LINE Official account และ Sticker 7 ล้าน แพงจริงหรือเปล่า ?
Dec17

LINE Official account และ Sticker 7 ล้าน แพงจริงหรือเปล่า ?

  กระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ถึงการประกาศมอบของขวัญปีใหม่จากกระทรวงไอซีที ที่จะกลายเป็นกระทรวงดิจิตัล ในไม่ช้า ในการแจก LINE sticker  ค่านิยม 12 ประการ เพื่อเผยแพร่แนวคิดที่ปลูกฝังค่านิยมให้คนไทยมีความเป็นไทยมากขึ้น  สิ่งที่กลายเป็นประเด็นก็คือ เอกสารราคาการจัดซื้อจัดจ้างที่เปิดเผยออกมาสู่สาธารณะนั้นเป็นตัวเลขถึง 7.1 ล้านบาท  ซึ่งทำให้หลายคนตกใจหรือไม่ไว้วางใจต่อการจัดจ้างครั้งนี้และมองว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระแน่ๆที่ใช้เงินขนาดนี้ มองในมุมการตลาด ทำไมกระทรวง ไอซีที  ถึงเลือกใช้ LINE  ในการเป็นสื่อครั้งนี้ ถ้าหากเรามามองถึงเรื่องของสถิติจำนวนผู้ใช้ LINE ในประเทศไทย ขณะนี้อยู่ที่ ประมาณ 33 ล้านคน   หรือประมาณ 53 % ของประชากรในประเทศ อันนี้เป็นตัวเลขที่ LINE แจ้งมาล่าสุดเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งอาจจะเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย และที่สำคัญ LINE นับจาก Active User  ครับ  LINE ปัจจุบันกลายเป็น App สามัญประจำเครื่องไปซะแล้ว เรียกได้ว่ามันกลายเป็นเครื่องมือที่สามารถเข้าถึงคนได้ในวงกว้าง และเกือบทุกระดับ จึงไม่แปลกใจที่กระทรวง ไอซีที จะมองว่านี่คือ ช่องทางในการสื่อสารกับคนในทุกรุ่น ทุกวัย เนื่องจาก LINE  มี Feature สำหรับใช้ในเชิงการตลาด อย่างบริการ Official account ที่เป็นบริการที่ให้ Brand หรือ องค์กร ใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย  แต่แน่นอน ทำอย่างไรที่จะให้คนเข้ามาติดตาม Official account เหล่านี้ มันจึงต้องใช้เครื่องมือที่เป็น Incentive  base จูงใจอย่าง Sticker หรือ Gift ต่างๆมาล่อเพื่อให้ติดตาม account เหล่านี้  ถ้าหากถามว่า 7.1 ล้านที่จัดซื้อจัดจ้างครั้งนี้แพงมั้ย ลองเปรียบเทียบราคา ดูครับ   ราคา Official account นั้นจริงๆมีหลายแบบแต่เลือกแบบ Standard มาให้ดู ซึ่งแบบ Standard  นี้สามารถสื่อสารกับผู้ติดตามได้ ด้วยสื่อแบบต่างๆ ทั้งรูปภาพ , ข้อความและ VDO   ซึ่งราคานั้น จะแตกต่างกันตามระยะเวลาของการเป็น LINE Official account เริ่มต้นที่ 1 เดือน  1.29 ล้าน จน ถึง 12 เดือน ที่ 3.24 ล้าน โดยประมาณ  ซึ่งเฉลี่ย  Official account โดยทั่วไป มีคนติดตามอยู่ประมาณ 6-7 ล้านคน แต่อย่างที่บอกการที่จะทำให้มีคนติดตาม Official Account นั้น ก็ต้องมีของมาล่อ กระแสการทำ LINE Sticker จึงเป็นสิ่งที่หลายๆ Brand เลือกที่จะนำมาใช้ เนื่องด้วย Sticker ต่างๆแฝงไปด้วยความน่ารัก และ ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกแทนคำพูดได้ และยังแทรกความเป็น Brand ลงไปได้อย่างไม่ขัดใจผู้ใช้งานมากนัก  ยิ่งการมาของ LINE Sticker creater นั้น ยิ่งทำให้การใช้ LINE Sticker มีความนิยมกันมากขึ้น ซึ่งราคาของการทำ Sponsor Sticker ที่มาจาก Official Account ต่างๆนั้น มีประมาณนี้ครับ    Sponsor Sticker ใน 1 Set นั้น มีอายุโหลดได้ภายใน 1 เดือนหลัง Public แต่มีอายุให้ใช้งานได้ 3 เดือน ราคาเริ่มต้นนั้น อยู่ที่ 3.5 ล้าน ราคานี้คือราคาที่เรา จ้าง Creative Graphic designer ของเราเองทำทั้งหมด ส่วนถ้า มีตัวละครอยู่แล้ว แต่ให้นักวาดการ์ตูนของทาง LINE วาดให้ จะอยู่ที่ 3.8 ล้าน และถ้าให้ LINE จัดการให้ทั้งหมดเลย จะอยู่ที่ 4 ล้านครับ  ซึ่งนักวาดของทาง LINE จะเป็นชาวญี่ปุ่นครับ  สถิติ Block rate ในประเทศไทย LINE เปิดเผยว่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 50% นะครับ คือ Block official account ทันทีหลังโหลด Sticker จากกระแสข่าวของการทำ LINE Sticker  เพื่อเผยแพร่ค่านิยม 12 ประการครั้งนี้ ส่วนตัวผมคิดว่า ไม่แพงหรอกครับ (แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดว่า มี Feature หรือ Service อะไรบ้าง เพราะแหล่งข่าวไม่ได้เปิดเผย)  แต่สิ่งที่ต้องหันกลับมามองกันต่อว่า หากกระทรวง ไอซีที นั้นต้องการเผยแพร่ค่านิยม 12 ประการ ผ่านสื่อที่เชื่อว่าเข้าถึงคนรุ้่นใหม่ และ ทำให้คนมองว่ากระทรวงไอซีที นั้นทันสมัยนิยม เป็นสิ่งที่เหมาะสมหรือเปล่า ข้อความที่จะสื่อสารใน Official Account จะเป็นอย่างไร คุ้มค่ากับการนำงบประมาณจากภาษีของประชาชน มาใช้หรือไม่ หัวใจสำคัญมันไม่ได้อยู่ที่ Sticker หากแต่อยู่ที่สาร ที่จะเผยแพร่และปลูกฝังค่านิยมอันดีนี้ ได้อย่างมีประสิทธิผลที่สุด   ขอบคุณข้อมูลจาก LINE ในงาน LINE Open house  เมื่อเเดือนพฤศจิกายน...

Read More
Line Marketing สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก (SME) ในมุมของนักการตลาดดิจิตัล
Apr11

Line Marketing สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก (SME) ในมุมของนักการตลาดดิจิตัล

LINE  มันคือ อัลline   ถ้าถามคนไทยเดี๋ยวนี้แทบไม่มีใครรู้จัก  Application  ตัวนี้ กันแล้ว  ไปไหนทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ ตั้งแต่แม่ค้าร้านเล็กๆ จนถึง Corporate ใหญ่ๆ ล้วนใช้ LINE application กันทั้งนั้น ทั้งแค่ เพื่อสื่อสาร เม้าส์มอย เล่นเกมส์แข่งกับเพื่อน  ใช้โทรหากัน หรือ VDO Call ก็ยังได้ แม้แต่การใช้เป็นเครื่องมือในการทำธุรกิจ  LINE ก็ยังตอบโจทย์ตรงนี้ได้ จึงไม่แปลกใจที่ใครๆ ก็หันมาใช้ LINE กัน ด้วยความนิยมและ อัตราการเติบโตของสมาชิก ที่จนวันนี้ กว่า 400 ล้าน บัญชี  ปัจจุบันผมมองว่า LINE ไม่ใช่ แค่ Chat application อีกต่อไป  มันคือ Social Business Platform  ที่เรียกว่า Platform  เพราะมันมี feature และเครื่องมือต่างๆช่วยให้ธุรกิจสามารถต่อยอดได้มากมาย ซึ่งแน่นอน อยากที่ทราบ ต้นทุนของเข้าใช้ Platform อย่างเต็มรูปแบบนี้ ไม่ถูก ดังนั้น SME หรือ ธุรกิจขนาดเล็ก อาจจะไม่สามารถเข้าถึง feature  ที่ใช้ในเชิง Business ได้อย่างเต็มที่ได้นั่นเอง  อ้างอิงบทความของครูบอย Maximumboy  เรื่องของราคาการเปิดบัญชี  LINE Official account  หรือบัญชีสำหรับ Brand และ ธุรกิจ  นั้นไม่ใช่ถูกๆครับ ระดับ  7 หลัก และไม่ใช่แค่ 7 หลัก ธรรมดา Package ที่คนนิยมใช้กันก็คือเปิด Official account พร้อม Sponsor sticker  ซึ่งราคาแยกเป็น 2 ส่วนดังนี้ครับ ราคาเปิด LINE Official account  ราคา LINE Sponsor Sticker  ซึ่งถ้ารวมๆกันแล้ว เปิด Official Account 1 ปี ปล่อย Sticker สัก 2 ชุด ค่าใช้จ่ายต่ำๆ อยู่ที่ประมาณ 10 -11 ล้าน  เท่านั้น ยังไม่รวม Offline Campaign และ และสื่อ Below the line ที่จะต้องออกมาเพื่อ support อีก ผมเชื่อว่าไม่ต่ำกว่า 5 ล้าน หรือมากกว่านั้น  ตลอดทั้งปี  ดังนั้น LINE  Marketing แบบเต็มรูปแบบจึงเหมาะ สำหรับ Brand ที่มีงบการตลาดระดับปีนึงไม่ต่ำกว่า 20 ล้าน เป็นที่แน่ๆ   และในมุมมองของผม เชื่อว่า ไม่ใช่ว่าธุรกิจจะสามารถทุ่มเงินขนาดนี้แล้วเกิดความคุ้มค่า  Product ที่ เหมาะกับ LINE Marketing ผมยังรู้สึกว่ามันต้องเป็น Retail ที่คนกลุ่มมากสามารถเข้าถึงสินค้าหรือบริการได้  หรือ ใช้เพื่อเปิดตัวสินค้าใหม่ ให้เกิดการรับรู้ สนใจ และจดจำในสินค้าถึงแม้จะมีราคาสูงแต่ก็ยังรู้สึกคุ้มค่าและมีเหตุผลเพียงพอสำหรับการลงทุน ยกตัวอย่างกรณีของ Nissan Juke  และ Yamaha Tricity แล้วในมุมของธุรกิจขนาดเล็ก หรือ SME ล่ะ แน่นอน เงินทุนขนาดนั้นไม่สามารถขอเปิด LINE Official account ได้ หรือหากมีเงินก็ใช่ว่า LINE จะพิจารณาเปิด Official account ให้ทุกรายครับ เข้าใจว่า LINE เองยังมีการพิจารณาความเหมาะสมของ Official account อยู่ในขณะนี้  แต่กระนั้น ก็ใช่ว่า ธุรกิจขนาดเล็ก ไม่สามารถใช้ LINE เพื่อการตลาดได้  ซึ่งจริงๆแล้ว มันก็ใช่ครับ ผมมองว่า LINE  นั้นเป็นแค่ Tools ชนิดหนึ่งของ การทำ Digital marketing integration สำหรับธุรกิจ SME LINE ช่วย SME อย่างไรบ้าง  ด้วย feature ที่ LINE application มีอยู่มากมายที่ช่วยให้เราทำธุรกิจได้ง่ายขึ้น อย่างเช่น CHAT  =  คุณสามารถใช้ LINE เพื่อสื่อสารกับลูกค้า ส่งภาพสินค้า ถ่ายรูปส่งหากันได้ทันที ผมเชื่อว่าทุกคนทำกันอยู่แล้ว แต่ที่แน่ๆคือตอนนี้ คนที่ทำเว็บไซต์ ไม่มีใครวิ่งหา Online Chat ที่อยู่บนเว็บไซต์กันเลย เพราะด้วยยุค Mobile commerce ทั้งคุณและลูกค้า อยู่บน Mobile Platform กันหมด ดังนั้น Online Chat บนเว็บจึงไม่มี ความจำเป็นอีกต่อไป ถึงมีแล้วก็ไม่มีใครใช้อยู่ดี  LINE จึงตอบโจทย์ข้อนี้ได้ ในยุค Mobile commerce Voice และ Video Call  ในบางกรณี ความสำคัญของบริการหลังการขายเมื่อลูกค้ามีปัญหาภาพถ่ายไม่สามารถสื่อสารกันได้เข้าใจทั้งหมด Video call จึงเป็นอีก 1 feature ที่ช่วยให้คุณเห็นว่าลูกค้าคุณกำลังใช้งานแล้วเกิดปัญหาอะไร อันนี้เหมาะมากกับสินค้าที่ต้องมีความเข้าใจในการใช้งาน เช่นอุปกรณ์ Electronic เป็นต้น LINE Call โทรศัพท์ผ่าน LINE Call  สำหรับการติดต่อธุรกิจทางไกล เช่นโทรเข้าเบอร์ Landline  หรือ เบอร์บ้าน ด้วยค่าบริการราคาที่ถูกมาก เพราะเป็นการโทรผ่าน VOIP  เหมือน skype นั่นแหละครับ  โดยมี Package แบบผ่านบัตรเครดิต หรือ ซื้อ เครดิต ผ่าน LINE Store และยังรองรับหลายประเทศมากๆ ทั้งในกลุ่ม AEC , จีน , อเมริกา , ยุโรป  ที่เราหลายๆคนติดต่อธุรกิจเป็นประจำ แบบนี้ พ่อค้าแม่ค้าที่รับ Pre Order สินค้าสบายแล้ว ราคาค่าบริการ LINE Call Time Line  LINE ปรับตัวเป็น Mobile Social  network มากขึ้น หลังจากเปิดตัว Timeline ขึ้นมา ซึ่งไม่ต่างอะไรจาก Facebook และ Instagram  เลย แต่ซึ่ง SME สามารถใช้ความสามารถและความคุ้นเคยของตัวเองที่เคยขายของบน social network ของตัวเอง ซึ่งส่วนมากกลุ่ม Contact ของเรานอกจากจะเป็นเพื่อนแล้ว ก็ยังมีผู้ที่เราติดต่อหรือทำธุรกิจอยู่ในนั้นด้วย การนำเสนอสินค้า หรือ บริการ หรือ Promotion ใหม่ๆก็จะทำให้ผู้คนที่อยู่ใน Contact ของเรา รับทราบไปด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งเท่าที่เข้าใจคือ ณ. ตอนนี้ LINE ยังไม่มี algorithm โหดๆเหมือน Facebook ที่ทำให้ผู้ติดตามเรามองเห็น Post แค่ 1 %   ดังนั้น เมื่อเราโพสต์ไปโอกาสในการไปปรากฏยังมีมากกว่า  แต่การแค่ Post รูปภาพ หรือ Link Video จาก  Youtube นั้น อาจจะยังไม่ปิดการขายที่ดีเท่าไร  สิ่งที่เราควรทำต่อคือ การสร้าง Digital Integration  ระหว่าง  LINE และ Website  คือการ Post รูปหรือ Status update  พร้อม ลิ้งค์  กลับมาที่เว็บไซต์เรา เพื่อให้ลูกค้าเห็นข้อมูลแบบเต็มๆ หรือ สามารถสั่งซื้อสินค้าระบบตะกร้าเพื่อปิดการขายได้ทันที ประเด็นสำคัญที่ต้องทำให้ได้ก็คือ  1. เว็บไซต์ E-Commerce ของคุณต้องรองรับ Mobile commerce คือการใช้งานบน Mobile Device smartphone หรือ Tablet ได้ 2. ต้องใช้ Short URL เพื่อวัดผล  อย่างการใช้  www.bitly.com  เพื่อย่อ url ยาว ซึ่งนอกจากจะวัดผลได้ว่ามีคน Click แค่ไหน แล้วยังทำให้ข้อความสวยงาม ดูเป็นมืออาชีพมากขึ้นด้วย 3. Call to action  เขียนคำโปรยข้อความให้น่าสนใจ และ อย่าลืม Call to action บางอย่างเช่น Click เลย โทรมาสอบถาม , โทรเลย  เป็นต้น เพื่อให้ลูกค้าคุณ เกิดความเข้าใจว่าถ้าสนใจแล้วควรทำอย่างไรต่อ LINE...

Read More