัน การตั้งและกำหนดเป้าหมาย จะช่วยให้คุณสามารถกำหนดกลยุทธ์หรือเทคนิคที่จะใช้ใน Location Based Marketing ได้ ได้ง่ายขึ้นโดยที่ไม่มีมี GPS...

Read More
จับโลกธุรกิจทั้งใบใส่ใน QR Code
Feb25

จับโลกธุรกิจทั้งใบใส่ใน QR Code

ผมเชื่อว่าถึงวันนี้หลายคน  น่าจะพอคุ้นตากับเครื่องหมาย QR Code กันมาบ้างแล้ว สินค้าในบ้านเราหลายยี่ห้อก็เริ่มใช้ความสามารถของ  QR Code นี้ในการทำการตลาดกันบ้างแล้ว  ส่วนอุปกรณ์พื้นฐานที่ใช้ในการอ่านข้อมูลก็คือ โทรศัพท์มือถือ ที่ทุกคนใช้งานกันอยู่แล้วแถม โปรแกรมในการอ่านค่าก็มีให้โหลดใช้งานกันฟรีๆรองรับ Smart Phone ทุกระบบปฏิบัติการ อย่างที่เราพอทราบกันว่าในประเทศญี่ปุ่น  QR Code เกิดขึ้นและใช้งานกันอย่างแพร่หลายมาแล้วนับ 10 ปี บริษัท Denso wave เป็นผู้คิดค้นขึ้นตั้งแต่ปี  1994  ด้วยคุณลักษณะที่สามารถเก็บข้อมูลหรือนำพาผู้ที่อ่านไปสู่ข้อมูลส่วนขยายที่มากเกินกว่าจะนำมาใส่ไว้ในผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์นั้นได้  จึงทำให้นักการตลาดหลายมองเห็นช่องทางในการทำการตลาดสื่อสาร พร้อมทั้งสร้างสีสันในการการทำการตลาดได้มากขึ้น ดังจะเห็นจากสื่อโฆษณาทั้งใบปลิว แผ่นพับ แคตตาล๊อก เสื้อยืด ฉลากสินค้า หรือแม้แต่บิลบอร์ดขนาดใหญ่ก็เริ่มมีภาพของ QR Code  ปรากฏให้ผู้ที่พบเห็นอยากจะเข้าไปแกะปริศนาของสัญลักษณ์นี้ว่าจะพาไปเจออะไรต่อไป  ซึ่งทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับเจ้าของสินค้าว่าต้องการจะนำผู้ที่พบแกะรอยไปพบกับสิ่งใดต่อไป การประยุกต์ใช้ QR Code เพื่อธุรกิจอาจแบ่งออกเป็นได้หลายแนวทาง เช่น เพื่อนำทางมาสู่ร้านค้าหรือสถานที่จัดงาน Idea นี้เหมาะสำหรับธุรกิจประเภทบริการ เช่นร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรมที่พัก หรือในกรณีที่คุณจัดงาน Event ขึ้นมาสักที่นึงก็เป็นได้  ซึ่งคุณสามารถสร้าง  Geo-location  สถานที่ร้านค้า ,โรงแรมของคุณ  ในแผนที่ออนไลน์ เช่น Google Map  กำหนดพิกัดจุด ปักหมุดให้เรียบร้อยแล้วก็ นำไปสร้าง  QR Code เพื่อนำมาใช้งาน (ส่วนวิธีการสร้าง QR Code ผมแนะนำให้ลองย้อนกลับไปอ่านบทความก่อนหน้านี้ที่ Personal Branding ด้วย QR Code ผมได้เขียนอธิบายวิธีสร้างด้วยตัวเองไปแล้ว )  เป็นที่โชคดีของชาวอเมริกา  ที่ไอเดียนี้ได้เริ่มทดลองใช้ได้กับบริการ Google Favorite Local Place ที่ให้คุณสามารถปักหมุดร้านค้าของคุณกับ Google Local business  Map แล้วก็จะได้รับป้ายติดหน้าร้านเท่ห์จาก Google Favorite Place ที่มี QR Code ที่จะนำลูกค้าของคุณไปไปสู่แผนที่ร้านค้าของคุณใน Google Map พร้อมรายละเอียดร้านและ Review จากลูกค้ารายอื่นๆด้วยโดยเชื่อมต่อจากฐานข้อมูลของ http://yelp.com 2. นำไปสู่เนื้อหาที่มากยิ่งขึ้น ด้วยเนื้อที่จำกัดในการสร้างสื่อสิ่งพิมพ์เพื่อการโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าหรือบริการของธุรกิจเรา  ดังนั้น QR Code นี้จะช่วยให้ข้อจำกัดด้านเนื้อที่นั้นหมดไปโดยที่คุณสามารถสร้าง Link ชี้มายังเนื้อหาข้อมูลในเว็บไซต์ของบริษัทคุณเองได้  เช่น การสร้าง Campaign โฆษณา,ร่วมสนุก แต่คุณไม่สามารถลงรายละเอียดทั้งหมดได้ในสื่อสิ่งพิมพ์ ก็สามารถใช้ QR Code นี้ชี้นำมาอ่านต่อในเว็บไซต์ได้เป็นต้น 3. เพื่อแสดงรายละเอียด ของสินค้า ประเด็นนี้เหมาะสำหรับการชี้แจงรายละเอียดสินค้าเป็นรายชิ้นรายชนิด คุณสามารถสร้าง QR Code เพื่อชี้นำให้ลูกค้าคุณมาอ่านรายละเอียดของ สรรพคุณสินค้าของคุณเพิ่มเติมได้ ยกตัวอย่าง  McDonald  ได้ นำ QR Code ใส่ในห่อผลิตภัณฑ์ เบอร์เกอร์แต่ละชนิด เมื่อผู้บริโภค ทำการแสกน QR Code ที่ห่อดู ก็จะพบรายละเอียด ข้อมูลส่วนผสม และ ข้อมูลโภชนาการ ของเบอเกอร์ ที่เพิ่งทานเข้าไปนั่นเอง  หรือไวน์บางยี่ห้อก็ได้นำข้อมูลแสดงรายละเอียดประเภทและปีที่ผลิตลงบนขวด สินค้าที่มีราคาแพงและต้องใช้อารมณ์และความรู้สึกในการตัดสินใจมากขึ้นอย่างเช่นโทรศัพท์ กล้องถ่ายรูป หรือรถยนต์ ก็เหมาะที่จะนำ QR Code นี้มาประกอบใน Catalog สิ่งพิมพ์ ซึ่ง Idea นี้ถือเป็นจุดดีในการกระตุ้นความสนใจของลูกค้าที่ต้องการทราบรายละเอียดของสินค้าเพราะสื่อสิ่งพิมพ์อาจไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจ 4.ใช้เพื่อสร้างกิจกรรมทางการตลาดส่งเสริมการขาย Idea นี้เป็นที่นิยมใช้งานการอย่างแพร่หลายเพราะแน่นอนครับ QR Code เปรียบเสริมรหัสลับที่ใครๆก็ใคร่ที่อยากจะรู้ว่าข้อมูลนั้นว่ามันคืออะไร  หรือคุณสามารถทำ QR Code เป็น E-Coupon เช่นให้ Download  QR Code  จากเว็บไซต์ลงใน โทรศัพท์มือถือแล้วนำมาเป็นส่วนลด ณ จุดขาย หรือนำ QR Code ใส่ Link Download  ไฟล์ภาพ ,เพลง,คลิป VDO ,หรือเนื้อหา ได้ฟรีๆเป็นต้น  แม้แต่นำ QR Code ข้างฉลากกล่องเครื่องดื่มมาแลกเป็น Item  สุดล้ำในเกมส์อันนี้ก็ถือว่าเป็นการนำมาใช้เพื่อนส่งเสริมการขายเช่นเดียวกัน 5. นำมาประยุกต์ใช้เพื่อการทำประชาสัมพันธ์ บางครั้งการที่เราจะต้องแจ้งรายละเอียดเว็บไซต์ของบริษัท หรือข้อมูลโปรไฟล์อันยาวยืดเยื้อดูเป็นเรื่องยืดยาว ยังไม่รวมถึงการแจ้งในลูกค้าเข้าถึง Social media  Profile  อย่าง Facebook Fanpage หรือ Twitter account หรือ Youtube Channel ของบริษัทหรือสินค้าอีก  ดังนั้น QR Code จึงช่วยลดความยุ่งยากในการต้องแสดง Page URL ของหน้าเว็บไซต์หรือ Social media Profile ให้ลูกค้าเราทราบได้อย่างง่าย ด้วยความสามารถของ โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ใหม่จึงทำให้ลูกค้าเรา เข้าถึงเว็บไซต์และ Social media profile ของเราได้เพียงแค่ สแกน QR Code เท่านั้น 6. ใช้เพื่อการชำระค่าสินค้าและบริการ Idea  นี้อาจจะยังไม่แพร่หลายมากนักแต่ก็เริ่มมีการทดลองใช้งานอยกตัวอย่าง Starbuck ได้เริ่มทดลองApplication บน Iphone ที่คล้ายกับบัตรจ่ายเงินของ  Starbuck ในบางสาขาที่ Silicon Valley และใน Seattle แม้ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงทดลองแต่คาดว่าหากไอเดียนี้ใช้งานได้จริงคงจะเป็นที่นิยมไม่แพ้ การจ่ายเงิน Mobile payment ระบบ RFID  เพราะคุณแทบไม่ต้องติดตั้งอุปกรณ์อะไรเพิ่มเติมอีกเลย แนวคิดการนำ QR Code มาประยุกต์ใช้งานเชิงธุรกิจ นี้เป็นเพียงตัวอย่างและแนวทางเชื่อว่าอาจจะมีบางท่านอ่านแล้วได้ไอเดียใหม่ๆเกิดขึ้นมาบ้าง หากท่านดีที่อยากลองนำไปใช้งานจริงเชิงธุรกิจแล้วต้องการวัดผลว่า กลยุทธ์การนำ QR Code มาใช้งานแล้วได้ผลเป็นอย่างไรบ้าง ผมแนะนำให้คุณลองใช้บริการของ www.qrme.co.uk ซึ่งเค้ามีบริการแสดงสถิติการวัดผลว่า  Campaign  QR code Advertisement  ของคุณนั้นมีผู้พบเห็นและแสกนอ่านไปแล้วกี่ครั้ง จากที่ใดบ้างในโลกนี้ (เจ๋งมาก)  แยกให้เห็นได้อีกว่าจาก Browser ชนิดใด Safari, Blackberry ,Opera ,IE ,Firefox หรือ ว่ามากจาก OS ชนิดใด ,วันที่แสกน โดยแสดงข้อมูลออกมาเป็น Chart ให้ดูได้ด้วย ที่สำคัญฟรีนะครับ หรือแบบเสียเงินก็มีจึงแนะนำให้ลองใช้เครื่องมือดีๆและฟรีชิ้นนี้กันครับ ถึงวันนี้การใช้ QR Code ในเชิงธุรกิจในบ้านเราอาจไม่ใช่เรื่องล้ำยุคอีกต่อไปเพราะยักษ์ใหญ่หลายเจ้าเริ่มจุดประเด็นทำให้ผู้บริโภคเริ่มรู้จักและเกาะกระแส QR Code...

Read More
วางแผนก่อนขายตัว (Process of Personal Branding)
Jan14

วางแผนก่อนขายตัว (Process of Personal Branding)

หลักกระบวนการ การทำ Personal branding  นั้นจริงๆแล้วก็ไม่ต่างอะไรมากมายไปจากการทำ  Branding  สินค้าสักชิ้นหนึ่ง คือคุณต้องรู้จักสินค้าชิ้นนั้นให้เข้าใจถ่องแท้ซะก่อน ว่าสินค้านั้นๆเป็นอย่างไร  แต่มันง่ายกว่านั้นมากเพราะสินค้าชนิดนั้นมันคือตัวของคุณเองไงครับ คงไม่มีใครรู้จักตัวคุณเองมากเท่ากันคุณอีกแล้วจริงไหม ค้นหาตัวเองให้พบ (Identify your self) หาตัวคุณเองให้เจอ ก่อนนะครับด้วยคำถามง่ายๆ  3 ข้อ 1. คุณเป็นใคร คุณคือใคร (นั่นสิ)   อย่างผม Toppercool  ชายวัยกลางคน  สูง 171 หนัก 65  นัยตาเซ็กซี่ 2. คุณทำอะไร 1.Toppercool เสพติด Social media ขั้นรุนแรง เลยอยากชวนให้คนอื่นติดบ้าง โดยการเขียน Blog 2. Toppercool  เป็นผู้ฝึกสอนเทคนิคการใช้เสียง 3. Toppercool   ทำธุรกิจส่วนตัว เสื้อ Social media Tee shirt  ชื่อว่า Tee weet  ที่ให้ลูกค้าใส่ชื่อใส่ภาพตัวเองลงไปในเสื้อได้ และยัง รับผลิตเสื้อยืดพิมพ์ลายตามสั่งอีกด้วย 3. แล้วอะไรที่ทำให้คุณพิเศษแตกต่างจากคนอื่นๆ 1. Toppercool เชี่ยวชาญ ชำนาญ Social media มากๆและพยายามปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ในเรื่องที่หลากหลาย ทั้งงาน ประจำ ธุรกิจส่วนตัว และบันเทิง และ บำบัด) 2. Toppercool  ผลิตเสื้อยืดแนว Social media  สำหรับผู้คลั่งไคล้ Social media  และอยากได้เสื้อลักษณะเฉพาะตัว ไม่เหมือนใครในโลกอีกด้วย ทีนี้ เราก็พอจะได้โครงร่างของ สินค้าที่เราต้องการจะสร้าง Brand ขึ้นมาแล้ว  คุณอาจจะลองใช้หลัก  4P หลักการตลาดพื้นฐาน มาลองวางกลยุทธ์ ต่อไป 1 Product คุณไงครับคุณก็รู้จักแล้วนี่จากการตั้งคำถาม 3 ข้อที่ผมบอกไป 2  Promotion กำหนดกลยุทธ์ในการโปรโมทตัวคุณเอง 3 Place คือช่องทางในการแสดงตัวตนความเป็นคุณนอกจากนี้ อาจจะเป็นเส้นสาย คนที่มีพลังมีอำนาจ ในการโน้มน้าวผู้อื่นให้หันมาอยากที่จะรู้จักคุณก็เป็นได้ 4  Price อันนี้ก็คือ ค่าตัวของคุณไงครับ รายได้ที่คุณได้รับอยู่  เป็นตัวจะช่วยกำหนดเป้าหมายในอนาคตว่าคุณอยากที่จะได้ค่าตัวเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด อันนี้ก็อาจจะช่วยเรื่องในการวัดผลได้ แค่ 4P นั้นอาจจะยังไม่พอ !! บ่อยครั้งที่ผมพบว่าผู้ที่พยายามทำการสร้างแบรนด์ ของตัวเองพยายามขายตัวคุณเองนั้นไม่ประสบความสำเร็จมากเท่าที่คาดหวัง เพราะเขาเหล่านั้นขาดอีก 1 P ที่เป็นส่วนเติมเต็ม  ผมอยากให้คุณลองให้ความสำคัญกับ P ที่หายไป นั่นคือ Personality Personality เป็นตัวของตัวคุณเองมากที่สุด ง่ายๆคืออย่าพยายามำในสิ่งที่ไม่ใช่ตัวคุณเอง ผู้คนที่คอยติดตามตัวคุณนั้น เขาสัมผัสได้ครับถ้าคุณกำลังพยามทำสิ่งที่พวกเราเรียกกันว่า “สร้างภาพ”  ซึ่งหากคุณ ทำให้พวกเขาเหล่านั้น รู้สึกกับคุณแบบนั้นแล้ว มันไม่ง่ายที่คุณจะทำให้เขารู้สึกเชื่อมั่นในตัวคุณต่อไปในอนาคต ไม่ยากเลยใช่ไหมครับ วางแผนดีมีชัยไปกว่าครึ่ง รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครา  ไว้คราวหน้า ลองมาดู P Promotion และ P Place   ก็คือเครื่องมืออะไรบ้างที่ช่วยเราในการทำ Personal Branding อ่านตอน1  มาขายตัวกันเถอะ (Why personal...

Read More
แนวคิดหลักการตลาดยุค Digital
Dec17

แนวคิดหลักการตลาดยุค Digital

มีคำกล่าวที่ว่าใครที่เป็นผู้ครอบครองสื่อไว้ในมือได้ก็เท่ากับว่าผู้นั้นสามารถครอบครองมวลชนได้  ดังจะเห็นว่าทุกครั้งที่มีการปฏิวัติรัฐประหารเกิดขึ้นจุดแรกๆ ที่ผู้นำการปฏิวัติเข้ายึดก็คือสถานีสื่อสารควบคุมการนำเสนอข้อมูลข่าวสารสู่มวลชนและนำเสนอข้อมูลในสิ่งที่พวกเขาต้องการให้รับรู้  แต่ในยุคที่มวลชนสามารถครอบครองสื่อไว้กับตัว สื่อไม่ได้ถูกจำกัดโดยกลุ่มคนกลุ่มใดอีกกลุ่มหนึ่งอีกต่อไป นักการตลาดเดิมที่คิดว่าการได้ครอบครองสื่อไว้ในมือมากๆจากสามารถกำหนดทิศทาง ทางการตลาดให้เป็นไปตามสิ่งที่พวกเขาต้องการได้นั้น อาจจะไม่ใช่เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องอีกต่อไป  กลุ่มพลังมวลชนจากผู้บริโภคผ่านนิวมีเดียหลากหลายช่องทางต่างหากที่จะกำหนดทิศทาง ทางการตลาดว่าการวางแผนทางการตลาดและกิจกรรมทางการตลาดควรจะดำเนินไปตามทิศทางใด  ดังนั้นนักการตลาดยุคใหม่จะต้องเปลี่ยนจากการเป็นผู้สั่ง เป็นผู้ฟัง และผู้ปฏิบัติการที่ดีที่ตอบสนองความต้องการ พร้อมนำเสนอข้อมูลข่าวสารต่างๆให้โดนใจผู้บริโภค  Mr. Kent Wertime และ Mr. Ian Fenwick จาก www.Digimarketingnow.com และเป็นผู้เขียนหนังสือ DigiMarketing: The essential Guide to New media & Digital Marketing ได้ให้แนวคิดหลักการตลาดในยุคดิจิตอลไว้ผมจะมาสรุปให้ฟังสั้นอีกครั้งหนึ่งครับ หลัการตลาดยุค Digital แนวคิดจากหนังสือ Digimarketing The essential guide to new media 1. ผู้บริโภค คือ ผู้มีส่วนร่วม ผู้บริโภคไม่ใช่เพียงผู้รับฟังอีกต่อไป นักการตลาดต้องพยายามกระตุ้นให้ผู้บริโภคเกิดการมีส่วนร่วม (Engagement) ไม่ใช่เพียงแค่การรับรู้ (Awareness) 2. มีส่วนร่วมและโต้ตอบได้ แผนการตลาดดิจิตอลที่สำเร็จจะต้องดึงผู้ชมเข้ามามีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ด้วยสื่อยุคใหม่ทำให้มีการเข้าถึงและระบุตัวตน และเฉพาะเจาะจงได้ (Individuality) ในทางกลับกันผู้บริโภคเองก็สามารถโต้ตอบกับสินค้าเพื่อบ่งบอกพฤติกรรมและรสนิยมของพวกเขา ช่วยต่อเติมคอนเท้นต์เนื้อหาให้ตรงใจพวกเขาได้เองด้วยเช่นกัน 3.  เลือกช่องทางให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ สร้างคอนเท้นต์ให้ “เร้าใจ” ดึงดูดให้ผู้บริโภคอยากเข้ามามีส่วนร่วมในการต่อเติมเนื้อหาให้ตรงกับความต้องการ 4. ดิจิตัลคอนเทนต์จะต้องมีความยืดหยุ่น เป็นอิสระ จากข้อจำกัดต่าง –     ข้อจำกัดด้านเวลา (ช่วงเวลาในการนำเสนอ) –      ข้อจำกัดด้านพรหมแดน (พื้นที่ในการนำเสนอ) –      ข้อจำกัดด้านขนาด (ขนาดของการนำเสนอ เช่นนำเสนอให้คนทั่วโลก หรือเสนอให้คนเฉพาะกลุ่มปรับแต่งได้) –     อิสระด้านรูปแบบ (เช่นต้องเป็นสื่อขนาด 30 วินาที หรือขนาดของป้าย 1 หน้ากระดาษ) –     มีอิสระที่ใครๆก็เข้ามาสร้างคอนเท้นต์ ได้อย่างเสรี 5.  ผู้บริโภคมักเป็นผู้ริเริ่มและกำหนดทิศทางการตลาด นักการตลาดจึงมีบทบาทในการส่งเสริมและคอยให้รางวัลแก่ผู้บริโภคที่ช่วยสร้างสรรค์คอนเท้นต์ ให้อย่างสม่ำเสมอ 6.   การส่งสารสู่ผู้บริโภคควรได้รับความยินยอมจากผู้บริโภคก่อนเสมอ และคอนเม้นต์ควรเป็นเรื่องที่ผู้บริโภคสนใจจริงๆ   (การใช้ Social network จึงเป็นประโยชน์ในการรับฟังเสียงจากผู้   บริโภคว่าต้องการไม่ต้องการแบบใด) 7.  นักการตลาดต้องรู้จักและพร้อมทำความเข้าใจในประเภทและลักษณะของสื่อใหม่ๆ ต้องทำความรู้จัก เครื่องมือต่างๆทั้งในการติดตามและประเมินผล  และควรมีแผนการติดตามสื่อที่มีผลต่อการชี้นำความคิดด้วยเช่น เว็บไซต์ใด บล็อกใด ที่ต้องควรติดตาม 8. การควบคุมข่าวสารเป็นสื่งที่ทำไม่ได้อีกต่อไป ผู้บริโภคเข้าถึงสื่อต่างๆได้อย่างรวดเร็ว การที่จะเข้าไปควบคุม นักการตลาดต้องปรับตัวเองให้เข้าไปมีส่วนร่วมและเป็นส่วนหนึ่งในวงสนทนาเพื่อโน้มนำให้รู้สึกร่วม ไม่ใช่การบังคับให้เชื่ออีกต่อไป 9. นักการตลาดต้องใช้แผนที่ซับซ้อนและแยบยลให้ผู้บริโภคที่เข้าถึงสื่อดิจิตอล มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้น กับแบรนด์และนอกจากนี้ต้องเปลี่ยนจากการแค่สร้างภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์ เป็นส่งเสริมการมีประสบการณ์ดีๆให้เกิดกับลูกค้ารายบุคคล ในยุดดิจิตัลนักการตลาดมีเครื่องมือใหม่ๆที่จะช่วยให้มีช่องทางในการสื่อสารกับผู้บริโภคตั้งแต่เริ่มรับรู้จนถึงตัดสินใจซื้อ และการถนอมความสัมพันธ์ กับลูกค้าอย่างแน่นแฟ้น 10. ข้อมูลคือกุญแจสำคัญในการใช้ประโยชน์จากสื่อดิจิตัลเพื่อการทำการตลาดแบบเฉพาะเจาะจงรายบุคคล นักนักตลาดต้องวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสรุปลักษณะเชิงจิตวิทยาและพฤติกรรมของผู้บริโภคด้วย (Profiling of Consumers) 11. ต้องวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้รับแบบเรียลไทม์ เพื่อตัดสินใจอย่างรวดเร็วบนพื้นฐานความเป็นจริง เพื่อปรับปรุงแผนได้อย่างทันท่วงที 12. ด้วยช่องทางการสื่อสารแบบเจาะจงถึงตัว ทำให้ทุกส่วนในการตลาดติดตามและวัดผลได้ ปรับแก้ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีอยู่เสมอการตลาดดิจิตัลจึงมีความน่าเชื่อถือกว่า การตลาดในยุคดิจิตัลจึงเป็นการตลาดแบบทดลอง การผสมผสานสื่อเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคแบบเฉพาะเจาะจงได้ดีกว่าสื่อแบบแมส การเกิดขึ้นของสื่อใหม่ๆทำให้นักการตลาดต้องตื่นตัวและพร้อมที่จะเรียนรู้และทำความเข้าใจกับเครื่องมือใหม่ๆอยู่เสมอ ทดลองสิ่งใหม่ๆ เรียนรู้ รับฟัง และ ปรับแก้ให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค  นักการตลาดดิจิตัลจึงต้องทำความคุ้นเคย คลุกคลีกับสื่อเหล่านั้นจนเข้าใจว่า อะไรคือเครื่องมือที่สำคัญและใช้งานได้มีประสิทธิผลที่สุดกับ วัตถุประสงค์นั้นๆ หากใครสนใจอ่านหนังสือ DigiMarketing : The essential Guide to New media ฉบับภาษาไทย ตอนนี้ลองแวะเข้าไปชมที่ร้าน  Se-ed นะครับมีแปลเป็นฉบับภาษาไทยเรียบร้อย เป็นอีก1...

Read More