Social media therapy
Dec01

Social media therapy

Social media Therapy คำนี้อาจฟังดูไม่มีความหมายในเชิง ภาษาศาสตร์ ไม่มีใน Dictionary หรือ พจนานุกรมใดๆ แจ่สิ่งที่ผมจะพูดถึงต่อไปนี้ อาจจะมีประโยชน์บ้างไม่มีมากก็น้อยต่อผู้ที่รู้สึกว่าตัวเอง มีปัญหาในการเข้าสังคน หรือโรคกังวลต่อการเข้าสังคม (Social phobia) ซึ่งอาการนี้พบเห็นได้บ่อยในเด็ก และวัยรุ่น ซึ่งอาจจะหายได้เอง เมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ Social media เป็น เครื่องมือหนึ่งที่ สามารถบำบัดอาการ กลัวการเข้าสังคม ออกตัวก่อนนะครับ ผมไม่ใช่ นักจิตวิทยา หรือ นักสังคมศาสตร์ แต่จากการได้ผ่านการศึกษาการใช้งาน Social media ต่างๆมาระยะนึง จนรู้สึกว่า Social media ต่างๆนัั้นต่างออกแบบมาเพื่อให้ใช้งานได้หลากหลาย ตามรูปแบบการปรับใช้งาน ทั้งเพื่อการ บันเทิง ธุรกิจ การสอน แล้วถ้าเรานำมาปรับใช้เพื่อการบำบัดผู้ป่วยที่มีปัญหาการเข้าสังคม มันจะเป็นอะไรไปล่ะ พฤติกรรม การกลัวการเข้าสังคม นั้นทีีเกิดมากในเด็กและวัยรุ่น อาการคือกลัวการโดน จับตา เฝ้าดู โดนตำหนิ จากการกระทำต่างๆ ซึ่งยิ่งเพิ่มความไม่มั่นใจมากขึ้นไปอีกเมื่อพ่อแม่ ยิ่งกดดันอยากทำให้ลูกเด่นดัง แต่พอลูกทำไม่ได้ดั่งที่ตั้งหวังไว้ก็ยิ่งตำหนิ ยิ่งเปรียบเทียบ กดดันทำให้ลูกยิ่งขาดความมั่นใจและยิ่งกลัวการเข้าสังคมมากขึ้น จนอาจจะลุกลามไปถึงขั้นกลัวการเข้า สังคม และหันหลังต่อต้านสังคม (Antisocial) ซึ่งเป็นอะไรที่ ร้ายแรงเอามากๆ ผู้ปกครองบางคนที่อยากทำให้ลูกตัวเองเด่นดังอยากให้โชว์ ความสามารถ ก็พยายามพลักดันให้ลูกแข่ง ประกวดการแสดงต่างๆ พอลูกๆและเด็กพลาดไม่ได้รับรางวัลหรือแสดงผิดพลาดก็ดุ ตำหนิว่าทำให้เสียหน้า เสียเงินลงทุนไปตั้งมากมาย เหตุการณแบบนี้มีจริงๆครับจากประสบการณ์ การให้เด็กเริ่มต้นด้วยการทำสิ่งยากๆหากพลาดมาแล้วโดนตำหนิก็จะทำให้เด็กขาดกำลังใจและความเชื่อมั่นได้ Social media จึงเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้ผู้ที่รู้สึกกลัวการเข้าสังคม การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นสามารถใช้เพื่อบำบัดอาการเหล่านี้ได้ ในโลกออนไลน์การทำความรู้จัก และพบปะพูดคุยกับคนที่เราไม่รู้จักเป็นเรื่องง่าย สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือการเปิดเผยตัวตนความเป็นตัวตนของตัวเองคุณถึงจะได้รับการยอมรับจากสังคมออนไลน์ เครื่องมือบำบัด (Social media Tools) Video Sharing    อย่าง Youtube หรือ MetaCafe   คนที่อยากดันตัวเองให้เป็นดาราแต่ไม่กล้าขึ้นเวลา่สาธารณะ เพราะกลัวถูกกดดันเวลาทำพลาด ลองเปลี่ยนมาถ่าย Clip ที่ตัวเองแสดง คราวนี้จะผิดพลาดอย่างไรเราก็เริ่มแสดงใหม่แล้วค่อย Upload ผลงานตัวเองสู่สายตาชาวโลก เผลอๆอาจจะดังโดยไม่รู้ตัว แบบ น้องๆ Wonder gay หรือ Alyssa bernal หรือ มาเป็นคู่อย่าง  Rin and Rox มีมีแฟนคลับอย่างล้นหลามทั้งๆที่ไม่เคยมีผลงานออก Album ของตัวเอง Music Sharing หรือถ้ายังไม่กล้่าที่จะเปิดเผยภาพตัวเองสู่ชาวโลก  ลองมันทึกแค่เสียงร้องของตัวเอง Music sharing site ต่างๆ  อย่าง  Imeem , IJigg สิ่งที่จะเป็นการให้กำลังใจได้ดีคือการ Comment  เมื่อผู้แสดงได้ผลิตผลงานดีๆออกมา สิ่งนึงที่ง่ายและเป็นกำลังใจให้เขาอยากจะผลิตชิ้นงานใหม่ๆออกมาคือ จำนวนการรับชมและคอมเม้นต์ อาจจะทั้งติ ทั้งชม ทั้งแนะนำ แต่อย่างน้อยผู้ผลิตชิ้นงานก็ได้รับรู้ว่าชิ้นงานนั้นๆได้รับถ่ายทอดออกสู่สารธารณชน มีคนรับชมงานของเค้านั่นเอง Social Networking Social network เป็นที่พื้นที่หนึ่งที่เปิดโอกาสให้เราได้ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ๆ และ พบปะกับเพื่อนเก่าๆ  เปิดโอกาสให้เราได้เปิดเผยตัวตนได้เต็มที่  Social network  นี่เองเป็นที่ๆเรา สามารถพูดสิ่งที่รู้สึกที่บางทีเราไม่สามารถบอกกับใครในชีวิตจริงๆได้ แต่เราสามารถบอกเพื่อนในโลกออนไลน์ได้ พบว่าบางคนในชีวิตจริงเป็นคนเงียบๆ หยิมๆ แต่เมื่อเข้าสู่โลกออนไลน์กลับกลายเป็นอีกคนที่กล้าพูด กล้าบอก กล้าแสดงความคิดเห็นกับเพื่อนๆ เท่ากับ Social network เป็นอีกที่หนึ่ง ที่ช่วยให้คนกลุ่มนี้ได้มีที่ ปลดปล่อยจากมุมมืดในโลกความเป็นจริง  Social network ที่เป็นที่นิยมก็อย่างเช่น  Facebook , Hi5, Myspace  เป็นต้น Micro blogging ทุกวันนี้ Micro blogging เป็น Social media อีกชนิดที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆและมีผู้นำไปปรับใช้ ในหลากหลายด้าน ทั้งการตลาด การข่าว ธุรกิจและบันเทิง เนื่องจากมีความเรียบง่ายและรวดเร็ว สามารถสื่อสารกับผู้คนในวงกว้าง และสามารถเลือกที่จะรับและไม่รับข้อมูลจากใครก็ได้ รวมถึงมีช่องทางในการใช้งานได้ทั้งคอมพิวเตอร์ ส่วนบุคคลหรือโทรศัพท์มือถือ   Micro blogging อย่าง Twitter  จึงเป็นอีก เครื่องมือ หนึ่งที่จะช่วยให้ผู้ที่มีความเครียด ได้พูด ได้แสดงความรู้สึกออกมา ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม  แต่สิ่งที่สำคัญคือการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คน หากเราพร่ำบ่น ระบาย แสดงความรู้สึกอยู่ผู้เดียวโดยที่ไม่สนใจผู้ที่เข้ารับฟังเรา นานเข้าก็ไม่มีสนใจเราไปที่สุดตามกฏของ Social media  ดังนั้นการแสดงออกทางอารมณ์มีได้ แต่ไม่ควร รุนแรงจนทำให้ผู้ที่ติดตามรับฟัง รู้สึกอึดอัดและเหมือนเป็นถังขยะที่ต้องมารับรู้รังฟังอะไรที่แรงๆ ควรแสดงออกแต่พอดี และมีปฏิสัมพันธ์กับสังคมด้วยนี่คือกฏทอง Social media Therapy นั้นอาจจะยังไม่มีใครนำมาใช้จริงจึงไม่สามารถวัดผลได้ว่าหลักการณ์ที่ผมนำเสนอนี้ช่วยให้ผู้ที่กลัวการเข้าสังคมมีความรู้สึกดีขึ้นได้หรือไม่   กระบวนการและวิธีการบำบัดนั้นจริงๆยังมีอีกหลายส่วนและทุกคนที่เกี่ยวข้องกับผู้ที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ต้องช่วยกัน ทั้งเพื่อน ทั้งคนใกล้ชิด รวมถึงครอบครัว ซึ่งเป็นหน่วยที่ใกล้ชิดและสำคัญที่สุด การบำบัดใดๆก็คงไม่ดีเท่ากับการป้องกัน โดยใช้ความรักความเข้าใจต่อบุตรหลานตัวเองอย่าใช้ตัวเองเป็น ศุนย์กลางของพัฒนาการเด็ก จงให้เค้าได้ปลดปล่อยแสดงออกความเป็นตัวของเค้าเอง...

Read More